โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สิ้นเดือนตุลาคม จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของราคาทองคำ

Amarin TV

เผยแพร่ 26 ต.ค. 2568 เวลา 09.24 น.
สิ้นเดือนตุลาคม จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของราคาทองคำซึ่งสร้างความผันผวนต่อสินทรัพย์การลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะทองคำที่เคยตอบสนองเชิงบวกในฐานะ Safe Haven

ราคาทองคำเดือนตุลาคม 2025 (วันที่ 1-23 ตุลาคม) ยังคงมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง แม้จะถูกขายทำกำไรสลับออกมาบ้าง แต่หากพิจารณาในรายเดือนนั้นราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแดนบวก เนื่องจาก ณ สิ้นวันที่ 23 ตุลาคม ราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 4,126 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 268 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (+6.95%) หลังจากเดือนกันยายน ราคาปรับตัวขึ้นถึง 412 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (+11.94%) ส่งผลให้ในปีนี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือกว่า 57% YTD

ในช่วงที่ผ่านมาทองคำได้รับปัจจัยหนุนอยู่หลายประการ โดยเฉพาะแกนหลักจากนโยบายการเงินของ FED ที่มีแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยขาลงอย่างชัดเจน ประกอบกับเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม “เจอโรม พาวเวล” ประธาน FED ส่งสัญญาณยุติการใช้นโยบายคุมเข้มเชิงปริมาณ หรือ Quantitative Tightening (QT) ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่ง FED มีกำหนดการประชุมครั้งถัดไปในคืนวันที่ 29 ตุลาคม

นอกจากนื้ การปรับตัวขึ้นของทองคำด้วยอัตราเร่งที่สูงขึ้นอย่างรุนแรงนั้น มาจากแรงซื้อในฐานะ Safe Haven Asset ด้วยสาเหตุ ดังนี้

1. Government Shutdown

นับตั้งแต่ปี 1981 สหรัฐเผชิญกับการ Shutdown มาแล้ว 15 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพียง 1–2 วันเท่านั้น แต่ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในสมัยของ “โดนัลด์ ทรัมป์” (ธันวาคม 2018 – มกราคม 2019) เกิดขึ้นถึง 35 วัน ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ และในครั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม จนถึง ณ ปัจจุบัน นั้นได้เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ของการปิดหน่วยงานรัฐบาล

2. Trade War ระหว่าง จีน-สหรัฐ

โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากจีนที่ยกเลิกการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐ ซึ่งศุลกากรจีน เปิดเผยว่ายอดนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐ ในเดือนกันยายน ดิ่งลงเป็น “ศูนย์” ครั้งแรกในรอบ 7 ปี จากที่เคยสูงถึง 1.7 ล้านเมตริกตัน ซึ่งแสดงถึงการลดการพึ่งพาสหรัฐ และหันไปนำเข้าจาก บราซิลและอาร์เจนตินาแทน สะท้อนจากยอดนำเข้าที่พุ่งทะยานขึ้น 29.9% และ 91.5% ตามลำดับ

นอกจากนี้ จีนยังเพิ่มข้อจำกัดในการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) ซึ่งมีความจำเป็นต่อสหรัฐค่อนข้างมาก โดยข้อจำกัดที่มีนัยสำคัญ คือ “สินค้าใดๆ ที่ผลิตนอกจีน แต่มีส่วนประกอบของ Rare Earths เกิน 0.1% ของมูลค่า จะถูกควบคุมและต้องขอใบอนุญาต (License)” ในเวลาต่อมา “ทรัมป์” จึงตอบโต้ด้วยการขู่ว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าจากจีน

3. ความกังวลปัญหาสินเชื่อ (Credit Crisis)

หลังเกิดความกังวลของธนาคารภูมิภาคสหรัฐ ตั้งหนี้สูญจากเงินกู้ที่ผิดนัดชำระ “เจมี ไดมอน” CEO ของ JPMorgan ได้ออกมาเปรียบเทียบปัญหา Auto-loan Credit กับ "ทฤษฎีแมลงสาบ (Cockroach Theory)" คือ "เมื่อเห็นแมลงสาบหนึ่งตัว มัน

ก็มักจะมีตัวอื่นอีก" ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ปัญหาหนี้เสียในสินเชื่อรถยนต์อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวิกฤตสินเชื่อครั้งใหญ่ที่ถูกซ่อนอยู่

อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ของเดือนตุลาคม ความเสี่ยงในหลายด้านเริ่มถูกทำให้ผ่อนคลายลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Government Shutdown หลังนายเควิน แฮสเซ็ตต์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจทำเนียบขาว กล่าวว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลอาจสิ้นสุดลงสัปดาห์นี้ และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ หลังนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “สี จิ้นผิง” จะพบกันในวันที่ 30 ต.ค. นอกรอบประชุม APEC รวมไปถึง นายมาร์ก ปินโต หัวหน้าฝ่ายสินเชื่อ สถาบันจัดอันดับ มูดี้ส์ เรทติ้งส์ กล่าวว่า แมลงสาบตัวเดียวไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นแนวโน้ม แม้มีความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสีย แต่ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงปัญหาในเชิงระบบ

สิ้นเดือนตุลาคมนี้ จึงเป็นช่วงที่จะเกิดจุดเปลี่ยนในหลายประเด็นข้างต้น ซึ่งจะสร้างความผันผวนอย่างมากต่อสินทรัพย์การลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะทองคำที่เคยตอบสนองเชิงบวกขึ้นมาอย่างรุนแรงในฐานะ Safe Haven Asset ในช่วงก่อนหน้านี้ ดังนั้น จะต้องจับตาแรงขายทำกำไรดังกล่าวว่าจะจบลงเมื่อใด และเมื่อตลาดกลับมาให้ความสนใจเรื่องนโยบายการเงินของ FED ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง และการยุติการทำ QT มาเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญอันดับหนึ่ง ทองคำก็จะสามารถกลับมาสร้างฐานเพื่อปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...