โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปรษณีย์ไทย: จุดแข็ง โอกาส และความท้าทายที่ทำให้เราไว้วางใจ ไม่กลัวพัสดุตกหาย

a day magazine

อัพเดต 18 ก.ย 2568 เวลา 16.56 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2568 เวลา 03.00 น. • a day magazine

ในยุคที่การซื้อสินค้าออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวก ประหยัด และรวดเร็ว ทำให้เกิดการพัฒนาบริการขนส่งสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคสมัยใหม่มากขึ้น ทั้งในด้านราคา คุณภาพ และความรวดเร็ว

แต่บ่อยครั้งเรายังต้องลุ้นว่าของที่สั่งไปจะมาถึงหรือไม่ จะตกหายกลางทางไหม แล้วจะได้รับในสภาพแตกหรือบุบหรือเปล่า..

หลายคนคงรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน

แต่ทำไมทุกครั้งที่ใช้บริการส่งรับพัสดุจาก ‘ไปรษณีย์ไทย’ เรากลับไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้เลย

วันนี้เลยจะมาวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน ความท้าทาย และโอกาสของ ‘ไปรษณีย์ไทย’ ด้วยหลัก SWOT กัน (Strength-Weakness-Opportunity-Threat)

ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของการสื่อสารผ่านไปรษณีย์

ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่ามนุษย์ส่งจดหมาย สาสน์ หรือเอกสารสำคัญไปยังที่ต่างๆ มาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว นับย้อนไปตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ ในอารยธรรมจีน เปอร์เซีย กรีกโรมัน จนมาถึงยุโรป

รูปแบบของการส่ง ‘สาสน์’ มีตั้งแต่การใช้เดินเท้าของมนุษย์ การใช้นกพิราบ ม้าด่วน หรือการส่งข้อความใส่ขวดอย่างที่เห็นในภาพยนตร์หลายเรื่อง สาสน์ส่วนใหญ่มีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการปกครองดูแลบ้านเมือง หรือติดต่อกับต่างเมืองและต่างประเทศ กว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางใช้เวลาค่อนข้างนาน ยังไม่นับรวมเรื่องการสูญหายระหว่างทางอีก

เมื่อมาถึงศตวรรษที่ 19 ‘ไปรษณีย์’ จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นระบบโดยประเทศอังกฤษ นับแต่นั้นเป็นต้นมา ไปรษณีย์ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และแพร่หลายไปยังสหรัฐอเมริกาและทุกทวีปทั่วโลก

ไปรษณีย์ไทยกับยุคใหม่ของสยามประเทศ

ยุคสมัยใหม่ของสยามประเทศคือช่วงเวลาแห่งการติดต่อกับตะวันตก รับวิทยาการจากยุโรป และการพัฒนาประเทศให้เท่าทันประเทศอื่นๆ โดยรอบ

หนึ่งในวิทยาการที่แสดงศักยภาพและความทันสมัยของสยามในเวลานั้นก็คือ “กิจการไปรษณีย์ไทย” ซึ่งเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างเมือง ประเทศ และทวีปต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างสะดวกสบายขึ้น

จากที่เคยใช้ม้าเร็ว ก็กลายเป็น ‘บุรุษไปรษณีย์’

จากที่เคยนั่งเฝ้ารออย่างกระวนกระวาย ก็สบายใจได้ว่า ‘จดหมาย’ จะมาถึง

ตั้งแต่ก่อตั้งกรมการไปรษณีย์เมื่อกว่าร้อยปีก่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ ก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทยมาตลอด

‘ทรัพยากรบุคคล’ คือสินทรัพย์มีค่า (S = Strength จุดแข็ง)

‘ลายมือเขียน’ คือด่านทดสอบแรกที่ชาวไปรษณีย์ต้องพบเจอ

ยิ่งรีบยิ่งช้า ยิ่งตั้งใจ ยิ่งเขียนไม่สวย

ลองนึกดูว่าครั้งสุดท้ายที่จ่าหน้าซองจดหมายหรือว่ากล่องพัสดุ ลายมือเราเป็นอย่างไร? แล้วเราอ่านลายมือตัวเองออกไหม?

หลายคนรีบส่ายหน้า

ขนาดเรายังอ่านลายมือของตัวเองไม่ออกเลย แล้วเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยจะอ่านออกได้อย่างไร?

แต่ไม่ว่าลายมือเขียนจะตวัดขนาดไหน จะเขียนไม่เป็นระเบียบอย่างไร เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยก็อ่านออกเสมอ ประหนึ่งว่าฝึกทักษะความชำนาญด้านการอ่านลายมือเขียนมาอย่างโชกโชน

พอถึงด่านสุดท้าย ตอนนำส่งที่บ้าน บุรุษไปรษณีย์ก็ขี่มอเตอร์ไซค์เลาะเลี้ยวมาถึงกล่องไปรษณีย์หน้าบ้านเราได้ถูกต้อง (ทั้งๆ ที่แผนที่ในแอปพลิเคชันมักพาหลงทาง..)

ไม่ว่าจะเป็นจุดไหนของงานไปรษณีย์ บุคลากรก็ทำงานได้คะแนนเต็ม แล้วอย่างนี้ ‘ทรัพยากรบุคคล’ จะไม่ใช่ ‘จุดแข็ง’ ของไปรษณีย์ไทยได้อย่างไร?

จุดอ่อนจากความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของโลก (W = Weakness จุดอ่อน)

ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงเกือบทุกเสี้ยววินาที สินค้าและบริการได้รับการยกระดับคุณภาพผ่านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์

ไปรษณีย์ไทยเคยเป็นผู้เล่นหนึ่งเดียวด้านการส่งจดหมายและพัสดุ แต่ตอนนี้มีบริษัทเอกชนอีกหลายรายที่เข้ามาในสนามเดียวกัน ทั้งในรูปแบบไปรษณีย์เอกชนและขนส่งเอกชน หรือว่า Messenger

แล้วไปรษณีย์ไทย ไปรษณีย์เอกชน หรือว่าขนส่งเอกชนจะปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกได้รวดเร็วกว่ากัน?

ไม่ต้องบอกก็คงเดากันว่าน่าจะเป็นภาคเอกชน

แต่ถึงจะรู้เช่นนั้น ไปรษณีย์ไทยก็ทุ่มเทความพยายามให้ก้าวทันโลกอยู่เสมอ เห็นได้จากการพัฒนาสินค้าและบริการอย่างไม่หยุดยั้ง

จากการส่งจดหมายที่เคยเป็นช่องทางการสื่อสารพื้นฐานของทุกคน มาถึงวันที่แสตมป์กลายเป็นของหายาก ไปรษณีย์ไทยก็จัดพิมพ์แสตมป์คอลเลกชันพิเศษสำหรับผู้รักการสะสมโดยเฉพาะ รวมถึงการเปิดโอกาสให้ออกแบบแสตมป์เองได้ในช่วงสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ผ่านๆ มา

หลังจากที่ไปรษณีย์เอกชนและ Messenger ครองตลาดผู้ให้บริการด้านไปรษณีย์มาเป็นเวลาหลายปี ตอนนี้ไปรษณีย์ไทยออกโปรโมชันลดราคาค่าส่งพัสดุหลายประเภท เพิ่มความสะดวกสบายในการไปรับจดหมายหรือพัสดุถึงที่บ้าน และยังคงรักษามาตรฐานการบริการ เพื่อ ‘ความไว้วางใจ’ ของผู้คนอย่างต่อเนื่อง

ไปรษณีย์ไทยจึงค่อยๆ กลับมาครองใจผู้บริโภคอีกครั้ง

โอกาสจากความไว้วางใจ (O = Opportunity โอกาส)

ความไว้วางใจจากผู้บริโภคสร้าง ‘โอกาส’ ทางธุรกิจให้กับไปรษณีย์ไทยมาโดยตลอด และตอนนี้ไปรษณีย์ไทยก็พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครจะมีศักยภาพในด้านนี้มากไปกว่านี้แล้ว

จึงเป็นที่มาของการจับมือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะช่องทางอย่างเป็นทางการของแบรนด์ต่างๆ ในการส่งพัสดุไปยังผู้รับอย่างปลอดภัยและไร้กังวล ซึ่งจะนำมาซึ่งจำนวนที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์ที่มาเข้าร่วมโปรแกรม

หากไปรษณีย์ไทยยังคงรักษาความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ โอกาสกลับมายืนหนึ่งในธุรกิจไปรษณีย์คงมาถึงในไม่ช้า

ความท้าทายคืออนาคต (T = Threats ความท้าทาย)

เมื่ออนาคตยังไม่มาถึงและยังไม่มีคำตอบ สิ่งที่เราทำได้คือ ‘การเตรียมตัวให้พร้อม’ สำหรับความท้าทายของอนาคต

ในกรณีของไปรษณีย์ไทย ทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพ การบริหารจัดการงานระดับคุณภาพ และการปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในช่วงปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแนวโน้มสำคัญในการอยู่รอดในโลกสมัยใหม่

ประกอบกับ ‘ทัศนคติที่ดี’ ของบุคลากรยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นำพาไปรษณีย์ไทยให้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ

และด้วยสาเหตุที่กล่าวมาทั้งหมด ก็ทำให้ ‘ไปรษณีย์ไทย’ เป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งในทุกด้านของประเทศเรา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...