โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนสร้างสำเร็จแล้ว “ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม” แห่งแรกของโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 07.43 น.

จีนเดินหน้าอีกก้าวสำคัญบนเส้นทางพลังงานสีเขียว หลังประกาศความสำเร็จในการก่อสร้าง “ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานลมแห่งแรกของโลก” (Underwater Data Center : UDC) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่ทั้งลดการปล่อยคาร์บอนและใช้พลังงานสะอาดอย่างเต็มระบบ

ศูนย์ข้อมูลกลางทะเล ที่ไม่ต้องพึ่งแอร์

โครงการนี้ตั้งอยู่ในเขตพิเศษหลินกั่ง (Lin-gang Special Area) ของเขตการค้าเสรีนำร่องเซี่ยงไฮ้ ใช้งบฯลงทุนกว่า 1.6 พันล้านหยวน หรือราว 226 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกำลังไฟฟ้ารวม 24 เมกะวัตต์

คณะกรรมการบริหารเขตหลินกั่งระบุว่า โครงการนี้เป็น “หมุดหมายใหม่” ของการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่งเข้ากับอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยศูนย์ข้อมูลแห่งนี้เป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ “สีเขียวและคาร์บอนต่ำ”

เมื่อเทียบกับศูนย์ข้อมูลบนบกทั่วไป “ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำ” แห่งนี้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวมากกว่า 95% ลดการใช้พลังงานลงได้กว่า 22.8% และยังลดการใช้น้ำถึง 100% รวมถึงการใช้ที่ดินมากกว่า 90%

สุ หยาง (Su Yang) ผู้จัดการทั่วไปของ Shanghai Hicloud Technology หนึ่งในผู้รับเหมาโครงการ อธิบายว่า

“โดยปกติศูนย์ข้อมูลทั่วไปใช้พลังงานราว 40-50% เพื่อระบบทำความเย็น แต่ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำแห่งนี้ใช้ ‘น้ำทะเล’ เป็นตัวระบายความร้อนตามธรรมชาติ ทำให้ลดการใช้พลังงานส่วนนี้ลงเหลือต่ำกว่า 10%”

โครงการนี้สร้างเป็น 2 ระยะ โดยเฟสแรกที่เพิ่งเสร็จสมบูรณ์ มีค่า PUE (Power Usage Effectiveness) ไม่เกิน 1.15 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ “ประสิทธิภาพพลังงานขั้นสูง” ของโลก

รัฐบาลจีนได้ออกนโยบาย “Green Development Policy for Data Centers” ตั้งแต่ปี 2024 กำหนดให้ศูนย์ข้อมูลใหม่หรือที่ปรับปรุงแล้วต้องมีค่า PUE ไม่เกิน 1.25 ภายในสิ้นปี 2025 และไม่เกิน 1.2 สำหรับศูนย์ข้อมูลในเครือข่ายระดับชาติ

จุดเชื่อมเศรษฐกิจดิจิทัลกับพลังงานทะเล

อู๋ เสี่ยวหัว (Wu Xiaohua) รองเลขาธิการพรรคเขตหลินกั่ง กล่าวว่า

“นี่คือหมุดหมายสำคัญของการผสานเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานใหม่ และเศรษฐกิจทางทะเลเข้าด้วยกัน และเป็นก้าวสำคัญของเซี่ยงไฮ้ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก”

ปัจจุบันเซี่ยงไฮ้กำลังเร่งพัฒนา “อุตสาหกรรมประมวลผลอัจฉริยะ” (Intelligent Computing Industry) โดยตั้งเป้าให้มูลค่าอุตสาหกรรมคลาวด์เติบโตเกิน 200 พันล้านหยวนภายในปี 2027 และเพิ่มขีดความสามารถการประมวลผลถึง 200 EFLOPS

ลมนอกชายฝั่ง…พลังใหม่แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้

หวง ตี้หนาน (Huang Dinan) ประธานบริษัท Shenergy Group ซึ่งเป็นผู้ร่วมพัฒนาโครงการ เผยว่า

“ทะเลจีนตะวันออกมีศักยภาพมหาศาลด้านพลังงานลม โดยสามารถผลิตไฟได้กว่า 3,000 ชั่วโมงต่อปี เพียงพอสำหรับจ่ายไฟให้ทั้งเศรษฐกิจของเมืองและประชาชนอย่างมั่นคง”

ระบบนี้ผสานพลังงานลมนอกชายฝั่งเข้ากับศูนย์ข้อมูลใต้ทะเลโดยตรง ทำให้สามารถจัดสรรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ

ล่าสุด บริษัท Shanghai Hicloud Technology, Shenergy Group, China Telecom (สาขาเซี่ยงไฮ้), INESA และ Third Harbor Engineering Co. ได้ลงนามข้อตกลงร่วมพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูลใต้น้ำขนาด 500 เมกะวัตต์ ที่ใช้พลังงานลมเป็นหลักทั้งหมด

หวัง สือเฟิง (Wang Shifeng) ประธานบริษัท Third Harbor Engineering กล่าวว่า

“ตอนนี้ยังเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของเทคโนโลยีนี้ แต่เรากำลังเดินหน้าวิจัยให้ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำสามารถขยายจากระดับสาธิตไปสู่ระดับอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ พร้อมปรับปรุงเทคโนโลยีและต้นทุนอย่างต่อเนื่อง”

โครงการศูนย์ข้อมูลใต้น้ำพลังงานลมแห่งนี้ยังสอดรับกับยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีน “East Data West Computing” ที่เริ่มดำเนินมาตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งมีเป้าหมายให้ภูมิภาคตะวันตกของประเทศเป็นฐานประมวลผลข้อมูลจากพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออก เพื่อลดภาระพลังงานและผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลให้เติบโตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จีนสร้างสำเร็จแล้ว “ศูนย์ข้อมูลใต้น้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานลม” แห่งแรกของโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...