โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่งออกไทย ส.ค. 68 โต 5.8% ขยายตัวชะลอลงหลังภาษีสหรัฐฯ มีผล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.ย 2568 เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 05.20 น.

ส่งออก ส.ค. 68 ขยายตัว 5.8% โตต่อเนื่อง 14 เดือนติด แต่ขยายตัวในอัตราชะลอตัวลงมากขึ้นหลังภาษีสหรัฐฯ บังคับใช้ มั่นใจทั้งปีส่งออกไทยโตเกินเป้า 2-3%

24 ก.ย. 2568นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2568 มีมูลค่า 27,743.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (889,014 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ที่ 5.8% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 5.4%

โดยการส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลงมากขึ้น หลังจากมีการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนของสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ผู้นำเข้าส่วนใหญ่มีความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการวางแผนจัดการความเสี่ยงด้านราคา แม้ว่าระดับสินค้าคงคลังในสหรัฐฯ จะเริ่มมีทิศทางเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ แต่ยังคงเห็นการขยายตัวในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สินค้าเกษตรได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา อาทิ ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ทั้งนี้ การส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่13.3% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 13.3%

ส่งออก

มูลค่าการค้ารวม

มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนสิงหาคม 2568 การส่งออก มีมูลค่า 27,743.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.8% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 29,707.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 15.8% ดุลการค้า ขาดดุล 1,964.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวม 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 223,175.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 224,880.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว11.3% ดุลการค้า ขาดดุล 1,704.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนสิงหาคม 2568 การส่งออก มีมูลค่า 889,014 ล้านบาท หดตัว 5.5% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 964,331 ล้านบาท ขยายตัว 3.6% ดุลการค้า ขาดดุล 75,317 ล้านบาท ภาพรวม 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 7,396,314 ล้านบาท ขยายตัว% 4.7 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 7,544,896 ล้านบาท ขยายตัว 3.0% ดุลการค้า ขาดดุล 148,582 ล้านบาท

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว10.7% หดตัวในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 13.6% กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.2% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ไก่แปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ยางพารา ข้าว ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 1.6%

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 11.2% ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 17.5%

ตลาดส่งออกสำคัญ

การส่งออกไปตลาดสำคัญยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงจากการเร่งนำเข้าในช่วงก่อนที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ โดยขยายตัวทั้งในตลาดหลัก อาทิ สหรัฐฯ จีน และอาเซียน และตลาดรอง อาทิ เอเชียใต้ แอฟริกา ลาตินอเมริกา และสหราชอาณาจักร ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

(1) ตลาดหลัก ขยายตัว 4.1% โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ 12.8% จีน 5.9% อาเซียน (5) 1.7% และ CLMV 0.6% ขณะที่ญี่ปุ่น หดตัว 5.3% และ สหภาพยุโรป (27) หดตัว 1.6% ตามลำดับ

(2) ตลาดรอง ขยายตัว 4.9% โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ 17.5% ทวีปออสเตรเลีย 3.0% แอฟริกา 4.2% ลาตินอเมริกา 13.3% รัสเซียและกลุ่ม CIS 7.4% และสหราชอาณาจักร 20.2% ขณะที่หดตัวในตลาดตะวันออกกลาง 11.6% (3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัว 113.4%

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ความกังวลต่อผลกระทบจากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ ผ่อนคลายลง หลังสหรัฐฯ บรรลุการเจรจาและทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศและภูมิภาค โดยกำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทนที่ปรับลดลงจากอัตราเดิมที่เคยประกาศไว้ ในส่วนของไทยอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกับหลายประเทศในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม การเร่งนำเข้าไปในช่วงก่อนหน้าและอุปสงค์ที่อ่อนแอ คาดว่าการสะสมสินค้าคงคลังเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตจะเริ่มชะลอลง สถานการณ์การค้าชายแดนที่ยังคงยืดเยื้อ นโยบายเร่งการส่งออกข้าวของอินเดีย เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ชะลอตัว และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผู้ส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเร่งเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนภารกิจและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเร่งรัดการเจรจาความตกลงฉบับต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ เร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ ๆ ขับเคลื่อนการขยายช่องทางการค้าดิจิทัลกับอาเซียน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับการเบี่ยงเบนเส้นทางการค้า เพื่อยังคงรักษาอัตราการเติบโตของการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมายการทำงาน (Working Target) ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเอาไว้

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการส่งออกของไทยทั้งปี 2568 จะสามารถขยายตัวได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เดิมที่ 2-3% อย่างแน่นอน ส่วนการจะพิจารณาปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกของปีนี้ใหม่นั้น คงต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และภาคเอกชนผู้ส่งออกก่อน

"เดิมที่เราคาดไว้ของทั้งปีนี้ ที่ 2-3% นั้น ถึงอย่างไรก็เกินเป้าแน่ ๆ เพราะตอนนี้รวม 8 เดือน ก็ได้ 13.3% แล้ว แต่การจะปรับเป้าใหม่นั้น ต้องให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับภาคเอกชนได้หารือกันก่อน"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...