โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

#สรุปไทม์ไลน์ ปิดคดี “ออม สุชาร์“ ไกลเกลี่ย สำเร็จ ซื้อหุ้นคืน48%

INN News

อัพเดต 23 ก.ย 2568 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย 2568 เวลา 04.37 น. • INN News

#สรุปไทม์ไลน์ ปิดคดี “ออม สุชาร์“ ไกลเกลี่ย สำเร็จ ซื้อหุ้นคืน48% ถอนฟ้องทุกกรณี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกรณีของนักแสดงสาว “ออม สุชาร์” หลังถูกกล่าวอ้างเป็นดาราฮุบทำให้บริษัทเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท ทำให้ต้องออกมาชี้แจงประเด็นเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และปิดจบคดีด้วยการไกล่เกลี่ย9ชั่วโมง โดยสาว”ออม สุชาร์“ ทุ่มเงินจ่าย 25 ล้านซื้อหุ้นคืนจากคู่กรณี ยุติทุกคดี ถอนฟ้องทั้งหมด และครองหุ้น Fleen Beauty 100% วันนี้จะมาสรุปไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้น

จุดเริ่มต้น

  • ”หนุ่ม กรรชัย“ ได้ออกมาเปิดประเด็นถึงดาราฮุบบริษัทเสียหาย100ล้านบาท และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนศาล
  • จนหวยไปออกมาที่นักแสดงสาว “ออม สุชาร์” กับธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอาจ “Fleen Beauty“ โดยมีหุ้นส่วน “พริม ณัฐชา“ และ และ “ศสา” อดีตผู้จัดการส่วนตัว
  • ต่อมา แจ็คเกอรีน บันเทิงไทยรัฐ ทางไทยรัฐทีวี 32 ได้ต่อสายตรงพูดคุยกับนางเอกสาว “ออม สุชาร์” หลังถูกโยงเข้าประเด็น โดยเจ้าตัวเผยว่า “ทางด้านเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ตอนนี้อยู่ในกระบวนการของศาล และอีกฝั่งก็ยังคงถือหุ้นอยู่ สิ่งที่เจ้าตัวอยากฝากไว้ คืออยากให้ทุกคนมีวิจารณญาณในการเสพข่าว อย่าเพิ่งด่วนตัดสินกับสิ่งที่เป็นข่าว เพราะเรื่องจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ตอนนี้ตนเองก็เจ็บช้ำกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเร็วๆ นี้จะออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดให้สังคมได้รับรู้”
  • “ออม สุชาร์” ออกมาโสต์ ข้อความผ่านสตอรี่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า “ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ ในชีวิตนี้เกิดมาไม่เคยโกงใคร ไม่เคยเอาเปรียบใครและไม่เคยมีเรื่องกับใคร บทเรียนในการเลือกคบคนครั้งนี้ขอต่อสู้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนะคะ รายละเอียดต่างๆ เป็นหลักฐานในชั้นศาล ขอยังไม่เปิดเผยข้อมูล ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ออมในวันนี้นะคะ”

จุดความเข้มข้นของเรื่อง

  • “พริม ณัฐชา” หุ้นส่วน และ “ศสา” อดีตผู้จัดการของ “ออม” ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดผ่านรายการโหนกระแส
  • “ศสา” เป็นคนเข้าไปติดต่อทำแบรนด์เครื่องสำอางค์กับ “พริม” โดย “ออม” จะร่วมทำด้วย ตกลงหุ้นกันโดย “พริม” และ “ออม” ถือคนละ 48 เปอร์เซ็น “ศสา” ถือหุ้น 4 เปอร์เซ็น
  • ต่อมาทางด้าน “ออม” ขอซื้อหุ้นทั้งหมดของ “ศสา” โดยให้เหตุผลว่าธุรกิจขาดทุน “ศสา” จึงยอมขายหุ้น 4 เปอร์เซ็นต์ในจำนวนเงิน 2 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่ง “ออม” ทำสัญญาไว้ว่าต้องปกปิดการซื้อขายเป็นความลับ ถ้าผิดสัญญาต้องถูกปรับเงิน 5 แสนบาท
  • “พริม” ซึ่งมารับรู้ในภายหลัง ต่อมามีหนังสือปลด “พริม” ออกจากกาเป็นกรรมการ และ “ออม” ได้ตั้งกรรมการใหม่เป็นลูกพี่ลูกน้อง
  • หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงส่งผลให้ “พริม” ไม่มีสิทธิ์ที่จะสามารถเข้าถึงระบบหลังบ้นาของแบรนด์และรับรู้ผลประกอบการได้เลย
  • “ออม” จึงได้ขอซื้อหุ้นจาก “พริม” ทั้งหมดเป็นมูลค่า 10 ล้านบาท ซึ่ง “พริม” เห็นว่าถ้าจะซื้อขายควรมีบริษัทมาประเมินราคา
  • พอทราบว่าบริษัทมีกำไร ไม่ได้ขาดทุน “ศสา” จึงติดต่อ “ออม” เพื่อทำการคืนเงินแลกกับหุ้นเท่าเดิม แต่กลับถูกปฏิเสธ และถูกฟ้องในฐานละเมิดการเก็บความลับ ทำให้เขาถือครองหุ้นโดยไม่ปกติสุข และ ได้ฟ้อง “พริม” เรื่องของค้าแข่ง ซึ่ง “พริม” ฟ้องในเรื่องของวาระการประชุมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ตอนนี้ “พริม” ต้องการคืออยากให้การเจรจาจบแบบตรงไปตรงมาถูกต้องว่าบริษัทจะเป็นของใคร
  • ทางด้าน “ศสา” อยากได้หุ้น 4 เปอร์เซ็นต์คืนมา เพื่อทำตามสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันกับ “พริม” ไปตลอด ถ้ารู้ว่าได้กำไรจะไม่ขาย

ทางด้าน “ออม สุชาร์” พร้อม น้องสาว และ ทนาย ได้อกมาโต้กลับชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายกาโหนกระแส เรียกว้าซัดกันนัว

เรื่องของการแบ่งสัดส่วนหุ้นบริษัท

  • ในตอนแรกที่คุยกันก่อนเซ็นต์สัญญาคุยกันไว้ที่ “ศสา” ถือหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ และ “พริม” และ “ออม” ถือหุ้นคนละ 45 เปอร์เซ็นต์ เวลาผ่านไป “พริม” ขอแบ่งสัดส่วนใหม่ในภายหลังโดยลดหุ้นของ “ศสา” เหลือ 4 เปอร์เซ็น ของ “พริม” เพิ่มเป็น 51 เปอร์เซ็นต์ ของ “ออม” คงเหลือ 45 เปอร์เซ็นต์เท่าเดิม
  • “ออม” รู้ว่า “พริม” เคยทำแบรนด์ RAD มาก่อน คิดว่าเลิกทำแล้ว เลยตกลงทำ Fleen ด้วยกัน

จุดแตกหักที่ทำให้ “ออม” ไม่ไว้ใจ “พริม”

  • เดือนมกราคม ปี 2566 “อัง” น้องสาวของ “ออม” เข้าไปเสิร์ชหาโลโก้ใน Google Drive แต่ไปเจอโลโก้ของแบรนด์อื่นใน Fleen เป็นภาพโลโก้ของ RAD ซึ่งไม่ควรจะอยู่ในนี้
  • ทางทนายอ้างว่า Fleen จดทะเบียนเมื่อปี 2566 หลังนั้น “พริม” ไปจด RAD เมื่อปี 2567 “ออม” จึงไปฟ้องฐานค้าแข่ง
  • หลังจากนั้นวันที่ 10 มกราคม 2568 “อัง” ไม่ได้พบแค่โลโก้ของออีกแบรนด์ แต่พบใบเสนอราคาที่ส่งมาทางอีเมลของ Fleen เป็นของอีกแบรนด์นึง จึงมีการนัดคุยกับ “พริม” ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาตอบว่าจะบอกอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีเวลา
  • ในคลิปเสียงอัดวันที่ 25 มกราคม 2568 “พริม” พูดว่า “จริง ๆ ตั้งใจจะบอก ก็รออยู่ ซึ่งที่เห็นมันยังเป็นซากอยู่ โลโก้จริง ๆ ก็ไม่ใช่อันนั้น แต่มีไทม์มิ่งจะบอกเหมือนกัน เสียใจเหมือนกัน และเข้าใจที่ “ออม” เสียใจ ที่เห็นมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับ”

“ออม” ยืนยันว่าการซื้อหุ้นจาก “ศสา” นั้นตกลงตามราคาที่คิดเอง เนื่องจากไม่ทราบกำไรของแบรนด์

ความต้องการของทั้งสองฝ่าย

  • “อัง” ยันว่าทุกอย่างไม่ได้เกิดเพราะหุ้น 4 เปอร์เซ็นต์ แต่เกิดขึ้นเพราะ “พริม” ทำลับหลัง ส่วนที่ปลด “พริม” ออกจากกรรมการบริษัทเนื่องจากมันเกิดความเสียหายที่ไม่รู้ว่าใครมาลบไฟล์
  • เรื่องที่แต่งตั้งกรรมการใหม่ ตอนที่ “พริม” และ “ออม” เป็นกรรมการเพียง 2 คนในบริษัทเงินเดือนอยู่ที่คนละ 1 แสนบาท พอมีกรรมการเข้ามาใหม่ 3 คน เงินเดือนทุกคนจะได้คนละ 5 หมื่นบาท ตอนนี้อยู่ในกระบวณการประเมินเพื่อหาราคาจริง ๆ ของบริษัท
  • ตอนนี้ “ออม” อยากซื้อหุ้นเพื่อทำแบรนด์ต่อ แต่ไม่รู้ราคาประเมินจึงติดต่อบริษัทกลางเพื่อมาประเมิน และให้ศาลตัดสิน เดินเรื่องทุกอย่างตามกระบวณการทางกฎหมาย
  • ส่วน “พริม” อยากปิดบริษัทและแยกย้าย เพราะรักแบรนด์เหมือนกัน แต่ไม่พอใจที่ “ออม” ไปซื้อหุ้นจาก “ศสา” ลับหลัง

จุดสิ้นสุดปิดคดีดาราฮุบบริษัท

  • ไกล่เกลี่ยนาน 9 ชั่วโมง เพราะตกลงกันเรื่องเงิน โดยได้ซื้อหุ้น 48% จาก “พริม ณัฐชา มูลค่า 25 ล้านบาท ทำให้ถือหุ้นในบริษัท 100% ตอนนี้เคลียร์จบทุกคดี ที่ต่างฝ่ายต่างฟ้องกัน มีตัวแทนตกลงประนีประนอมยอมความส่วนคดีอื่นก็ถอนฟ้องไป สรุปแล้วก็คือทุกคดีจบ ไม่มีคดีอะไรต่อกัน”
  • “พริม” ได้ออกมาโพสต์สรุปข้อมูลศาลแพ่งพระโขนง นัดไกล่เกลี่ย ชี้สองสถาน สืบพยาน พร้อมแคปชั่น ‘🙏🏻 #fleenbeauty ขอบคุณทุกเรื่องราว ทุกกำลังใจ และทุกๆคนเลยนะคะ 🤍🙏🏻 เติบโตต่อไปน้า

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...