โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินฟลูดัง ยอมรับผิด สิงโตกัดเด็ก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีคนช่วย เด็ก 11 สู้กับสิงโต

Khaosod

อัพเดต 05 ต.ค. 2568 เวลา 07.28 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2568 เวลา 07.28 น.
อินฟลูดัง ยอมรับผิด สิงโตกัดเด็ก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีคนช่วย เด็ก 11 สู้กับสิงโต

อินฟลูดัง ยอมรับผิด สิงโตกัดเด็ก 11 บาดเจ็บ พร้อมเยียวยา หลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีคนช่วย เด็ก 11 สู้กับสิงโตอย่างกล้าหาญ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ต.ค.2568 เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่ง เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จังหวัดกาญจนบุรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ตำบลหนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

ร่วมกันลงพื้นที่ บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 8 บ้านหนองกุ่ม ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย เพื่อตรวจสอบความคืบหน้า กรณี สิงโตเพศเมีย อายุ 1 ปีเศษ หลุดออกจากกรงขัง ซึ่งอยู่ภายในบ้าน และออกมากัดเด็กชายอายุ 11 ปีได้รับบาดเจ็บ รวมถึงยังทำร้ายชาวบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือเด็กจนได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อมาถึงบริเวณบ้านหลังเกิดเหตุ พบนายปริญญา (สงวนนามสกุล) เจ้าของสิงโต นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบดูกรงขังสิงโตซึ่งอยู่ภายในบ้าน โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ภายในเขตชุมชน มีทั้งร้านค้าและบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้เคียงจำนวนมาก โดยเมื่อเข้าไปภายในบริเวณบ้าน พบว่า นายปริญญา นำเอาสิงโตตัวดังกล่าวเข้าไปอยู่ภายในห้องกระจก เนื่องจากกรงที่ใช้ขังสิงโต กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง

นายปริญญา ให้ข้อมูลว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ ตนทำการปรับปรุงกรมที่ใช้ขังสิงโต จึงนำสิงโตออกมาอยู่นอกกรงและใช้โซ่ล่ามคอเอาไว้ แต่ไม่รู้ว่าสิงโตกระชากโซ่หลุดตอนไหน มาทราบเรื่อง ตอนที่ชาวบ้านมาเรียกให้ไปดูว่าสิงโตหลุดและกำลังกัดเด็กอยู่ เมื่อทราบเรื่องตนจึงรีบเข้าไปล็อกสิงโตนำกลับเข้ามาภายในบ้าน

ส่วนเด็กและชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยตนยืนยันพร้อมรับผิดชอบ ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ต้องขอกล่าวขอโทษครอบครัวของเด็กและชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ยอมรับว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของตนเอง โดยหลังจากนี้ ยินดีที่จะส่งมอบสิงโตตัวดังกล่าวให้ไปอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ที่บึงฉวากต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุ เด็กๆจับกลุ่มเล่นกันอยู่ที่ร้านค้า ห่างจากบ้านที่เลี้ยงสิงโตประมาณ 20 เมตร หลังจากเด็กๆเล่นเสร็จ เด็กที่ได้รับบาดเจ็บกำลังวิ่งกลับบ้าน ซึ่งอยู่เลยบ้านพี่มีการเลี้ยงสิงโตไปเล็กน้อย

จากนั้นได้ยินเสียงเด็กร้องและวิ่งมาขอความช่วยเหลือ บอกว่า น้องพี เด็กชาย อายุ 11 ปี ถูกสิงโตกัด ตนจึงรีบวิ่งออกไปดู และพบว่าสิงโตกำลังยืนคร่อมร่างของน้องอยู่บริเวณกอหญ้าข้างทาง ตนรีบตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน กระทั่งมีชายวัยรุ่นซึ่งอยู่บ้านใกล้เคียง ออกมาดูเหตุการณ์ และเข้าไปสู้กับสิงโตอย่างกล้าหาญ จนสามารถช่วยชีวิตเด็กออกมาได้สำเร็จ

โดยน้องพี มีร่องรอยถูกกัดที่บริเวณสะโพก ส่วนชายหนุ่มที่เป็นพลเมืองดีมีบาดแผลถูกกรงเล็บสิงโตข่วนเข้าบริเวณหน้าอกและต้นขา โดยชาวบ้านช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้วทั้งสองคน

ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลอีกว่า สิงโตตัวดังกล่าวถูกนำมาเลี้ยงอยู่ที่บ้านหลังนี้ประมาณ 1 ปีเศษ เป็นสิงโตเพศเมีย ชื่อ มเหสี อายุประมาณ 1 ปี 2 เดือน ที่ผ่านมาเคยหลุดออกมาจากโรงแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ยอมรับว่า ตนและชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการขนย้ายสิงโตตัวดังกล่าวออกไปจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของชาวบ้านทุกคน

อินฟลูดัง ยอมรับผิด สิงโตกัดเด็ก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีคนช่วย เด็ก 11 สู้กับสิงโต

อินฟลูดัง ยอมรับผิด สิงโตกัดเด็ก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีคนช่วย เด็ก 11 สู้กับสิงโต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อินฟลูดัง ยอมรับผิด สิงโตกัดเด็ก ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่านาทีคนช่วย เด็ก 11 สู้กับสิงโต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...