ผู้นำเทคโนโลยี–นักวิทยาศาสตร์ 850 คนทั่วโลก จี้ “หยุดพัฒนา AI เหนือมนุษย์” หวั่นคุกคามเสรีภาพ
ผู้นำเทคโนโลยี–นักวิทยาศาสตร์กว่า 850 คนทั่วโลก จี้หยุดพัฒนา AI เหนือมนุษย์ (Superintelligence) หวั่นคุกคามเสรีภาพและความอยู่รอดของมนุษยชาติ
วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 14.09 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงบุคคลชั้นนำระดับโลกกว่า 850 คน ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์เรียกร้องให้ยุติความพยายามสร้างปัญญาประดิษฐ์ระดับเหนือมนุษย์ (Superintelligence) ซึ่งเป็นรูปแบบของ AI ที่มีศักยภาพทางปัญญาเหนือกว่ามนุษย์ในแทบทุกด้าน
ผู้ร่วมลงนามมีทั้ง ริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้ง Virgin Group, สตีฟ วอซเนียก ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple รวมถึงบรรดานักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชื่อดังอย่าง โยชัว เบนจิโอ และ เจฟฟรีย์ ฮินตัน สองบิดาแห่ง AI สมัยใหม่ พร้อมด้วยสจวร์ต รัสเซล ศาสตราจารย์ด้าน AI จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์
คำว่า Superintelligence กลายเป็นคำที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการ AI ขณะที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง xAI ของอีลอน มัสก์, OpenAI ของแซม อัลต์แมน, และ Meta ต่างเร่งแข่งกันพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดย Meta ถึงขั้นตั้งชื่อหน่วยงานของตนว่า Meta Superintelligence Labs
อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ฉบับนี้เตือนว่าการพัฒนา AI ที่มีระดับสติปัญญาเหนือมนุษย์นั้น ก่อให้เกิดความกังวลอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ความเสี่ยงที่มนุษย์จะตกเป็นฝ่ายด้อยทางเศรษฐกิจและสูญเสียอำนาจการตัดสินใจ ไปจนถึงการคุกคามเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรี ความมั่นคงของชาติ และอาจถึงขั้นนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ
จึงมีการเรียกร้องให้ห้ามพัฒนา Superintelligence จนกว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากสาธารณชน และมีฉันทามติทางวิทยาศาสตร์ ว่าสามารถสร้างและควบคุมเทคโนโลยีนี้ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีแล้ว รายชื่อผู้ร่วมลงนามยังครอบคลุมถึง นักวิชาการ ผู้นำศาสนา บุคลากรสื่อ รวมถึงอดีตนักการเมืองจากทั้งสองพรรคของสหรัฐ อาทิ พลเรือเอกไมค์ มัลเลน (Mike Mullen) อดีตประธานคณะเสนาธิการร่วม,ซูซาน ไรซ์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ รวมถึง สตีฟ แบนนอน และเกลน เบ็ก สองผู้มีอิทธิพลทางสื่อซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างความฮือฮาคือรายชื่อของ เจ้าชายแฮร์รี และเมแกน มาร์เคิล ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ซึ่งร่วมลงนามด้วย โดยรายงานระบุว่า รายชื่อผู้สนับสนุนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่มีการเผยแพร่แถลงการณ์ฉบับนี้
อ้างอิง : cnbc.com