โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Silver Age” พลังเงียบที่จะเขียนเศรษฐกิจไทยในอนาคต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 16.53 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2568 เวลา 09.53 น.

เพราะการวางแผน Silver Age ไม่ได้จบที่ มีเงินพอหรือไม่ แต่คือการตอบว่า ชีวิตที่ยาวนานขึ้น จะเต็มไปด้วยความหมายและมั่นคงได้อย่างไร

ข่าวคนวัยทำงานบางกลุ่มมีโอกาส “เกษียณเร็ว” ตั้งแต่อายุ 45-50 ปี อาจเป็นภาพฝันที่หลายคนอยากทำตาม แต่ในความเป็นจริงคำถามสำคัญไม่ใช่ว่า เราจะเกษียณได้เร็วแค่ไหน เพราะการที่เราจะต้องมีชีวิตหลังเกษียณที่ยาวขึ้นและอาจกลายเป็นช่วงชีวิตที่ยาวนานที่สุด คำถามที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เพียง “เราจะเกษียณเมื่อไหร่” แต่คือ “เราจะใช้ชีวิตหลังเกษียณที่ยืนยาวขึ้นอย่างไร”

โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยน : สัญญาณตรงไปยังเศรษฐกิจ

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ Super-Aged Society เร็วกว่าประเทศส่วนใหญ่ ภายในเวลาเพียง 15 ปีข้างหน้า “1 ใน 3 ของคนไทยจะเป็น Silver Age”

  • ปี 2023 : ประชากรอายุ 60+ = 14 ล้านคน (20% ของประชากร)* และ
  • ปี 2040 : ประชากรอายุ 60+ จะเพิ่มเป็น 21 ล้านคน (30% ของประชากร)*

การที่มีอายุที่ยืนยาวขึ้น ทำให้สัดส่วนประชากร อายุสูงเพิ่มขึ้นด้วย สิ่งนี้จะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ อย่างสำคัญ:

แรงงานวัยทำงานลดลง อาจส่งผลต่อการเติบโตของ GDP ที่ชะลอตัวลง การออมประเทศที่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากการที่สังคม
สูงวัย มี “Dissaving Effect” คือดึงเงินออมมาใช้มากขึ้น สวัสดิการและงบประมาณรัฐถูกกดดันจากความไม่สมดุลของเงินรับเข้าและจ่ายออก
ที่สำคัญที่สุด Silver Age จะกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภค และนักลงทุนที่ใหญ่ที่สุด

มิติส่วนบุคคล: การเปลี่ยนแปลงระดับประเทศนี้สะท้อน

ตรงมาถึงตัวเรา การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นหมายถึง “เงินที่เก็บไว้วันนี้” ต้องรองรับการใช้ชีวิตอีกหลายสิบปี การวางแผนแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่วัยทำงานจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขเพื่อความมั่นคง

Silver Age : จากผู้พึ่งพิง เป็น ผู้เล่นหลักทางเศรษฐกิจ

Silver Age ไม่ได้หมายถึงวัยโรยรา แต่คือคนอายุ 65 ปีขึ้นไป ที่ยังมีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง มีทั้ง เงินออม บำนาญ และสินทรัพย์สะสม จากการทำงานยาวนาน พร้อมกำลังซื้อที่กำหนดทิศทางตลาด

  • สินทรัพย์การเงิน: คนวัยนี้ถือครองเงินฝากและตราสารหนี้สัดส่วนสูง
  • อสังหาริมทรัพย์: เป็นเจ้าของบ้านและที่ดินมากกว่าวัยอื่น
  • พฤติกรรมการใช้จ่าย: เน้นสุขภาพ การท่องเที่ยวคุณภาพ และความสะดวกสบาย
  • บทบาทนักลงทุน: มีแนวโน้มเป็นกลุ่มผู้ลงทุนที่เน้นสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ–ปานกลาง แต่มีขนาดพอร์ตใหญ่

Silver Age ไม่ใช่ “ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม” อีกต่อไป แต่คือ กลุ่มหลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอีกสองทศวรรษข้างหน้า

  • มิติส่วนบุคคล : ใครที่กำลังเดินเข้าสู่ Silver Age ต้องถามตัวเองว่า “อยากใช้เงินไปกับอะไร” เพราะสินทรัพย์ที่สะสมมาตลอดชีวิต ไม่ใช่เพียงเพื่อความมั่นคง แต่เพื่อกำหนดคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ในวัยเกษียณด้วย

ความท้าทายทางการเงิน : จากภาพรวมสู่ระดับบุคคล

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก World Bank ชี้ว่า ครัวเรือนที่หัวหน้าครอบครัวเป็นผู้สูงอายุมีความเสี่ยงยากจนมากกว่าครัวเรือนวัยทำงานถึงสองเท่า เพราะ
รายได้หลังเกษียณไม่พอ (บำนาญครอบคลุมน้อย) ค่าใช้จ่ายสุขภาพสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลใกล้ชิด

  • โครงสร้างครอบครัวเปลี่ยน : ลูกหลานดูแลน้อยลง
  • มิติส่วนบุคคล : การเผชิญความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้เริ่มตอนอายุ 65 แต่เกิดจากการที่เราไม่ได้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เช่น ไม่วางแผนกระแสเงินสด ไม่เตรียมงบสุขภาพ หรือไม่คิดถึงความยาวนานของชีวิตที่เพิ่มขึ้น

เครื่องมือการเงินและประกัน : กลยุทธ์รับมือความเสี่ยงจากการมีอายุยืน

Longevity Risk ในมิติของการเงิน Silver Age ต้องคิดเกินกว่าเพียงเรื่อง “เงินออม” และควรหันมาใช้ เครื่องมือจัดการความเสี่ยง เพื่อรองรับการมีอายุยืนยาวบนความเสี่ยงด้านต่างๆ ที่อาจเผชิญเมื่ออายุสูงขึ้น เพื่อให้พอร์ตการเงินรองรับชีวิตยืนยาวขึ้นประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงเป็นเครื่องมือสำคัญต่อ “Health Shock” ค่าใช้จ่ายสุขภาพที่ไม่อาจคาดการณ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ/สะสมทรัพย์ช่วยด้านกระแสเงินสด (Cashflow) ระยะยาวช่วยลดการดึงเงินออมมาใช้เร็วเกินไป (Dissaving) กองทุนรวมเพื่อการเกษียณ/ตราสารหนี้คุณภาพสูง เสริมความมั่นคงและรายได้ประจำ ตามระดับความเสี่ยง
ที่เหมาะสม ประกันดูแลระยะยาว (LTC Insurance) รองรับค่าใช้จ่าย Care Service ปัญหาใหญ่ของกลุ่มอายุ 80 ปีขึ้นไป

  • มิติส่วนบุคคล : เครื่องมือเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรเลือกเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณแล้ว แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ต้นทุนการออมต่ำกว่า และโอกาสในการสะสมผลตอบแทนสูงกว่า

บทสรุป : Silver Age คือ “Game Changer”

ภายในปี 2040 Silver Age จะไม่ใช่เพียงผู้สูงวัยในเชิงประชากร แต่จะกลายเป็น ผู้บริโภคหลักและนักลงทุนหลัก เป็นผู้ถือครองสินทรัพย์หลัก และผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทย สิ่งที่รัฐทำคือ การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิการ แต่สิ่งที่จะสร้างความมั่นคงจริงๆ คือ การวางแผนของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการออม การลงทุน หรือการใช้เครื่องมือการเงินอย่างประกัน

สำหรับคนในแวดวงการเงิน Silver Age ไม่ใช่แค่ “กลุ่มลูกค้า” หากคือ “แกนกลางของเศรษฐกิจไทยในอนาคต” และการเข้าใจทั้งความแข็งแรงและความเปราะบางของพวกเขา จะเป็นกุญแจสำคัญในการออกแบบผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การลงทุนในอีก
15 ปีข้างหน้า เพราะการวางแผน Silver Age ไม่ได้จบที่ มีเงินพอหรือไม่ แต่คือการตอบว่า ชีวิตที่ยาวนานขึ้น จะเต็มไปด้วยความหมายและมั่นคงได้อย่างไร

แหล่งที่มาของข้อมูล :

  • TDRI – Promotion of Active Aging and Quality of Life … บทความ “Vol.38 No.3 September 2023”
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...