โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงลูกให้เรียนเก่ง โดยไม่ต้องส่งลูกเรียนพิเศษมากเกินไป

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2568 เวลา 23.32 น. • Features

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะเคยมีความหวังเล็กๆ ในใจว่าอยากให้ลูกเรียนเก่ง แม้จะเข้าใจดีว่าผลการเรียนในวัยเด็กไม่ใช่สิ่งการันตีความสำเร็จในอนาคต แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ หน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนให้ลูกถือเป็นการสร้างพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงและเพิ่มโอกาสดีๆ ในชีวิตให้กับลูกต่อไปในอนาคตเมื่ออยาก เลี้ยงลูกให้เรียนเก่ง นอกจากการเรียนในโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่จึงพยายามส่งเสริมลูกด้วยการหาที่เรียนพิเศษอย่างเข้มข้นหลังเลิกเรียน ไม่เว้นแม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังต้องหาที่เรียนหรือกิจกรรมพิเศษให้ลูกทำไม่มีขาด เพราะเชื่อว่าการเรียนพิเศษจะทำให้ลูกเรียนเก่งและมีความรู้มากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ลูกมีผลการเรียนดีขึ้นได้จริง แต่ในระยะยาว หากลูกถูกบังคับให้เรียนพิเศษมากเกินไป ก็อาจสร้างความเครียดและความเบื่อหน่ายต่อการเรียนให้กับลูกได้การจะ เลี้ยงลูกให้เรียนเก่ง อย่างยั่งยืนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงการเรียนพิเศษ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและแนวคิดที่คุณพ่อคุณแม่มีให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก การสร้างทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ การฝึกทักษะการคิด และการบริหารจัดการเวลา คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ1. สร้าง Growth Mindset ให้ลูกเชื่อว่าความฉลาดพัฒนาได้

ทัศนคติ คือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนแนวคิด Growth Mindset ให้ลูกเชื่อว่าความฉลาดและความสามารถต่างๆ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่สามารถพัฒนาได้เสมอ หากลูกทำคะแนนสอบได้ไม่ดี คุณพ่อคุณแม่อย่าใช้การตำหนิ แต่ควรสอนให้ลูกพยายามใหม่ และมองว่าความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้2. ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)

การคิดวิเคราะห์ไม่เพียงแต่เป็นทักษะสำคัญต่อการเรียน แต่ยังจำเป็นต่อการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลนี้ด้วย คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกมีทักษะการคิดวิเคราะห์ได้ง่ายๆ ผ่านการตั้งคำถามปลายเปิด กระตุ้นให้ลูกได้ใช้ความคิดและเหตุผลอยู่เสมอ ทำให้ลูกรู้จักการประมวลผล และเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น3. ปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน

การอ่านเป็นทักษะที่เสมือนประตูนำไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ไม่สิ้นสุด คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างนิสัยรักการอ่านให้ลูกได้ด้วยการสร้างบรรยายกาศที่ส่งเสริมการอ่านในบ้าน เริ่มจากการอ่านนิทานให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็ก เมื่อลูกโตขึ้นอาจกำหนดให้มีช่วงเวลาอ่านหนังสือของครอบครัว (Family Reading Time) วันละ 15-30 นาที และในวันหยุดอาจพาลูกไปเลือกหนังสือที่ลูกสนใจที่ร้านหนังสือหรือห้องสมุดเป็นประจำ การทำให้การอ่านเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันจะช่วยสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ให้กับลูกอย่างเป็นธรรมชาติ4. สอนให้ลูกรู้จักการบริหารเวลาและการวางแผน

การสอนให้ลูกจัดการเวลาและรู้จักวางแผนเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ลูกเรียนเก่ง เพราะลูกจะสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นภาพรวมของสิ่งที่ต้องทำ จัดลำดับความสำคัญได้ดี มีวินัยและความรับผิดชอบในตัวเอง ลดความเครียดจากการทำงานเร่งด่วน และเพิ่มความมั่นใจเมื่อทำตามแผนสำเร็จ อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้และการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายในอนาคต5. ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน

การปล่อยให้ลูกได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทั้งการนอนหลับที่เพียงพอ และการเล่นสนุกตามวัย เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สมองของลูกได้จัดระเบียบข้อมูล พร้อมรับการเรียนรู้ใหม่ๆ และจดจำได้ดีขึ้น การมีสมดุลระหว่างการเรียนรู้และการพักผ่อนที่เหมาะสมจะช่วยให้ลูกมีพลังงานเต็มที่ในการค้นพบและเรียนรู้โลกกว้างอ้างอิงMagridShichidaXWA

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...