โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

พาสปอร์ตไทย อยู่ตรงไหน? จากการจัดพาสปอร์ตทรงพลังที่สุดในปี 2025

LSA Thailand

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 01.30 น. • Lifestyle Asia Thailand
พาสปอร์ตไทย

ตื่นเถิดชาวไทย พร้อมเที่ยวกันหรือยัง! เรากลับมาอีกครั้งในปี 2025 เตรียมพาสปอร์ตให้พร้อมกันเลย เพราะ The Henley Passport Index องค์กรที่จัดอันดับหนังสือเดินทางทั่วโลกตามจำนวนจุดหมายปลายทางที่ผู้ถือสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า ได้จัดอันดับความทรงพลังของพาสปอร์ตแต่ละประเทศอีกครั้ง แล้ว พาสปอร์ตไทย ล่ะ!

Related articles

คน Gen Z กดไลก์! การเที่ยวหรูหราคือที่สุดแห่งทางเลือก

วันพีซ เตรียมออกลุยไปยัง Grand Line บนรถไฟชินคันเซ็น One Piece

งานนี้พาสปอร์ตใครทรงพลังที่สุด

ดัชนีหนังสือเดินทางเฮนลีย์ ประจำปี 2568 (Henley Passport Index 2025) จัดอันดับให้ ประเทศสิงคโปร์ ยังคงเป็นหนังสือเดินทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดอีกครั้ง โดยสามารถเดินทางเข้าออกประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าถึง 193 ประเทศ รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นถึงอำนาจของหนังสือเดินทางที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเอเชีย โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้รั้งอันดับสองร่วม โดยสามารถเดินทางเข้าออกประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าถึง 190 ประเทศ ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 62 (เพิ่มขึ้นหนึ่งอันดับจากปีที่แล้ว) และเดินทางเข้าออกประเทศต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าถึง 81 ประเทศทั่วโลก (แต่แน่นอนคนไทยคงอยากได้มากกว่านี้)

ดร. เจิร์ก สเตฟเฟน (Juerg Steffen) ซีอีโอของ Henley Passport Index กล่าวว่า “ปัจจุบันชาวอเมริกันเป็นผู้นำความต้องการทางเลือกในการพำนักอาศัยและขอสัญชาติทั่วโลก โดยชาวอังกฤษก็ติดอันดับห้าอันดับแรกของโลกเช่นกัน ขณะที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรมีนโยบายที่มุ่งเน้นภายในประเทศมากขึ้น เราจึงได้เห็นความสนใจจากพลเมืองของพวกเขาที่แสวงหาการเข้าถึงและความมั่นคงระดับโลกที่มากขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” เขากล่าวในข่าวประชาสัมพันธ์

พาสปอร์ตไทย ขยับขึ้นหนึ่งอันดับ สิงคโปร์ยังคงทรงอิทธิพลที่สุด จาก Henley Passport Index 2025

หนังสือเดินทาง 10 อันดับแรกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก:

  • สิงคโปร์: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 193 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 190 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอร์แลนด์ สเปน เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 189 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • ออสเตรีย เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปรตุเกส และสวีเดน: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 189 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • กรีซ สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 187 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • สหราชอาณาจักร: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 186 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • ออสเตรเลีย เช็กเกีย มอลตา ฮังการี และโปแลนด์: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 185 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • แคนาดา เอสโตเนีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 184 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • โครเอเชีย ลัตเวีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย: เข้าถึงจุดหมายปลายทาง 183 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า
  • ไอซ์แลนด์ ลิทัวเนีย และสหรัฐอเมริกา: สามารถเข้าถึงจุดหมายปลายทาง 182 แห่งโดยไม่ต้องใช้วีซ่า
Photo Credit: Henley Global via Facebook

ประเทศต่างๆ มีสถานะอย่างไร

จากข้อมูลของ Henley Passport Index 2025 สหราชอาณาจักรซึ่งปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 6 โดยสามารถเข้าถึงจุดหมายปลายทางได้ 186 แห่ง ลดลงหนึ่งอันดับเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม ซึ่งเป็นเดือนที่มีการอัปเดตอันดับล่าสุด นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาก็ลดลงหนึ่งอันดับ โดยสามารถเข้าถึงจุดหมายปลายทางได้ 181 แห่งโดยไม่ต้องใช้วีซ่า

หลายประเทศในเอเชียมีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมถึงอินเดีย ซึ่งไต่อันดับขึ้นมาอย่างน่าทึ่งถึงแปดอันดับ จากอันดับที่ 85 ขึ้นมาอยู่ที่ 77 ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงหกเดือน ด้วยการเพิ่มจุดหมายปลายทางอีกสองแห่ง ทำให้ผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดียสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางได้ถึง 59 แห่งโดยไม่ต้องขอวีซ่า อัฟกานิสถานยังคงอยู่ในอันดับสุดท้าย โดยสามารถเข้าถึงจุดหมายปลายทางได้เพียง 25 แห่งที่ต้องใช้วีซ่าก่อน

แน่นอนเราก็อยากให้ พาสปอร์ตไทย เป็นเหมือนกับเพื่อนบ้านเช่นกันที่ไปได้แทบจะเกือบทั่วโลกเลยก็ว่าได้

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero & Featured Photo Credit: Henley Global via Website

References:

https://www.henleyglobal.com/Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...