โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ญี่ปุ่นร้อนทุบสถิติ อุณหภูมิแตะ 41.8°C พบเป็นฮีตสโตรกกว่า 5 หมื่นคน

BT Beartai

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 04.52 น.
ญี่ปุ่นร้อนทุบสถิติ อุณหภูมิแตะ 41.8°C พบเป็นฮีตสโตรกกว่า 5 หมื่นคน

ญี่ปุ่นเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิในเมืองอิเซซากิ (Isesaki-shi) จังหวัดกุนมะ (Gunma-ken) พุ่งสูงถึง 41.8 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 41.2 องศาเซลเซียส ขณะที่หลายพื้นที่ในภูมิภาคคันโต รวมถึงกรุงโตเกียว มีอุณหภูมิสูงเกิน 40 องศาในกว่า 10 จุด

ทำไมญี่ปุ่นอากาศร้อนได้ขนาดนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า ความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นส่วนหนึ่งมาจากลมโฟห์น (Foehn wind) ลมร้อนที่พัดจากภูเขาลงสู่ที่ราบ ซึ่งทำให้อุณหภูมิในภูมิภาคคันโตพุ่งสูงผิดปกติ

ทางการได้ออกประกาศเตือนภัยโรคลมแดดใน 44 จังหวัด จากทั้งหมด 47 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งนับเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบเตือนภัยนี้ทั่วประเทศเมื่อปี 2564

ปรากฏการณ์คลื่นความร้อนครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่มวลอากาศอุ่นเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบความกดอากาศต่ำบริเวณใกล้เกาะฮอกไกโด ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่ในญี่ปุ่นยังคงเผชิญอุณหภูมิสูงต่อเนื่องในช่วงนี้

รัฐบาลญี่ปุ่นมีมาตรการป้องกันยังไงบ้าง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เร่งรณรงค์ให้ประชาชนป้องกันอันตรายจากคลื่นความร้อน เช่น การใช้เครื่องปรับอากาศอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงกลางวัน และดื่มน้ำให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังมีระบบการแจ้งเตือนโรคลมแดด (Heat stroke) เมื่อมีการประกาศแจ้งเตือน เทศบาลจะเปิดสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด และศูนย์ชุมชนให้กับผู้อยู่อาศัยเป็น ‘ที่พักพิงเย็น’

และยังมีการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำ (fogging devices) ในพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ สถานีรถไฟ และย่านการค้า เพื่อลดอุณหภูมิและเพิ่มความชื้นในอากาศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...