โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

YLG มอง ทองคำมีโอกาสแตะ 4,000 และ 4,435 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองไทย 61,600-68,000 บาทต่อบาททองคำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 13.02 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 06.02 น.

YLG เผยทองคำพุ่งแรงรับปัจจัยบวกใหม่ฝรั่งเศสเสี่ยงวิกฤตการเมือง - ญี่ปุ่นมีโอกาสชะลอขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ปัจจัยบวกเดิมยังแข็งแกร่งจากภาวะชัตดาวน์สหรัฐฯ -ธ.กลางทั่วโลกพ่วงกอง ETF ซื้อทองต่อเนื่อง

· วายแอลจีชี้ ทองไทยพุ่งแรงทำจุดสูงสุดใหม่ที่3,977.34 ดอลลาร์สหรัฐฯ 61,100 บาทต่อบาททองคำ ในวันที่ 7 ต.ค. 2568 รับปัจจัยหนุนใหม่จากความเสี่ยงวิกฤตการเมืองฝรั่งเศสหลังนายกลาออกกระทันหัน ญี่ปุ่นมีข่าวดีหนุนทองจากนโยบายชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของนายกหญิงคนแรก

· ขณะที่ปัจจัยบวกเดิมยังแข็งแกร่งทั้งการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางเศรษฐกิจ ขณะที่เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนนี้ รวมถึงการเข้าซื้อทองอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก พร้อมด้วยแรงซื้อจากรายย่อยผ่านกองทุน ETF ที่เพิ่มมากสุดในรอบกว่า 3 ปี

· พร้อมแนะนำช่องทางเริ่มต้นลงทุนทองคำได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 3,977.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 7 ต.ค. 2568 (เวลา11.00 น.) เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนใหม่เข้ามาทั้งกรณีการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ ฯ ที่อาจส่งผลให้การเผยแพร่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์นี้เลื่อนออกไป ซึ่งจะเพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ฯ (เฟด) ที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ภายในสิ้นเดือนนี้

นอกจากนี้ยังได้รับแรงสนับสนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสงครามในยุโรปตะวันออก หรือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลว่าความเสี่ยงจะบานปลาย ซึ่งมักจะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยผ่านกองทุน ETF ซึ่งมีปริมาณเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบกว่า 3 ปี และยังมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเผชิญวิกฤตทางการเมืองของฝรั่งเศส หลังนายกรัฐมนตรีคนใหม่ลาออกภายในระยะเวลาเพียง 14 ชั่วโมงหลังจัดตั้งคณะรัฐมนตรีส่งผลให้ ดัชนี CAC-40 ของฝรั่งเศสร่วงลงมากที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์ รวมถึงให้ดัชนี Stoxx 600 ของภูมิภาคยุโรปติดลบ

ขณะเดียวกันทองคำมีปัจจัยบวกใหม่จากฝั่งเอเชียเพิ่มเข้ามาจากกรณีที่ พรรคเสรีประชาธิปไตย ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้เลือกซานาเอะ ทาคาอิจิ สมาชิกสภานิติบัญญัติสายอนุรักษ์นิยม ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศ โดยทาคาอิจิถูกมองว่าเป็นผู้นำที่สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และได้ส่งสัญญาณการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป จึงเป็นบวกต่อทองคำ

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในช่วงนี้ YLG มองว่าราคาทองคำมีโอกาสเคลื่อนไหวในทิศทางบวกได้ต่อเนื่อง มองเป้าหมาย 4,000 และ 4,435 ดอลลาร์ต่อออนซ์ตามลำดับ ส่วนราคาทองคำในประเทศมีทิศทางเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำในตลาดโลก โดยมองเป้าทองไทยที่ 61,600-68,000 บาทต่อบาททองคำ (คำนวนจากค่าเงินบาทระดับ 32.46 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)

ส่วนนักลงทุนที่สนใจลงทุนกับ YLG สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888 #2

อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...