โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สร้างสถิติโลกใหม่สุดโหด! หนุ่มชาวโครเอเชียกลั้นหายใจใต้น้ำนานเกือบ 30 นาที

Khaosod

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 09.19 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 09.00 น.

ทุบสถิติโลกโหด! หนุ่มชาวโครเอเชียทำเรื่องเหนือมนุษย์ หลังกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานเกือบ 30 นาที รื้อทั้งตัวเลขเก่า-ทิ้งห่างสถิติเดิมหลายนาที

คนทั่วไปส่วนใหญ่สามารถกลั้นหายใจได้นานเพียงไม่กี่วินาที หรือ 2 - 3 นาที แต่ด้วยการฝึกฝนที่เหมาะสม บางคนสามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานจนน่าเหลือเชื่อ! ราวกับยอดมนุษย์ ซึ่งคนเหล่านี้ถูกเรียกว่า “ฟรีไดเวอร์” หรือ “นักดำน้ำ”

พวกเขาต้องผ่านการฝึกทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเข้มข้น เช่น การฝึกหายใจด้วยกะบังลม, การออกกำลังกายแบบกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต และการทำสมาธิเพื่อควบคุมจิตใจ ทั้งหมดนี้เพื่อให้สามารถทำสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้สำหรับคนทั่วไป

ภาพประกอบจาก: guinnessworldrecords

ล่าสุด วิโตเมียร์ มาริซิก (Vitomir Maričić) นักดำน้ำหนุ่มมากประสบการณ์จากประเทศโครเอเชีย ได้สร้างสถิติโลกใหม่สำหรับการกลั้นหายใจโดยใช้ออกซิเจนช่วย (oxygen-assisted breath-hold) นานถึง 29 นาที กับอีก 3 วินาที ทำลายสถิติก่อนหน้าไปกว่า 5 นาทีเต็ม!

“ทางร่างกายมันแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะบริเวณกะบังลม เพราะการเกร็งตัว แต่ว่าทาง ‘จิตใจ’ ผมรู้ดีว่าผมจะไม่ยอมแพ้แน่นอน!” วิโตเมียร์ กล่าวหลังจากประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

“หลังผ่านนาทีที่ 20 ไปแล้ว ทุกอย่างเริ่มง่ายขึ้น อย่างน้อยก็ในแง่จิตใจ”

ภาพประกอบจาก: guinnessworldrecords

เวลาคนเรากลั้นหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือดจะค่อย ๆ ลดลง ขณะเดียวกัน ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดหนึ่งที่ร่างกายเริ่มตอบสนองโดยอัตโนมัติ คือเกิดการหดเกร็งของกะบังลม ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักในการหายใจ กลไกนี้คือการกระตุ้นให้เราหายใจอีกครั้ง

แต่เมื่อถึง “จุดที่ร่างกายทนไม่ไหวอีกต่อไป”กะบังลมจะบีบตัวอย่างรุนแรงเพื่อพยายามให้ร่างกายสูดลมหายใจเข้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากเกิดขึ้นขณะอยู่ใต้น้ำ โชคดีที่นักฟรีไดเวอร์ได้รับการฝึกฝนให้ต่อต้านปฏิกิริยาอัตโนมัตินี้ จนถึงวินาทีสุดท้าย

แม้ว่าการฝึกหายใจด้วยกะบังลม และการออกกำลังกายเพื่อระบบไหลเวียนเลือดจะเป็นพื้นฐานของนักฟรีไดเวอร์ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “การทำสมาธิ” ซึ่งช่วยฝึกจิตใจให้มีวินัยสูง พวกเขาต้องควบคุมความกลัว ความวิตกกังวล และรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งแม้อยู่ในภาวะสุดขีด พร้อมทั้งลดกิจกรรมของร่างกายและจิตใจให้น้อยที่สุด เพื่อลดการใช้ออกซิเจนลงให้มากที่สุด

โดยปกติแล้ว วิโตเมียร์สามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานประมาณ 8 - 10 นาที แต่เพื่อยืดระยะเวลาให้ได้นานกว่านั้น เขาจะหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปก่อน เป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนลงน้ำ

ภาพประกอบจาก: guinnessworldrecords

การเตรียมตัวแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายของเขามีระดับออกซิเจนในเลือดมากกว่าปกติถึง 5 เท่า ทำให้สามารถกลั้นหายใจได้นานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การหายใจเอาออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปก็มีความเสี่ยง เพราะอาจเกิด ภาวะพิษจากออกซิเจน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมาวิโตเมียร์ มาริซิกสามารถกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานถึง“29 นาที กับอีก 3 วินาที” ทำลายสถิติโลกเดิมสำหรับการกลั้นหายใจแบบใช้ออกซิเจนช่วยไปได้ถึง เกือบ 5 นาที เลยทีเดียว

สำหรับสถิติเดิมนั้นถูกตั้งไว้ในปี 2564 โดยนักฟรีไดเวอร์ชาวโครเอเชียอีกคนหนึ่งคือบูดิเมียร์ โชบัต (Budimir Šobat)

ความสำเร็จของ วิโตเมียร์ มาริซิก ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดใหม่ของร่างกายมนุษย์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึง “พลังของการฝึกฝน, ความมุ่งมั่น และจิตใจที่นิ่งสงบท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล”

แม้การหายใจออกซิเจนบริสุทธิ์จะช่วยยืดเวลาการกลั้นหายใจ แต่ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับมันก็มากเช่นกัน นักดำน้ำอย่าง วิโตเมียร์ จึงต้องอาศัยทั้งวิทยาศาสตร์ ความเข้าใจในร่างกาย และวินัยที่เคร่งครัด เพื่อพิชิตเป้าหมายที่แทบเป็นไปไม่ได้!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สร้างสถิติโลกใหม่สุดโหด! หนุ่มชาวโครเอเชียกลั้นหายใจใต้น้ำนานเกือบ 30 นาที

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...