โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เคนภูปัง’ ของเคน-ภูภูมิ ฝันใหญ่ไป ‘ร้อยล้าน’ ขายดีเฉียดวันละ 1 แสน ปีหน้าเตรียมเปิดสาขาเพิ่ม

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 08.23 น.

ยุคที่ใครๆ ก็ต้องมี “Second Job” ไม่เว้นแม้กระทั่งดารานักแสดงหลายคนที่ผันตัวมาทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ “เคน-ภูภูมิ พงศ์ภานุภาค” คือหนึ่งในนั้น ก่อนหน้านี้ “เคน” เคยชิมลางจากการขายต้นไม้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ปรากฏว่า ขายดีติดตลาด จนถึงปัจจุบันธุรกิจนี้ก็ยังดำเนินเรื่อยมา กระทั่งต่อยอดสู่การทำสวนทุเรียนตามความฝันที่อยากมีสวนผลไม้เป็นของตัวเอง

แต่ไม่หยุดแค่นั้น เพราะในช่วงเวลาที่ได้คลุกคลีกับการทำสวนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร้านของหวานในชื่อ “เคนภูปัง” (Ken Phu Pang) ก็ถือกำเนิดขึ้น จากความชอบที่ได้ลิ้มลองเมนูคาราเมลโทสต์แล้วเกิดติดอกติดใจ คิดต่อยอด-พัฒนาสูตรเพราะมองเห็นช่องว่างในตลาด “เคนภูปัง” สาขาหาดใหญ่จึงได้ฤกษ์เปิดทำการ ใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี ก็พาธุรกิจเข้าสู่สนาม Red Ocean ในกรุงเทพฯ จนถึงตอนนี้ “เคนภูปัง” เปิดไปแล้ว 5 สาขา

-เมนูซิกเนเจอร์โทสต์ของร้านเคนภูปัง-

เริ่มจากชอบกิน ทำขาย กลายเป็น “Destination” ของหาดใหญ่

เคนภูปังที่หาดใหญ่เปิดทำการมาได้ราวๆ 1 ปีครึ่ง จุดเริ่มต้นมาจาก “เคน” ทำกินกันเองกับเพื่อนๆ และคนใกล้ตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสชิมเมนู “คาราเมลโทสต์” ที่หาดใหญ่แล้วติดใจ จากที่เป็นคนกินของหวานได้ไม่มากก็พบว่า เมนูนี้กินหมดได้ในคราวเดียว

จากนั้นจึงเริ่มจับมือกับพาร์ทเนอร์พัฒนาสูตรคาราเมลโทสต์ในแบบฉบับเคนภูปัง ประกอบกับมองเห็นโอกาสในหาดใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก รสชาติแบบนี้ ด้วยกลุ่มเป้าหมายแบบนี้ จึงตัดสินใจเปิดร้านที่ตึกแถว 3 คูหา ด้วยงบลงทุน 7-8 แสนบาท พร้อมกับเมนูยืนพื้นราว 5-7 เมนู

เปิดได้ไม่นาน “เคนภูปัง” ก็มีฟีดแบ็กดีมาก เรียกว่า เกินความคาดหมายกว่าที่คิดไว้เยอะ “เคน” เล่าว่า เหตุผลที่ใช้ชื่อ “เคนภูปัง” เพราะอยากได้คำที่คนเห็นแล้วจำง่าย ให้ความรู้สึกกวนๆ สื่อสารถึงตัวตนของเคนได้ดี ตอนแรกคิดชื่อ “เคนโทสต์” เอาไว้ แต่เพราะที่ร้านมีเมนูโชคุปังด้วย จึงมาลงเอยที่ “เคนภูปัง”

-เคน-ภูภูมิ พงศ์ภานุภาค ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งร้านเคนภูปัง-

ย่านที่ “เคนภูปัง” เลือกปักหมุดอยู่ในโซนตัวเมืองหาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอด รายล้อมไปด้วยร้านชื่อดังที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเช็กอิน สำคัญที่สุด คือยังไม่มีร้านของหวานในลักษณะเดียวกันอยู่ตรงนั้น ทำให้ชื่อเสียงของ “เคนภูปัง” ติดตลาดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว และไม่นานหลังจากนั้นก็ได้รับการชักชวนให้ไปชิมลางที่กรุงเทพฯ

“เคน” บอกว่า ตอนคิดทำธุรกิจนี้ไม่ได้มองภาพที่กรุงเทพฯ ไว้เลย เพราะรู้ดีว่า การแข่งขันเข้มข้นกว่าหาดใหญ่ แต่พอมีโอกาสเข้ามาก็ลองทบทวนอีกครั้ง เพราะจริงๆ แล้ว “เคนภูปัง” ต้องการการเติบโต ใช้เวลาตัดสินใจอยู่พักหนึ่งก็ได้คำตอบ แม้ต้องเซตอัปทุกอย่างใหม่หมดตั้งแต่ครัวกลาง ออฟฟิศ พนักงาน ฯลฯ แต่โอกาสแบบนี้คงปล่อยหลุดมือไปไม่ได้ “เคนภูปัง” จึงทดลองเปิดร้านในรูปแบบ Pop-up ที่สยามพารากอนเป็นเวลา 1 เดือน และพบว่า ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด

“เคนภูปัง” ต้องมีที่นั่ง อร่อย-ราคาจับต้องได้ พาแบรนด์ติดปีก 5 สาขา

แม้การมาเยือนกรุงเทพฯ ในครั้งแรกจะไม่เป็นอย่างใจหวัง แต่ก็ทำให้ได้เรียนรู้หลายๆ อย่าง “เคน” ถอดบทเรียนให้ฟังว่า ที่หาดใหญ่สำเร็จเร็วเพราะรู้จักตลาดดี คุมง่ายกว่า ขณะที่กรุงเทพฯ มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย บวกกับแบรนด์ยังทำการตลาดได้ไม่ดีพอ แต่ในเมื่อตัดสินใจเซตอัปทุกอย่างที่กรุงเทพฯ แล้วจะถอยหลังกลับก็ไม่ได้ จึงได้เวลานั่งคิดทบทวนใหม่ ไปต่อที่ไหนดี กลุ่มเป้าหมายเป็นใครกันแน่ ค่อยๆ แก้โจทย์ไปเรื่อยๆ

ท้ายที่สุด “เคน” และทีมได้ข้อสรุปออกมาว่า “เคนภูปัง” ต้องมีที่นั่งรองรับลูกค้า ร้านในลักษณะ Pop-up ไม่ตอบโจทย์ จึงลองหาพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าอื่นๆ เพิ่มเติม ทำโปรไฟล์ไปเสนอแลนด์ลอร์ดกระทั่งมีสาขาที่สองเกิดขึ้น ครั้งนี้ได้ทำเลไพร์ม ทราฟิกหนาแน่น และยังมีที่นั่งรองรับด้วยพื้นที่ราวๆ 40 ตารางเมตร สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว คือหมุดหมายต่อไปของเคนภูปัง

สาขานี้ทำให้เกิดเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “สลัชชี่อโวคาโด” ใช้เวลาไม่นานก็มีลูกค้าเข้ามากินต่อเนื่อง “เคน” มองว่า น่าจะมาจากสองส่วน คือรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และรีวิวจากลูกค้าที่เข้ามาลองกินเองจริงๆ หลังจากสาขานี้ “เคนภูปัง” ขยายไปห้างอื่นๆ อีก 3 แห่ง ได้แก่ สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ สาขาเดอะมอลล์บางแค และสาขาสามย่านมิตรทาวน์

จุดแข็งที่ทำให้“เคนภูปัง” ติดลมบนด้วยระยะเวลาไม่นาน เชื่อว่า มาจากสองส่วนหลักๆ คือเรื่องรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์โดยอิงจากความชอบของตัวเองและพาร์ทเนอร์ที่ไม่ได้กินหวานมากจนเกินไป รวมถึงราคาที่จับต้องได้อย่างเมนูซิกเนเจอร์ โทสต์ สนนราคาที่ 145 บาท กลุ่มลูกค้ามีตั้งแต่ครอบครัว คนทำงาน นักศึกษา ฯลฯ และต้นทุนทางด้านสื่อของตัวเคนเองก็ทำให้แบรนด์เล็กเกิดใหม่เป็นที่รู้จักเร็วขึ้น

“สาขาขายดีที่สุด คือเซ็นทรัลลาดพร้าว ถ้าเสาร์อาทิตย์ก็สูสีกันระหว่างเดอะมอลล์บางแค เดอะมอลล์บางกะปิ และเซ็นทรัลลาดพร้าว ตอนนี้คนรู้จักร้านเรามากขึ้นเรื่อยๆ มีลูกค้ามากินซ้ำค่อนข้างเยอะ แต่ที่เรากระจายอยู่รอบนอกเพราะรู้สึกว่า กลุ่มเป้าหมายที่สื่อสารออกไปเราจับพวกเขาได้ง่ายกว่า ก็ต้องดูว่า พื้นที่ตรงไหนมีทราฟิกดีๆ เป็นอีกประสบการณ์ที่เราได้มาจากการค่อยๆ ทยอยเปิด ไม่เร่งรีบ”

ปีนี้หยุดขยายสาขา ทำหลังบ้านให้แข็งแรง อยากเพิ่มโปรดักต์ขายออนไลน์ด้วย

“เคน” ฉายมุมมองหลังทำ “เคนภูปัง” มาได้ระยะหนึ่งว่า ภาพการทำธุรกิจของตัวเองเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนอาจจะไม่ได้คิดวิเคราะห์ลึกซึ้ง แต่การทำแบรนด์ของหวานด้วยสเกล 5 สาขา พร้อมกับคนทำงานหลังบ้านที่รวมตัวเองกับหุ้นส่วนด้วยแล้วมีเพียง 7 คน จึงต้องเรียนรู้-พัฒนาสกิลอีกหลายอย่าง เริ่มเข้ามาดูตัวเลขหลังบ้านมากขึ้น การเก็บดาต้าลูกค้าช่วยต่อยอดธุรกิจได้อีกเยอะ หลังจากนี้อยากพัฒนาออฟฟิศเพื่อทำหลังบ้านให้แข็งแรง

ปีนี้จะเป็นปีที่ “เคนภูปัง” กลับมาโฟกัสฐานรากให้มั่นคง มองว่า ที่ผ่านมาโตเร็วมากจนระบบโตไม่ทันสาขา เข้ากรุงเทพฯ มา 10 เดือน เปิดไปแล้ว 4 สาขา ถ้าระบบไม่แข็งแรงพอก็ไม่อาจโตต่อได้ ต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เก่งขึ้น รวมถึงทำการตลาดฝั่งออนไลน์ที่ “เคน” บอกว่า กำลังวางแผนโปรโมตควบคู่ไปกับคิดค้นโปรดักต์ใหม่ๆ สำหรับขายผ่านระบบออนไลน์โดยเฉพาะ

ปัจจุบัน “เคนภูปัง” มีสินค้าประเภทสลัชชี่หรือเครื่องดื่มที่ซื้อกลับบ้านได้ ส่วนโทสต์เหมาะกับการนั่งทานที่ร้านมากกว่า หลังจากนี้จะได้เห็นโปรดักต์ที่สั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่เคยกินได้ลิ้มลอง หรือถ้ามีโอกาสแวะมากรุงเทพฯ สินค้ากลุ่มนี้ก็อาจจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจอยากเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ที่ร้านได้ง่ายขึ้น

สำหรับเมนูขายดีของ “เคนภูปัง” ฝั่งเมนูโทสต์ “Signature Ken Toast” ยังครองเบอร์หนึ่ง ตามมาด้วย “Pandan Custard Ken Toast” และ “Creme Brulee French Toast” ฟากเครื่องดื่ม “อโวคาโดสลัชชี่” ขายดีที่สุด รองลงมาเป็น “มัทฉะลาเต้” และ “ชาไทยมะพร้าวน้ำหอมสลัชชี่”

เมื่อถามว่า การทำธุรกิจกลุ่ม F&B ในปีนี้ยากและเหนื่อยกว่าเดิมหรือไม่ “เคน” บอกว่า สำหรับเขาแล้วธุรกิจของหวานยากตั้งแต่วันแรก ยอมรับว่า ปีนี้ยากขึ้นด้วยหลายปัจจัย แต่ตนเองก็เตรียมใจมาส่วนหนึ่งแล้วเพราะการทำธุรกิจไม่มีคำว่าง่าย อย่างไรก็ต้องสู้ ต้องแก้ปัญหากันไป โชคดีที่ “เคนภูปัง” มีกลุ่มลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำบ่อย อยู่ในจุดที่ลูกค้ายังให้การสนับสนุน ทำยอดขายได้พีคสุดๆ ตกวันละ 80,000 บาท/วัน/สาขา

“ยอดขายช่วงที่พีคที่สุดของเราน่าจะแตะๆ 70,000-80,000 บาท/วัน/สาขา จะพีคที่สุดที่สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว และสาขาหาดใหญ่ สาขาบางแคพีคๆ ก็มี 60,000 บาทต่อวัน และอีกอย่างที่ต้องพัฒนา คือของที่ซื้อกลับได้เลยเรายังไม่มี ผมรู้สึกว่า ยอดจริงๆ น่าจะไปได้มากกว่านี้ถ้ามีโปรดักต์หลากหลายกว่านี้ แต่โปรดักต์ที่จะออกมาแต่ละครั้งต้องผ่านกระบวนการหลายอย่างเลยอาจจะใช้เวลาสักพักหนึ่ง ก็ค่อยๆ พัฒนาไป เราอยู่รอดในตอนนี้ก็โอเคแล้ว มีเวลาให้ศึกษาพัฒนาตัวเอง ค่อยๆ เรียนรู้ไป”

ตั้งเป้าปิดยอด “30 ล้าน” ขอเวลา 3 ปี อยากไปให้ถึงร้อยล้านเหมือนกัน

หลังเดินทางมาเกือบครบ 1 ปีเต็ม “เคน” บอกว่า ปีนี้ตั้งใจไปจบปีที่ “30 ล้านบาท” ผ่านมา 7 เดือนเศษๆ มองว่า มีความเป็นไปได้ ถ้าช่วงที่เหลืออีกสองไตรมาสทำได้ดีมากๆ ก็น่าจะมีโอกาสไปถึง ส่วนเป้าใหญ่ “ร้อยล้าน” บอกว่า อยากไปให้ถึงอยู่แล้ว คาดหวังและเต็มที่กับธุรกิจนี้มากๆ อยากให้ประสบความสำเร็จ อยากทำให้ดีที่สุด เจาะกรุงเทพฯ ได้ก็เป็นอีกหนึ่งสเตป ส่วนเป้าระยะไกล “100 ล้านบาท” ก็เป็นฝันที่อยากไปให้ถึง

“เคน” เชื่อว่า การสร้างแบรนดิ้งต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 2-3 ปี คนที่ทำได้เร็วกว่านี้ก็มี แต่สำหรับตนมองว่า ต้องให้เวลาอีกสักพักกว่าจะลงตัว ได้ร้อยล้านเร็วที่สุดก็เป็นเรื่องดี ขอกะเกณฑ์ระยะเวลาไว้เท่านี้น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด ตอนนี้แบ่งเวลาสำหรับธุรกิจ 50% อีก 50% ยังเป็นสัดส่วนงานแสดงที่มีเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนตัวไม่ได้เทคคอร์สหรือเรียนด้านการตลาดเพิ่มเติม อาศัยฝึกฝนเรียนรู้จากประสบการณ์ในแต่ละวัน พยายามหาไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

ด้านการขยายสาขาในปีหน้า “เคนภูปัง” ขอโฟกัสพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก ส่วนสาขาที่หาดใหญ่คิดไว้ว่า อยากเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา เล็งพื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปให้ได้โลเคชันที่เหมาะสม เป็นอีกจุดที่ “เคน” บอกว่า ได้เรียนรู้จากการทำแบรนด์เหมือนกัน ถ้ายังไม่ได้โลเคชันที่ใช่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบ เปิดเยอะไม่ได้แปลว่าดีเพราะอาจจะได้พื้นที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ได้พื้นที่ที่อยากได้ ตรงใจที่สุดจะดีกับแบรนด์มากกว่า

ส่วนเรื่องแฟรนไชส์ที่ผ่านมามีทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติเข้ามาสอบถามเรื่อยๆ แต่ “เคนภูปัง” ยังไม่มีแผนขยายด้วยโมเดลแฟรนไชส์เร็วๆ นี้ อยากปั้นแบรนด์ให้ชัดเจนก่อน หรือถ้าในอนาคตมีความพร้อมก็อยากมองหาในลักษณะพาร์ทเนอร์ร่วมกับบริษัทสัญชาติไทยยักษ์ใหญ่น่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...