เปิดชีวิตหลังม่าน ดร.ดาริณ พันธุศักดิ์ ทายาทผู้สืบสานตำนาน 50 ปี ‘ทิฟฟานี่โชว์’
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 16 ต.ค. 2568 เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2568 เวลา 06.50 น. • HELLO! Magazine Thailand“ทุกคนที่อยู่ใต้ชายคาบ้านทิฟฟานี่หลังนี้ ต่างรู้สึกเหมือนกันว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา เสมือนอากาศที่ต้องหายใจ เป็นเหมือนความหวัง ความฝันตั้งแต่เยาว์วัย นักแสดงบางคนถึงแม้ทุกวันนี้จะมีธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ยังคงอยากแสดงโชว์ต่อไป”
จากจุดเริ่มต้นของโรงโชว์คาบาเรต์เล็กๆ ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่มีนักแสดงเพียง 8 คนใน พ.ศ. 2517 ‘ทิฟฟานี่โชว์’ ผ่านความท้าทายและบทพิสูจน์มากมาย ก่อนจะเดินทางมาถึง พ.ศ. 2568 ปีแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 50 ปี ด้วยความมุ่งมั่นของทายาทรุ่นที่ 2 ที่พร้อมต่อยอดตำนาน The First & Original Transgender Cabaret Show in Asia พลิกโฉมสู่ยุคใหม่ในแบบฉบับ World Entertainment
หนึ่งบุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงระดับปรากฏการณ์ครั้งนี้ คือดร.ดาริณ พันธุศักดิ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จำกัด ผู้บริหารมากความสามารถและพี่สาวคนโตของเหล่าหญิงแกร่งสามใบเถาแห่งตระกูลพันธุศักดิ์ เธอได้เปิดโรงละครต้อนรับทีมงาน HELLO! Magazine เพื่อสัมผัสกับโชว์ใหม่สุดยิ่งใหญ่ตระการตา พร้อมกับให้สัมภาษณ์ในหลากหลายแง่มุม ครบจบทั้งตัวตน ธุรกิจ และชีวิตครอบครัว
การเดินทางของนักการธนาคาร สู่เครือธุรกิจของครอบครัว
ดร.ดาริณเริ่มต้นเส้นทางแห่งความสำเร็จ ด้วยการเข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท จากนั้นศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคว้าปริญญาโทสาขาการเงินและบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ 2 ใบ จาก Thunderbird School of Global Management at ASU (Arizona State University) และ University of Illinois at Urbana-Champaign และจบปริญญาเอกด้านการจัดการ (หลักสูตร 5 ปี) จากมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ
หลังจบการศึกษาระดับปริญญาโท เธอได้กลับมาวางระบบบัญชีและบริหารบุคคลอยู่ช่วงหนึ่ง แต่เมื่อตระหนักว่าประสบการณ์ทำงานยังไม่เพียงพอ จึงออกไปเก็บเกี่ยวความรู้และเพิ่มเติมความเชี่ยวชาญกับองค์กรภายนอกนานหลายปี ก่อนจะกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว “ดิฉันเชื่อในเรื่องการฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์ก่อนจะกลับมาช่วยกิจการของที่บ้าน คนเราจะเป็นเจ้านายที่ดีไม่ได้ หากไม่เคยเรียนรู้การเป็นลูกจ้างที่ดี ซึ่งการได้ทำงานกับธนาคารชั้นนำของไทยและต่างประเทศตลอดหลายปี เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและช่วยสร้างพื้นฐานการบริหารธุรกิจที่แข็งแรงมาจนถึงทุกวันนี้”
ปัจจุบัน ดร.ดาริณ พันธุศักดิ์ ดำรงตำแหน่งรองประธานบอร์ดคณะกรรมการด้านการเงิน กลยุทธ์ และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) โดยบริหารองค์กรธุรกิจของครอบครัวร่วมกับคุณแม่ คุณอรวรรณ พันธุศักดิ์ (ประธานบอร์ดคณะกรรมการ) และน้องสาวที่รักทั้งสองคน คุณจ๋า-อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน (CEO) และคุณไบเบิ้ล-วรัษยา พันธุศักดิ์ (CFO)
“พี่น้อง 3 คนมีหุ้นส่วนในธุรกิจเท่ากัน พวกเราต่างใช้ความรู้และศักยภาพของแต่ละคนมาช่วยกันพัฒนากิจการของครอบครัว ทั้งโรงละครทิฟฟานี่โชว์ โรงแรมวู้ดแลนด์รีสอร์ท สวีท แอนด์เรสซิเดนท์ ลา บาเก๊ตต์ เดอะ เฟรนช์ เบเกอรี่ คาเฟ่ และบริษัทในเครือ”
‘แข็งแกร่ง’ แต่ทว่า ‘อ่อนโยน’ และ ‘ยืดหยุ่น’
ด้วยความเป็นพี่สาวคนโตของครอบครัว ดร.ดาริณจึงได้เห็นช่วงเวลาที่คุณพ่อ (คุณสุธรรม พันธุศักดิ์) และคุณแม่เริ่มก่อร่างสร้างธุรกิจของครอบครัวขึ้นมา ระหว่างที่ท่านทั้งสองกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำงานอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ละเลยการปลูกฝังแนวคิดที่ดีให้กับทายาท
“ดิฉันได้เรียนรู้เรื่องความอดทนผ่านการฝึกลูกเสือ เนื่องจากคุณพ่อเคยเป็นผู้นำคณะลูกเสือของประเทศไทย ช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เคยมีโอกาสได้ตามไปทำงานด้านลูกเสือในหลายประเทศ รวมถึงงานชุมนุมลูกเสือโลกครั้งที่ 20 จัดขึ้นในปี 2546 ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งคุณพ่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่ทำให้เกิดงานนี้ในประเทศไทย”
“คุณพ่อเน้นย้ำถึงความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความยากลำบาก (perseverance) ซึ่งเป็นหนึ่งในกฎของลูกเสือ 10 ข้อ สอนให้รู้ว่าปัญหามีไว้แก้ไข ต้องคิดบวกในทุกเรื่อง และรอบคอบเสมอเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ซึ่งผลลัพธ์เรียกว่าได้ดังใจท่านจริงๆ เพราะเราเติบโตมาเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่ง อึด ถึก และทน
“ขณะเดียวกันก็ได้มุมอ่อนโยนและการคิดบวกมาจากคุณแม่ด้วย ท่านเป็นคริสต์ศาสนิกชนที่ค่อนข้างเคร่งครัด เด็กๆ ได้มีโอกาสตามคุณแม่ไปเข้าโบสถ์เป็นประจำ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการสนใจปรัชญาและศาสนา บวกกับเมื่อเติบโตขึ้น ตัวเองได้มาศึกษาธรรมะและหลักการดำเนินชีวิตตามหลักของพุทธศาสนา การเดินทางสายกลางและการมีความยืดหยุ่นกับทุกอย่างเป็นอีกแกนสำคัญที่ยึดมาโดยตลอด มองว่าทั้งหมดได้หล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้ ทุกอย่างสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง ทั้งการทำงาน การดูแลคนในปกครอง และการใช้ชีวิตกับครอบครัว”
ศาสตร์และศิลป์แห่งการบริหาร
‘ศาสตร์’ และ ‘ศิลป์’ ส่วนผสมที่ลงตัวในการบริหารงานในแบบฉบับของดร.ดาริณ
“เป็นคนชอบคิด วิเคราะห์ เพราะเรียนมาทางสายบริหารธุรกิจ แต่ก็มีจินตนาการแบบศิลปิน จึงเป็นคนที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการบริหารงานและคนในองค์กร เราไม่จำเป็นต้องเก่งหรือทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ต้องอ่านคนให้เก่งว่า ใครชอบทำงานอะไร เก่งด้านใด งานของ Top Management คือการบริหารคนเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ ต้องสร้างคนเก่งขึ้นมา โดยเน้นให้เขามี outward mindset”
“หากมีอะไรจะคุยกับน้องทั้งสองคนและทีมว่าควรทำแบบนั้นแบบนี้ดีไหม เพื่อขยายไอเดียต่อไป และคอยเฝ้าดูแบบที่ไม่ให้เขารู้สึกว่าเราไปตรวจตราสอดส่อง เปิดโอกาสให้หัวหน้าทีมเป็นผู้นำลูกน้องในทีมของเขาเอง เราพร้อมจะเป็นหน่วยซัพพอร์ตอยู่เบื้องหลัง เพราะคุณพ่อสอนเสมอว่าความเป็นผู้นำที่ดี ต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม และดึงศักยภาพของทุกคนออกมาใช้อย่างสร้างสรรค์ คนเก่งจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องไม่มีการบังคับแบบเผด็จการ อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบต้องมีไว้เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดความผิดพลาดและช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สำคัญที่สุด ต้องไม่ต้องยึดติดกับหัวโขน ให้มองเป้าหมายขององค์กรเป็นสำคัญ”
การพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ของทิฟฟานี่โชว์ ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี
วันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมาถือเป็นวันแรกของการเริ่มต้นยุคใหม่ของทิฟฟานี่โชว์อย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดม่านการแสดงในเวอร์ชั่น ‘ยกเครื่อง’ ทั้งเครื่องแต่งกาย เพลง ท่าเต้น แสงสีเสียง เวที และเทคโนโลยีสุดล้ำ
“ปี 2568 เป็นปีที่ทิฟฟานี่โชว์ครบรอบ 50 ปี มีการเปลี่ยนโฉมการแสดงทั้งหมด 9 ชุด และเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทเราเอง” ความสวยงามอลังการที่ไม่ได้เป็นเพียงคาบาเรต์โชว์เหมือนในยุคก่อน มีผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงระดับปรากฏการณ์ครั้งนี้มากมาย “เราได้ คุณอาร์ท-อารยา อินทรา มาเป็น Creative Director และคุณศักดิพัฒน์ แสงสุริยงค์ ทำหน้าที่ Show Production Director โดยมี คุณสุภาพ แสงคำชู และ Mr.Ken Smith เป็นที่ปรึกษา Show Consultant และ Technical Consultant ตั้งแต่รุ่นแรกของทิฟฟานี่โชว์ นอกจากนี้ ยังมีครีเอทีฟดีไซเนอร์รุ่นใหม่และนักร้องที่มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมกันสร้างสรรค์โชว์ภายใต้ชื่อ Crystalize A Dream ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก สะท้อนให้เห็นว่าเราได้ก้าวสู่ World Entertainment อย่างภาคภูมิใจ”
ในเวลาเดียวกันรากฐานและความเป็นตำนานของทิฟฟานี่โชว์ที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้ ในฐานะ The First & Original Transgender Cabaret Show in Asia จะยังคงอยู่ตลอดไป “เพราะเราคือที่แรกของเอเชียและปัจจุบันเป็นที่หนึ่งของโลก ทิฟฟานี่ไม่สามารถทิ้งจุดกำเนิดของตัวเองได้ มากไปกว่านั้น เรายังยึดมั่นในบทบาทขององค์กรที่สร้างสรรค์คุณค่า พร้อมทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับกลุ่มความหลากหลายทางเพศและทรานส์เจนเดอร์ ผ่านการจัดเวทีประกวดความงามระดับประเทศ Miss Tiffany’s Universe (จัดมาประกวดแล้ว 26 ครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 – 2568) และระดับโลก Miss International Queen (จัดประกวดมาแล้ว 19 ครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 – 2568)”
หนึ่งจุดหมายปลายทางแห่งความฝัน
“ทุกคนที่อยู่ใต้ชายคาบ้านทิฟฟานี่หลังนี้ ต่างรู้สึกเหมือนกันว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา เสมือนอากาศที่ต้องหายใจ เป็นเหมือนความหวัง ความฝันตั้งแต่เยาว์วัย นักแสดงบางคนถึงแม้ทุกวันนี้จะมีธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ยังคงอยากแสดงโชว์ต่อไป และมากกว่าความผูกพันทางใจ การทำงานหลังบ้านของเรามีความเป็นมืออาชีพ ทุกคนคือทีมเดียวกัน
“ดิฉันเคยสัมภาษณ์พวกเขา ส่วนใหญ่ได้มาดูการแสดงทิฟฟานี่ตั้งแต่ยังเด็กและใฝ่ฝันจะมาเป็นนักแสดง หรือไม่ก็อยากเข้าร่วมประกวด Miss Tiffany’s Universe ซึ่งมีคุณค่าไม่ต่างจากเวทีการประกวดความงามของผู้หญิงโดยกำเนิดที่เฟ้นหาตัวแทนของประเทศไทยเหมือนกัน ทิฟฟานี่จึงกลายเป็นสถานที่แห่งความฝันที่พวกเขาอยากจะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งและประสบความสำเร็จไปด้วยกันกับเรา”
สานต่อการทำสิ่งดีเพื่อสังคม
“การทำงานเพื่อสังคมขององค์กรในเครือทิฟฟานี่โชว์ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นการสานต่อสิ่งที่คุณพ่อได้เริ่มต้นไว้ อย่างสมัยก่อนที่ท่านทำงานลูกเสือเพื่อช่วยสังคมมากว่า 30 ปี ดิฉันได้มีโอกาสติดตามไปเป็นผู้ช่วยคุณพ่อเรื่องงานลูกเสือ รวมถึงงานผู้ช่วยของท่านสมาชิกวุฒิสภาที่เคยดำรงตำแหน่งในช่วงเวลานั้น”
“คุณพ่อสอนว่า‘เมื่อเราสำเร็จเรื่องงาน ต้องรู้จักคืนให้สังคมด้วย’ จึงเป็นที่มาของการทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคม ดิฉันยึดถือท่านเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด และรู้สึกยินดีมากที่ มร.ฟิลิป โซเรนเซ่น เพื่อนสนิทของคุณพ่อได้ชวนมาทำงานมูลนิธิเซฟการ์ดคิดส์ (Safeguard Kids Foundation) โดยเป็นกรรมการด้านประชาสัมพันธ์ ภายใต้การนำของ คุณชเล วุทธานันท์ ประธานมูลนิธิฯ เพื่อร่วมรณรงค์ต่อต้านและป้องกัน การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก ซึ่งสมัยนั้นท่านเน้นเรื่องคนต่างชาติที่ใคร่เด็กและมาทำมิดีมิร้ายกับเด็กไทย
คุณพ่อสอนว่า ‘เมื่อเราสำเร็จเรื่องงาน ต้องรู้จักคืนให้สังคมด้วย’ จึงเป็นที่มาของการทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคม ดิฉันยึดถือท่านเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด
“จนปัจจุบันมีการผลักดันการแก้ไขกฎหมายไปบ้างแล้ว และคณะกรรมการฯ ยังคงรณรงค์เรื่องนี้ต่อไปเพื่อยุติการทำร้ายเด็กโดยรวม โดยสิ้นปีนี้เราจะจัดประกวดคลิปสั้นในหัวข้อ ‘การล่วงละเมิดทางเพศในเด็ก เป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่ไม่ควรมีเด็กคนใดถูกกระทำ’ เราเปิดกว้างให้เด็กๆ อย่างเต็มที่ว่า พวกเขาต้องการจะรณรงค์ให้สังคมตระหนักปัญหานี้ร่วมกันอย่างไร ซึ่งผู้ชนะการประกวดทั้งระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิฯ
“…ความมุ่งหมายของเราคงไม่มีอะไรมากไปกว่า การที่ไม่ต้องเห็นหัวข้อข่าวการข่มขืนในเด็กอีกต่อไป”
รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ
“ดิฉันรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกและเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล จากคณะกรรมการ Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 Thailand ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นในปี 2550” งานประกาศรางวัลครั้งสำคัญจัดขึ้นที่ดิ แอทธินี โฮเทล เมื่อในวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเครือทิฟฟานี่โชว์ได้รับ 2 รางวัลจาก 2 สาขา ได้แก่ 1) Master Entrepreneur Award (Dr. Darin Phanthusak) รางวัลผู้ประกอบการต้นแบบระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และ 2) Inspirational Brand Award (Tiffany’s Show Pattaya Co., Ltd.) รางวัลสำหรับแบรนด์ที่ส่งต่อคุณค่าแห่งแรงบันดาลใจ พร้อมขับเคลื่อนความดี ความเป็นอยู่ที่ดี และความยั่งยืน
ดิฉันรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกและเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล จากคณะกรรมการ Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2025 Thailand ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งขึ้นในปี 2550
“ทั้งสองรางวัลถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับองค์กรทิฟฟฟานี่โชว์ ซึ่งเราได้รับมอบจากคุณพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม, Tan Sri Dr. Fong Chan Onn, Chairman of Enterprise Asia และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ความภาคภูมิใจในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการพัฒนาองค์กรให้ดียิ่งขึ้นไปในอนาคต”
ถ่ายทอด ‘ตำนานทิฟฟานี่โชว์’ สู่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก
“อีกหนึ่งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จ คือเราอยากเห็นเรื่องราวของ The Legend of Tiffany’s Show ไปอยู่ในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Netflix หรือ HBO เชื่อว่ามีผู้คนทั่วโลกจำนวนไม่น้อยที่สนใจและอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของ Beautiful Transgenders ที่มาเป็นนักแสดงโชว์และผู้เข้าประกวดในเวที Miss Tiffany’s Universe ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการเล่าขานกันอย่างกว้างขวางว่า Trans woman หรือผู้หญิงข้ามเพศที่สวยที่สุดส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย รวมถึงการประกวด Miss International Queen เวทีสาวงามทรานส์เจนเดอร์ระดับนานาชาติที่เราริเริ่มจัดเป็นประเทศแรกในโลก แน่นอนว่ามากกว่าความสวยงาม ชีวิตหลังม่านการแสดง รวมถึงเบื้องหลังเวทีประกวดนางงามยังมีแง่มุมที่น่าสนใจอีกมากมาย”
Darin is Darling
หลังผ่านการพูดคุยในส่วนของการทำงานมาอย่างเข้มข้น เราชวน ดร.ดาริณ เปลี่ยนอารมณ์มาสู่บทสนทนาสบายๆ ในมุมชีวิตส่วนตัวและครอบครัว ด้วยการเรียกเธอด้วยชื่อเล่น ‘ดาร์ลิ่ง’ ที่มีความหมายว่า ‘ที่รัก’
“ถ้าให้นิยามตัวตนของดาร์ลิ่ง ก็คงจะเป็นผู้หญิงสายแอมบิเวิร์ต มองว่าตัวเองอยู่ตรงกลางระหว่างอินโทรเวิร์ตกับเอกซ์โทรเวิร์ต รักความสงบ ความเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าให้ออกงานสังคมก็ทำได้ ด้วยพื้นฐานที่ชอบร้องเพลงเป็นทุนเดิม” อีกมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน นักธุรกิจมากความสามารถผู้นี้คืออดีตนักร้องเจ้าของเสียงที่หวานใสไม่แพ้ใบหน้าของเธอ“ย้อนไปในปี 2535 เคยได้รับรางวัลชนะเลิศเพลงสากลของ TU Band ตอนนั้นเลือกร้องเพลง One Moment in Time ของศิลปินในดวงใจ Whitney Houston”
ในช่วงว่างเว้นจากการบริหารธุรกิจของครอบครัว นอกการร้องเพลงจะเป็นงานอดิเรกสุดโปรด คุณดาร์ลิ่งยังใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับครอบครัวเล็กๆ ที่แสนอบอุ่น ประกอบด้วย 3 สมาชิก คือตัวเธอ สามี (คุณอ๊อบ-กีรติ แก่นแก้ว อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงพัทยา) และลูกชายหัวแก้วหัวแหวน (น้องเดวิด-ด.ช.อภิรัตน์ แก่นแก้ว)
พลังงานแห่งความสุขจากครอบครัวอันเป็น ‘ที่รัก’
เมื่อถามว่าใครเป็นกำลังใจสำคัญในการดำเนินชีวิต คุณดาร์ลิ่งตอบทันทีว่า คือสุภาพบุรุษทั้งสองคนที่อยู่เป็นความสุขและพลังบวกให้เธอในทุกช่วงเวลา
“สามีเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำลังใจสำคัญในการทำงานและการใช้ชีวิต เขาเป็นคนมีพลังบวกสูงมาก เหมือนกับคุณแม่ของเรา ใจเย็น ไม่เคยบ่นอะไรเลย หาได้ยากมากจริงๆ ทั้งยังเป็นผู้ชาย Well Rounded มีความสามารถหลายอย่าง เป็นอัยการที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเยี่ยม สามารถเป็นผู้นำจิตวิญญาณให้เราได้ในบางเรื่อง อีกมุมที่น่าทึ่งคือเขาคอมเมนต์เรื่องแฟชั่น ความสวยงามได้ด้วย” คุณดาร์ลิ่งเผยความประทับใจที่มีต่อคู่ชีวิตอย่างคุณอ๊อบ ก่อนจะเล่าถึงลูกชายด้วยรอยยิ้มกว้าง
สามีเป็นอีกหนึ่งแหล่งกำลังใจสำคัญในการทำงานและการใช้ชีวิต เขาเป็นคนมีพลังบวกสูงมาก เหมือนกับคุณแม่ของเรา
หนุ่มน้อยเดวิดในวัย 10 ปี ศึกษาอยู่ที่ Summer Fields School เมืองออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เขากำลังจะขึ้นชั้น Year 6 ในปีการศึกษานี้ “ดีใจมากที่เดวิดได้เข้าเรียนใน Prep School ชั้นนำของประเทศอังกฤษ โรงเรียนนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1864 มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีชื่อเสียงในการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งนักเรียนเข้าศึกษาต่อใน Senior High School ระดับท็อป อย่างเช่น Eton College, Harrow School, Winchester College, Radley College เป็นต้น”
ไม่เพียงเป็นโรงเรียนระดับโลก Summer Fields School ยังเป็นสถานที่ที่เดวิดได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากมาย “ลูกได้เล่นกีฬาหลายอย่าง ทั้งรักบี้ ฟุตบอล ว่ายน้ำ ฟันดาบ คริกเก็ต ในด้านดนตรี นอกจากจะได้เล่นเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด เดวิดยังเป็นหนึ่งในสมาชิกวงดนตรีซิมโฟนีออร์เครสตร้าของโรงเรียน เล่นไวโอลินอยู่ในกลุ่มเครื่องสาย เรียกว่าเขาได้มีประสบการณ์ที่ดีตามคติประจำโรงเรียนเลย คือ Mens sana in corpore sano ในภาษาละติน หรือ a healthy mind in a healthy body ในภาษาอังกฤษ”
แต่สิ่งที่สร้างความสุขให้กับผู้เป็นแม่ มากยิ่งกว่าการเฝ้ามองลูกชายเจริญเติบโตและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในรั้วโรงเรียนที่มีชื่อเสียง คือการได้เห็นเขาเจริญรอยตามคุณแม่และคุณตาในการทำความดีเพื่อสังคม “เดวิดได้เป็นตัวแทนของมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguard Kids Foundation) ในการกล่าวนำสิทธิขั้นพื้นฐานในแต่ละด้าน จาก Children’s Rights Convention หน้าพระพักตร์ สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งราชอาณาจักรสวีเดน และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ในงาน Bangkok Child Protection Summit 2024 ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยการจัดงานมีวัตถุประสงค์ในการเดินหน้าพิทักษ์และต่อต้านการล่วงละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กไทย”
…ทั้งหมดคือเรื่องราวชีวิตหลากรสชาติของหนึ่งแม่ทัพหญิงแห่งอาณาจักรทิฟฟานี่โชว์ พัทยา แน่นอนว่าสุภาพสตรีผู้นี้จะยังคงเดินหน้าสร้างความสำเร็จอีกนับครั้งไม่ถ้วน แม้ระหว่างทางต้องพานพบกับอุปสรรคน้อยใหญ่ แต่เราเชื่อเหลือเกินว่าเธอจะสามารถก้าวผ่านทุกความท้าทาย ด้วยประโยคสุดคลาสสิกที่ว่า The Show Must Go On.