โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘กลุ่มค้าปลีก’ ถูกพิษเศรษฐกิจซบทุบ โบรกเกอร์ชี้ ‘กำลังซื้อหด - มาตรการรัฐไร้ผล’ กดดันราคาหุ้นต่ำ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 08.37 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 23.00 น.

“กลุ่มค้าปลีก” กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และมาตรการรัฐที่ยังไม่ชัดเจน กระทบราคาหุ้นปรับตัวลงหนัก

“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง เหตุภาษีทรัมป์ป่วน “บล.หยวนต้า” หวังครึ่งหลังเร่งใช้งบประมาณ และกระตุ้นเศรษฐกิจค้าปลีกฟื้นตัว “บล.พาย” มองบริโภคในประเทศยังไม่น่าจะฟื้นตัวเร็วๆ เหตุนักท่องเที่ยวหายไปมาก

“กลุ่มหุ้นค้าปลีก” กำลังเผชิญกับภาวะกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว ความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐ และการบริโภคภายในที่ยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาหุ้นหลายตัวในกลุ่มค้าปลีกปรับลดลงต่ำกว่าช่วงวิกฤติโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และการซ่อมแซมบ้านที่ได้รับผลกระทบชัดเจน ขณะที่ “กลุ่มสินค้าจำเป็น” ยังสามารถประคองตัวได้บ้าง

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตลาดกำลังกังวลกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของภาษีทรัมป์ และที่สำคัญรัฐบาลยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชัดเจนหลังจากที่เบรกโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 ออกไป

“การเติบโตเศรษฐกิจไทยระยะยาวก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดัน จากที่เคยเติบโตในระดับ 3-4% ตอนนี้คาดว่าจะต่ำกว่า 3% และอาจจะไม่ถึง 2% ด้วยซ้ำ ปัจจัยนี้ทำให้หุ้นค้าปลีกไม่สามารถซื้อขายในระดับราคาที่แพงได้”

ทั้งนี้ ตลาดโดยรวมยังคงซบเซา ประชาชนไม่กล้าใช้จ่าย ส่งผลกดดันให้ราคาหุ้นค้าปลีกปรับตัวลงมาต่ำกว่าช่วงโควิด-19 ทำให้ค่า P/E และ Valuation ถูกกดดันลง โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย และกลุ่ม Home Improvement เช่น GLOBAL DOHOME และ HMPRO ยังคงมีตัวเลขยอดขายสาขาเดิมในเดือนพ.ค.2568 ที่ติดลบอย่างมากส่วนหุ้นในกลุ่มค้าปลีกที่ยังคงทรงตัวหรือลบน้อย เป็นกลุ่มสินค้าจำเป็นอย่าง CPALL และ CPAXT ติดลบเพียงเล็กน้อยประมาณ 1% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ราคากลุ่มหุ้นค้าปลีกที่ปรับตัวลงมามากมองนักลงทุนสามารถเข้าทยอยสะสมได้ในกลุ่มสินค้า และบริการที่จำเป็น แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการถือครอง ซึ่งคาดแนวโน้มการฟื้นจะมีขึ้นได้ในครึ่งปีหลัง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลเม็ดเงิน 1.57 แสนล้านบาท ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะนำไปใช้ทำอะไรบ้าง รวมถึงช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวจะช่วยสนับสนุนยอดขายของห้างร้าน และกลุ่มค้าปลีกได้

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า อุตสาหกรรมค้าปลีกโดยรวมกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่อ่อนแอ เนื่องจากได้รับผลกระทบหลักๆ จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการชะลอตัวของกำลังซื้อภายในประเทศ เศรษฐกิจที่หยุดชะงัก และการบริโภคภายในประเทศที่ชะลอตัวลง นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวก็ซบเซาลง

ทั้งนี้ กลุ่มค้าปลีกประเภทการซ่อมแซมบ้าน หรือ Home Improvement กลับได้รับผลกระทบมากที่สุดในกลุ่ม เนื่องจากมีการชะลอการก่อสร้างลง รวมถึงการเกิดแผ่นดินไหวในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันการเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนของรัฐบาลก็มีความล่าช้าอย่างมาก ส่งผลให้ภาพรวมของกลุ่มค้าปลีกอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มีความหวังว่ากลุ่มค้าปลีกจะฟื้นตัวได้ในอนาคตอันใกล้ โดยต้องรอดูว่ารัฐบาลจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท นำไปใช้ในส่วนใดบ้าง

“ในครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีการเร่งใช้งบประมาณ และกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะทำให้กลุ่มค้าปลีกกลับมาฟื้นตัวได้ แม้ปัจจุบันราคาจะอยู่ในจุดค่อนข้างต่ำสุดอาจเป็นจุดต่ำสุด ของรอบการลงทุน ทำให้เป็นจังหวะที่น่าสนใจในการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กลุ่มค้าปลีกที่มีความโดดเด่น และคาดว่างบไตรมาส 2 ปี 2568 จะยังคงดี ได้แก่ CPALL CPAXT และ CRC”

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย ให้ข้อมูลต่อไปว่า ในอดีตที่ผ่านมากลุ่มค้าปลีกเคยมีการเติบโตที่ดีจากปัจจัยสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวดี แรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมการบริโภค แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวชัด จากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ขณะที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงคาดว่าปีนี้น่าจะขยายตัวได้เพียงประมาณ 1%-1.5% เท่านั้น ซึ่งลดลงจากเดิมที่เคยโตได้ 3-4% และการส่งออกไทยเริ่มตึงตัว จึงทำให้กลุ่มค้าปลีกซบเซา

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นจะลดลงมามากจนดูเหมือนถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน่าสนใจเสมอไป เพราะการที่หุ้นราคาถูกอาจสะท้อนว่านักลงทุนยังไม่เห็นโอกาส และราคาอาจจะลดลงไปได้อีก

ดังนั้นแนะนำนักลงทุนอาจจะต้องรอจังหวะที่เหมาะสม หรือรอให้เห็นการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือเศรษฐกิจไทยที่กลับมาก่อนจึงค่อยพิจารณาเข้าลงทุน โดยเน้นไปที่กลุ่มสินค้าจำเป็นอย่างหุ้น CPALL และ BJC

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...