โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศาลสหรัฐไฟเขียวทรัมป์ ภาษีตอบโต้มีผลต่อเนื่องระหว่างอุทธรณ์

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 21.41 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.34 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 10 มิ.ย. ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำสั่ง "ขยายระยะเวลา" การผ่อนผันระยะสั้นให้กับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อบังคับใช้มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ต่อไป หลังจากที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งนับเป็นชัยชนะเบื้องต้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่แพ้ในศาลชั้นต้นมา

ศาลอุทธรณ์ ในกรุงวอชิงตันได้เร่งรัดการพิจารณาคดีนี้เป็นกรณีพิเศษ โดยให้เหตุผลว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ และได้กำหนดวันไต่สวนคดีในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ให้เหตุผลโดยละเอียดในการออกคำสั่งที่สนับสนุนรัฐบาลเมื่อวันอังคาร แต่ระบุเพียงว่า รัฐบาลสามารถแสดงเหตุผลได้เพียงพอว่าการระงับคำสั่งห้ามของศาลชั้นต้นควรได้รับการอนุญาต ซึ่งไม่มีผู้พิพากษาคนใดแสดงความเห็นต่าง

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ครั้งนี้หมายความว่า ทรัมป์อาจยังเดินหน้าบังคับใช้ภาษีศุลกากรได้ต่อไปในระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งได้แก่ ภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariffs) ที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เม.ย. และภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บกับ แคนาดา เม็กซิโก และจีน ในช่วงเดือนก.พ. เพื่อตอบโต้การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายและการลักลอบนำเข้ายาเฟนทานิล

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของทรัมป์ยังเป็นเพียงแค่ชั่วคราว เนื่องจากศาลอุทธรณ์ "ยังไม่ได้พิพากษา" ว่าทรัมป์สามารถใช้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉิน (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) ในการประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ได้หรือไม่
ศาลในกรุงวอชิงตันยังระบุว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ ทำให้ศาลดำเนินการในสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ด้วยการให้มีคณะผู้พิพากษา 11 คนในการพิจารณาคดี จากคณะผู้พิพากษาตามปกติ 3 คน และได้กำหนดวันไต่สวนพิจารณาคดีในวันที่ 31 กรกฎาคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...