โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ความจริงไม่ได้มีแค่นั้น ร.ร.เล่าอีกมุม แจงยิบรุ่นน้องเตะเสยคางรุ่นพี่จนสลบ ข้อมูลที่สื่อลงคลาดเคลื่อนไปมาก ยืนยันไม่ได้ขู่เอาผิดพ่อเหยื่อ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 08.28 น. • สยามนิวส์
ความจริงไม่ได้มีแค่นั้น ร.ร.เล่าอีกมุม แจงยิบรุ่นน้องเตะเสยคางรุ่นพี่จนสลบ ข้อมูลที่สื่อลงคลาดเคลื่อนไปมาก ยืนยันไม่ได้ขู่เอาผิดพ่อเหยื่อ

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์คลิปที่ปรากฏเหตุการณ์ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี เผยให้เห็นนักเรียนชายที่สวมเสื้อแขนสั้นสีแดง เตะเข้าบริเวณคางของนักเรียนชายอีกคนที่สวมชุดนักเรียนที่กำลังเผลอ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ จนสลบคาที่ ต่อมา ทางด้านพ่อเหยื่อเผยว่า ทางโรงเรียนขู่จะดำเนินการกรณีปล่อยคลิป ขณะที่ครอบครัวมีแผนจะย้ายลูกมาเรียนใน จ.ศรีสะเกษ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2568 โรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ได้แชร์โพสต์ของ สำนักงานเจ้าอาวาสวัดไชยมงคล อุบลราชธานี โดยพบว่าเจ้าอาวาสวัดไชยมงคล อ.เมือง จ.อุบลราชธานี คือ พระครูจิตวิสุทธิญาณคุณ มีฐานะเป็นผู้รับใบอนุญาตและเป็นผู้จัดการโรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา ซึ่งได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นดังนี้

จากคลิปนักเรียนทะเลาะกัน แล้วผู้ปกครองนำลงสื่อจนมีการออกอากาศทางทีวีหลายช่อง ซึ่งข้อมูลหลายอย่างคลาดเคลื่อนมาก ความจริงโรงเรียนเข้าไปแก้ปัญหาตามกระบวนการทุกอย่าง และเรื่องนี้ไม่ได้จบที่คลิปนั้นตามที่ทุกคนได้เห็น

หลังจากทุกคนแยกย้ายกันแล้ว เด็กชายคนที่ถูกเตะก็ไปตามรุ่นพี่ในโรงเรียนสาม-สี่คน มาดึงตัวคนที่เตะไปที่ห้องน้ำโรงเรียนแล้วรุมเตะต่อยจนนักเรียนคนนั้นไปกองอยู่ที่พื้น เมื่อโรงเรียนทราบเหตุ ได้ให้ฝ่ายปกครองนำทั้งกลุ่มมาสอบสวนและเชิญผู้ปกครองมาพบทั้งหมดที่ก่อเหตุทั้งรอบที่หนึ่งและรอบที่สอง

โดยแจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้ผู้ปกครองได้ทราบต่อหน้าผู้ก่อเหตุทั้งหมด พร้อมแจ้งระเบียบของโรงเรียนให้ทราบว่าปัญหาทะเลาะวิวาทโรงเรียนจะปล่อยให้ผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายคุยตกลงกันโดยมีโรงเรียนเป็นคนกลางคอยให้ความยุติธรรมและถูกต้องกับนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งวันนั้นทุกคนก็คุยกันดี ผู้ปกครองบางคนยังแนะนำวิธีการลงโทษนักเรียนที่ทำความผิดให้มีการนำมาอยู่วัดปฏิบัติธรรม ส่วนของโรงเรียนได้ลงโทษนักเรียน โดยให้ภาคทัณฑ์ทุกคนที่ร่วมในที่เกิดเหตุ

ทำไมภาคทัณฑ์ทั้งหมด เพราะเหตุที่เกิดขึ้นมี 2 รอบ รอบแรกนักเรียนที่เตะเขากับพรรคพวกมีความผิดเต็มที่ที่ไปกระทำก่อน ส่วนรอบที่ 2 นักเรียนคนที่ถูกเตะได้ไปตามเพื่อนรุ่นพี่มารุมอัดคนที่เตะจนไปกองกับพื้น ก็มีความผิดที่ไม่แจ้งเหตุที่เกิดขึ้นให้โรงเรียนทราบแต่ไปดำเนินการตอบโต้กลับเอง ก่อนให้ผู้ปกครองเซ็นชื่อรับทราบ

ทางโรงเรียนก็สอบถาม มีผู้ปกครองคนใดที่เห็นว่าบทลงโทษนี้ไม่ยุติธรรมกับใครบ้าง ทุกคนก็บอกว่าพอใจจึงให้ลงชื่อรับทราบ ส่วนเรื่องการแจ้งความและร้องขอค่าเสียหายเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายคุยกัน โรงเรียนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย นี่คือสิ่งที่ทางโรงเรียนได้ดำเนินการตามระเบียบและแก้ไขปัญหาทุกอย่าง โดยเราเป็นคนลงไปดูทุกอย่างด้วยตัวเราเอง

จนเมื่อเช้าวันที่ 24 มิถุนายน 2568 มีผู้ปกครองนักเรียนส่งคลิปดังกล่าวมาให้ดู ทุกเช้าเราก็จะประชุมครู พนักงานขับรถ ก่อนทำงานทุกวัน เราได้แจ้งให้ครูฝ่ายปกครองเข้าไปดูแล้วประสานกับผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ลบคลิปได้ไหม เพราะมันมีผลกระทบต่อตัวเด็กที่อยู่ในคลิปนั้น เป็นเรื่องของหลักสวัสดิภาพเด็ก ไม่มีการปิดบังหน้าตาแต่อย่างใด ขนาดคดีฆ่ากันตายยังมีการปิดบังหน้าตา นี่เปิดเผยทุกอย่างเราห่วงอนาคตของเด็ก

และอีกประเด็นโรงเรียนได้รับความเสื่อมเสียด้วย ทั้งที่โรงเรียนได้แก้ปัญหาทุกอย่างแล้วด้วยความยุติธรรมด้วยความเห็นพ้องทั้ง 2 ฝ่าย แค่ใช้คำว่าร้องขอ ไม่ได้ข่มขู่ หรือฟ้องร้องใดๆ เลย ก็นำเรียนแจ้งทุกฝ่ายให้เข้าใจ

ส่วนเรื่องที่ลามมาโจมตีเราหลายๆ อย่างเหมือนเราเป็นผู้ร้ายนั้น เราอยากให้ทุกคนเข้ามาดูความจริงในโรงเรียน สภาพของโรงเรียน แนวทางการทำงาน ผู้ปกครองของนักเรียนเกือบ 90 เปอร์เซ็น ตั้งแต่นักเรียนเรียนที่นี่จนจบออกไปไม่เคยเห็นโรงเรียนเลย เพราะลูกหลานที่เรียนที่นี่ไม่เคยทำผิดกฎระเบียบ

กฎของที่นี่คือนักเรียนทำผิดต้องเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาเบื้องต้น การลงโทษนักเรียนไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หากผู้ปกครองไม่ช่วยกัน ผู้ปกครองมีสิทธิในตัวนักเรียนทุกอย่าง ทั้งดุด่าว่ากล่าว โรงเรียนทำได้ตามกรอบที่กำหนดให้เท่านั้น

เราไม่เคยบอกว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด แต่เราพยายามสร้างโรงเรียนนี้มาเพื่อให้ลูกหลานระนาบล่างๆ ของสังคมมีที่เรียน โดยไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์ ไม่ต้องลงทุนเรื่องการศึกษาแม้แต่บาทเดียว จ้างครูชาวต่างชาติมาสอนทั้งภาษาจีน ภาษาอังกฤษ

เราลงไปดูงานเองทุกอย่าง ตรวจสอบการสอนของครู ดูการเรียนของนักเรียน เข้มงวดกฎระเบียบ โรงเรียนแจ้งให้ผู้ปกครองที่จะนำลูกหลานเข้ามาเรียนโรงเรียนนี้ให้ทราบว่าโรงเรียนนี้นักเรียนทุกคนนอกจากจะเรียนตามปกติของหลักสูตรแล้วยังต้องมี 1.มีการบ้านทุกวันเพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้ามาดูการเรียนของลูกหลานบ้าง 2.มีการท่องคำศัพย์ภาษาอังกฤษ-ภาษาจีน สัปดาห์ละ 2 บท บทละ 5 คำ เพื่อให้นักเรียนได้จดจำคำศัพย์ที่จะนำไปใช้ได้ในอนาคต 3.มีการฝึกอ่านภาษาไทยสัปดาห์ละ 1 บท เพื่อฝึกนักเรียนที่ยังอ่านและเขียนภาษาไทยไม่ได้ ฝึกอ่าน-เขียนให้ถูกต้อง 4.ฝึกอ่านเรื่องสั้นภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ 1 บท เพื่อให้กระบวนการเรียนการสอนสัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมาย กระบวนการทั้งหมดเราเป็นผู้ดูแลเองทั้งหมด ไม่ได้ผลักภาระให้ครูแต่อย่างใด

โรงเรียนนี้เปิดมาตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 จนกระทั่งบัดนี้ไม่เคยเรียกร้องเก็บเงินจากผู้ปกครองแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่เราก็ไม่ได้มีทรัพย์สินเงินทองอะไร วัดเราเป็นวัดจนๆ ลำพังค่าไฟแต่ละเดือนก็แทบไม่พอ ลาภ ยศ เราไม่เคยร้องขอ ไม่เคยดิ้นรนแสวงหา เงินทุกบาททุกสตางค์ลงที่โรงเรียนทั้งหมด ทุกคนตรวจสอบได้โรงเรียนมีค่าใช้จ่ายเดือนละเกือบล้านห้าแสนบาท เราต้องหาเงินส่วนต่างจากที่รัฐอุดหนุนมาบริหารเดือนละเกือบสามแสนบาท

หากเราตายไปวันนี้เราไม่มีเงินแม้จะทำศพตัวเองน่ะ เราไม่เคยบอกว่าเราดีที่สุด แต่เราก็มั่นใจว่าชีวิตทั้งชีวิตเราทุ่มเทเพื่อเด็ก ไม่เคยแสวงหาอะไรจากเด็กเลย เราจะประกาศตลอดเวลาอย่าเอาเด็กมาเป็นตัวประกันเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ เราทำงานตรงนี้อย่างโดดเดี่ยวน่ะ ขณะนี้เหมือนเราต้องเผชิญคลื่นกลางทะเลใหญ่อย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางฝูงฉลามที่กระหายเหยื่อ

จากเหตุที่เกิดขึ้นเราได้รับการประณามจากสังคมหลายอย่าง อยากให้ทุกคน หากไม่เข้าใจสำหรับที่นี่ให้คุณมาแอบดูก็ได้ ไม่ต้องมาพูดคุยกับเราหรอกหากกลัวไม่ได้ความจริง ไม่ว่าแดดออก ฝนตก ฟ้าร้อง เราไม่เคยทิ้งเด็ก ส่งเด็กทุกคนกลับบ้านทุกวันตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราไม่เคยคาดหวังอะไร ไม่เคยต้องการอะไร ขอสิ่งเดียวให้ลูกหลานมีความรู้เพื่ออนาคตของเขาเอง หลายคนไม่สบายใจก็เข้ามาดูได้น่ะ มาค้นหาความจริงได้ทุกอย่าง นี่คือปณิธานของคนคนหนึ่งที่อยู่บนโลกใบนี้มาค่อนชีวิต นับจากวันนี้เราคงต้องใช้เวลาทบทวนทุกอย่างจะเดินต่อไป หรือถอยหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...