ครึ่งปี 2025 ผ่านวลีฮิต ‘ไม่ใช่ทุกคน…’ รวมเรื่องน่ายินดีของคนไทย ที่เป็นแรงใจว่า ‘เราทุกคนก็ทำได้’
ทุกคนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา นิสัย ความสามารถหรือความคิด แต่สิ่งเหล่านั้นจะโดดเด่นขึ้นมาในสังคมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของพวกเขาที่จะไปสู่จุดนั้นได้
“ไม่ใช่ทุกคน…” เป็นวลีหนึ่งที่เป็นกระแสมากในโซเชียลมีเดีย หลายคนเข้ามาร่วมแชร์ความทรงจำที่ประทับใจ ขำขัน หรือเชิดชูความสำเร็จของบุคคลต่างๆ โดยเริ่มประโยคด้วยวลีดังกล่าว
นัยของวลีนี้สื่อสารอย่างชัดเจนว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์หรือการกระทำที่ตราตรึงในความทรงจำของใครหลายคน ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่
เช่นเดียวกับสังคมไทยของเราในระยะเวลาครึ่งปี แม้เราจะผ่านเรื่องท้าทายกันมามาก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าปราศจากเรื่องน่ายินดี
ครึ่งปี 2025 ที่ผ่านมา คนตัวเล็กมากมายในสังคมเป็นผู้คว้าความสำเร็จที่สะท้อนทั้งอุดมการณ์ ความพยายาม และพลังใจ ในขณะที่พวกเขาสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบ ‘ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้’ พร้อมกันนั้นมันก็ก่อแรงบันดาลใจให้เชื่อว่า ‘เราทุกคน’ ทำได้เช่นกัน
ไม่ใช่ทุกคนจะคว้ามงกุฎ Miss World
Miss World เวทีการประกวดความงามระดับโลกที่หลายคนเฝ้ารอ ในที่สุดโอปอล สุชาตา ช่วงศรี ได้สร้างตำนานคนไทยคนแรกที่คว้ามงกุฎ Miss World 2025 มาได้
Miss World ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขัน เพื่อค้นหาสาวงามแต่เพียงรูปลักษณ์เท่านั้น แต่เป็นเวทีที่มองหาผู้หญิงที่มีความงามจากภายใน ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม
โอปอลถือเป็นตัวแทนคนไทยที่ทุกย่างก้าว ทุกคำพูด ทุกการแสดงออกล้วนสะท้อนถึงความตั้งใจ ความเป็นตัวของตัวเอง และหัวใจมุ่งมั่นทำประโยชน์เพื่อสังคม
การคว้ามงกุฎ Miss World 2025 ของโอปอลครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จส่วนบุคคล แต่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เพราะนี่เป็นสิ่งยืนยันว่าคนไทยมีความสามารถที่จะก้าวไปสู่จุดสูงสุดของเวทีโลกได้
ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นนักแบดมินตันมืออันดับ 1 ของโลก
การเป็นอันดับ 1 ของโลกในวงการกีฬาถือเป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ใช่ทุกคนจะคว้ามาได้ง่ายๆ นักกีฬาหลายคนจึงต้องหมั่นฝึกซ้อมและเผชิญการแข่งขันที่กดดันมานับไม่ถ้วน
เมื่อไม่นานมานี้ วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวได้ขึ้นเป็นมืออันดับ 1 ของโลก ความพยายามของเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการไปสู่จุดสูงสุดของระดับโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
แม้ก่อนหน้านี้เขาจะคว้าเหรียญเงินแบดมินตันจากโอลิมปิกมาได้ แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง
นอกจากฝีมือแล้ว วิวยังมีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ให้กับอุปสรรค การเข้ามาในวงการนี้ได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวของเขาที่ส่งเสริมให้เขามาถึงจุดนี้
ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับรางวัลนักปกป้องสิทธิมนุษยชนระดับโลก
นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถือเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญในการส่งเสียงและต่อสู้เพื่อความยุติธรรม อานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนถือเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัล Front Line Defenders Award for Human Rights Defenders at Risk 2025 ที่กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์
ทนายอานนท์เป็นนักเคลื่อนไหวที่มีบทบาทมากในการเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2563 หลังจากการรัฐประหาร เมื่อปี 2557 โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติขณะนั้น และได้รับการเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังจากการเลือกตั้ง 2562
สถานการณ์ทางการเมืองในตอนนั้นมีหลายคนถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรงและเกิดความอยุติธรรมขึ้น แต่ทนายอานนท์ในฐานะนักกฎหมายและผู้ไม่หวั่นเกรงต่อความอยุติธรรมยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อความยุติธรรมจนถึงที่สุด
ปัจจุบันเขาถูกดำเนินคดีมากมาย โดยมีข้อหาหลักคือมาตรา 112 ทนายอานนท์ถูกศาลอาญาสั่งจำคุกตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2566 และปัจจุบันทนายอานนท์มีโทษจำคุกรวม 22 ปี 25 เดือน 20 วัน
รางวัล Front Line Defenders Award นี้ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการการต่อสู้ของทนายอานนท์ที่ไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรคและยืนหยัดในสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้
ทนายอานนท์ ยังถือเป็นบุคคลสำคัญที่เป็นแรงผลักดันและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ยังคงยืนหยัดในเส้นทางแห่งการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน
ไม่ใช่ทุกคนจะคว้ารางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์
ในโลกภาพยนตร์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่จะไปสู่สายตาโลกมีเพียงหยิบมือเท่านั้น
เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ถือเป็นเวทีแห่งความฝันของคนทำหนังทั่วโลกที่หลายคนอยากขึ้นไปรับรางวัลบนจุดๆ นั้น
ปีนี้หนังไทยเรื่อง ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ (My Favourite Ghost) สร้างปรากฏการณ์ด้วยการเป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบ 15 ปี ที่ได้รับเลือกให้ฉายในสายประกวด Critics’ Week และสามารถคว้ารางวัลชนะรางวัล Grand Prix ในสายประกวด Critics' Week มาได้
นอกจากรางวัลแล้ว เพียงขั้นการได้รับการคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลคานส์นั้นยากยิ่งกว่าการแข่งขันใด ๆ ภาพยนตร์นับพันเรื่องจากทั่วทุกมุมโลกต่างส่งผลงานเข้ามา เพื่อหวังเพียงแค่จะได้ยืนอยู่บนพรมแดง ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ จึงสะท้อนให้เห็นว่าหนังไทยสามารถไปถึงจุดนั้นได้และมีศักยภาพที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ
‘ผีใช้ได้ค่ะ’ เป็นทั้งหนังผี หนังตลก หนังโรแมนติก หนังวิพากษ์สังคม และยังสร้างพื้นที่สำหรับความหฤหรรษ์แบบเควียร์
รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค ผู้กับกำผีใช้ได้ค่ะ เริ่มพัฒนาความคิดอันนำมาสู่ผีใช้ได้ค่ะตั้งแต่ราวปี 2560-2561 ระหว่างนั้นประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์การเมืองอันเข้มข้นหลายครั้ง ทั้งการเลือกตั้ง การประท้วงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ และการมองย้อนไปสู่ประวัติศาสตร์การต่อสู้ในอดีต
สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความคิดและการสร้างเรื่องเล่าของเขา โดยเขานำรากเหง้าและขนบหนังผีไทยเดิมๆ มาปรับแต่งให้ร่วมสมัย
นอกจากการคว้ารางวัลในระดับโลก ผีใช้ได้ค่ะยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเหล่าคนทำหนังรุ่นใหม่กล้าแสดงความคิดของพวกเขาไปยังสายตาโลก และพรมแดงที่ว่าก็ไม่ไกลจนเกินเอื้อม
- ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ คุยกับผู้กำกับ ‘รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค’ ผู้พา ‘ผีไทยในเครื่องดูดฝุ่น’ ไปเปิดตัวที่คานส์
ไม่ใช่ทุกคนจะชนะรางวัลเบียร์ระดับโลก
เบียร์ ถือเป็นเครื่องดื่มยอดฮิต แต่เบียร์แต่ละชนิดก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป แต่การจะเป็นสุดยอดเบียร์ที่คนทั่วโลกยอมรับนั้นก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด
แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด เช่น การห้ามโฆษณา หรือ จนทำให้แหล่งขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายย่อยไม่เติบโตมากเท่ากับนานาประเทศ แต่ปีนี้เครื่องดื่ม ‘Call Me Papa’ ได้รางวัลการประกวดบนเวทีระดับโลกที่ Melbourne Royal Australia International Beer Awards 2025 ทั้งหมด 23 รางวัล จากจำนวนเครื่องดื่มที่ส่งเข้าประกวดกว่า 2,000 รายการ สร้างชื่อเสียงให้กับวงการคราฟต์เบียร์ไทย
เบื้องหลังความสำเร็จของ ‘Call Me Papa’ คือการทดลองนับครั้งไม่ถ้วน การปรับปรุงอย่างพิถีพิถัน และการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบไปจนถึงกระบวนการหมัก
แม้การไปสู่ระดับโลกได้นั้นต้องเผชิญกับความกดดันมากมาย แต่ Call Me Papa สามารถเอาชนะอุปสรรคเหล่านั้นมาได้และยังส่งผลให้ผู้คนมั่นใจในมาตรฐานผลิตภัณฑ์จากไทยมากขึ้น
นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา สังคมไทยยังมีความเคลื่อนไหวเรื่องการปลดล็อกเงื่อนไข ให้วงการคราฟต์เบียร์มีโอกาสแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งในปีนี้มีเรื่องน่ายินดีที่สภาฯ ลงมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ… ในวาระ 2 วาระ 3 และรอเพียงขั้นตอนในชั้นสมาชิกวุฒิสภาต่อไป ซึ่งหากมีการแก้ไขและมีมติเห็นชอบกฎหมายนี้ก็จะมีผลบังคับใช้ เพื่อให้ผู้ผลิตรายย่อยมีโอกาสแข่งขันในตลาดสุรานี้ได้มากขึ้น
ไม่ใช่ทุกคนจะพูดว่าการสมรสเท่าเทียมควรเป็นสิทธิของทุกคน (แต่วันนี้ทุกคนมีสิทธิแล้ว)
บนเส้นทางอันยาวนานของการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทย ‘สมรสเท่าเทียม’ หรือสิทธิในการแต่งงานของบุคคลทุกเพศ เคยเป็นหนึ่งประเด็นที่กลายเป็นที่ถกเถียงและถูกต่อต้าน
ในวันนั้นไม่ใช่ทุกคนที่พูดว่า สมรสเท่าเทียมควรเป็นสิทธิของทุกคน แต่แรงขับเคลื่อนของผู้คนเหล่านั้นทำให้วันนี้ทุกคนมีสิทธินั้นแล้ว หลังจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมถูกบังคับใช้เมื่อ 23 มกราคม 2025
ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างสมบูรณ์
เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้จะเกิดขึ้นจากการต่อสู้ดิ้นรนของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) ภาคประชาสังคม นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนมากมาย ที่ต่อสู้มานานหลายทศวรรษ ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญกับอคติ การตีตรา และการเข้าใจผิด
กลุ่มคนเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ถูกแบ่งแยกจากสังคมมาเนิ่นนาน ด้วยมาตรฐานสังคมที่มองว่าเพศที่มีเพียงแค่ชายหญิง แต่เสียงของกลุ่มคนเหล่านั้นได้ขับเคลื่อนสังคมอย่างไม่ย่อท้อทั้ง การให้ความรู้ การจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง และการนำเสนอเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการไม่มีสิทธิสมรสเท่าเทียม ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสังคมไทยเริ่มเปิดใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อผู้คนจำนวนมากเริ่มเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเพศสภาพ แต่เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ในการเลือกใช้ชีวิตและสร้างครอบครัวกับคนที่พวกเขารัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงได้รับ สมรสเท่าเทียมจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยโอบรับความหลากหลายและเสริมสร้างสังคมที่เสมอภาคมากขึ้น
อ้างอิง: theactive(1,2) , tlhr2014.com
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath