โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปมาให้แล้ว รายย่อยอยากลงทุน G-Token ต้องทำยังไง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 18.08 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 10.33 น.

12 มิถุนายน 2568 - จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่อนุมัติร่าง พ.ร.บ. หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ และเห็นชอบการออก G-Token เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ครม.ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสนับสนุนการออกสินทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงการออกG-Token โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเป็นผู้รับผิดชอบการออกG-Token ในรูปแบบ Tokenize ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการโอนสินทรัพย์ และเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนด้วยกระบวนการที่คล่องตัวมากขึ้น

หลายคนอาจสงสัยว่าG-Tokenคืออะไร ที่จริงแล้วG-Tokenหรือ Government Token คือโทเคนดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาล คล้ายกับพันธบัตรแต่อยู่ในรูปของสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทโทเคนดิจิทัล โดยผู้ที่ถือG-Tokenจะมีสิทธิได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด

อย่างไรก็ตามการระดมทุนผ่านโทเคนดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาลสู่ประชาชนนั้น ถือเป็นเรื่องใหม่มาก และประเทศไทยอาจเป็นประเทศแรกในโลกที่ทำเรื่องนี้ ดังนั้นนักลงทุนรายย่อยอย่างเรา ๆ ควรทำความเข้าใจกลไกของG-Tokenเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม หากต้องการลงทุนG-Token เพื่อรับผลตอบแทนในอนาคต

G-Token เครื่องมือใหม่ในการระดมทุนของรัฐบาล ไม่ใช่คริปโทฯ ใช้ซื้อของไม่ได้

การออกG-Token ของรัฐบาลถือเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเงินมาใช้เพื่อส่งเสริมช่องทางการออม และเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงการลงทุนของประชาชน โดยจุดประสงค์หลักของG-Token คือการเป็นเครื่องมือใหม่ในการระดมทุนของรัฐบาล โดยให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนในตราสารหนี้ของรัฐบาลในรูปแบบดิจิทัลได้ง่ายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และยังเป็นการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยด้วย

อย่างไรก็ตาม ทาง ก.ล.ต. ได้ออกมาระบุชัดเจนว่า G-Tokenไม่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการเก็งกำไรเหมือนสกุลเงินดิจิทัลทั่วไป โดยเน้นส่งเสริมการออมและการลงทุน

ส่วนรายละเอียดสำคัญอย่างตัวหลักประกันที่จะทำหน้าที่ back มูลค่าของG-Token หรือวันที่ออก, อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาไถ่ถอน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศออกมา คาดว่าจะประกาศโดยกระทรวงการคลังในเร็วๆ นี้

กลไกการดำเนินการของ G-Token

กลไกการเป็นเจ้าของG-Token จะแบ่งออกเป็น 2 ตลาด คือตลาดแรก และตลาดรอง

[caption id="attachment_177807" align="aligncenter" width="563"]

G-Token

ภาพประกอบจาก ก.ล.ต.[/caption]

จากชาร์ตของ ก.ล.ต. ที่เผยแพร่ให้สื่อมวลชน ระบุว่า ผู้ออกG-Token หรือ Issuer คือ กระทรวงการคลัง โดยมี สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมคำสั่งจองซื้อ

สำหรับการจองซื้อในตลาดแรกจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ

  • จองซื้อกับผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และใบอนุญาตผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ลงทุนจะต้องเปิดบัญชีซื้อขายและเปิด wallet พร้อมทำการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนให้เสร็จสิ้น ก่อนส่งคำสั่งการจองซื้อG-Token (ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ สามารถตรวจสอบผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีใบอนุญาตได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. https://www.sec.or.th/digitalasset)
  • จองซื้อกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ โดยผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีซื้อขายกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ พร้อมทำการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนให้เสร็จสิ้น ก่อนส่งคำสั่งการจองซื้อG-Token

เมื่อถึงกำหนดวันจริงG-Token จะถูกจัดสรรเข้ามายังบัญชี หรือ Wallet ของผู้ลงทุน ตามเงื่อนไขที่ สบน. กำหนด โดยรายย่อยจะเป็นแบบ small lot first ถึงตรงนี้ผู้ลงทุนสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

  • ถือG-Tokenเอาไว้จนครบอายุไถ่ถอน ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนตามรอบที่กำหนด พร้อมเงินต้นเมื่อครบอายุ
  • ทำการซื้อ-ขายG-Tokenในตลาดรอง ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Broker) ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer) รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ (Broker/Dealer) ส่วนการซื้อ-ขายG-Tokenผ่านกระดานเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น จะมีการพิจารณาโดย สบน. อีกครั้งหนึ่ง ว่าผู้ประกอบการรายใดจะลิสต์G-Tokenบ้าง

ในการซื้อ-ขายG-Tokenในตลาดรองนั้น ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีหรือ Wallet สำหรับซื้อ-ขาย ก่อนถึงจะทำการซื้อ-ขายG-Tokenได้ ซึ่งผู้ลงทุนที่ลงทุนในG-Tokenผ่านช่องทางตลาดรอง ก็จะสามารถได้รับผลตอบแทนตามรอบที่กำหนดพร้อมเงินต้นเมื่อครบอายุไถ่ถอนเช่นกัน

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนลงทุน G-Token

  • G-Token(Government Token) เป็นโทเคนดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาล คล้ายกับพันธบัตรแต่อยู่ในรูปของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ลงทุนที่ถือG-Tokenจะมีสิทธิได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด
  • G-Tokenไม่ใช่สกุลเงิน, คริปโทเคอร์เรนซี หรือ Stable Coin ไม่สามารถใช้G-Tokenเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้
  • ทางสบน. คาดว่าจะสามารถออกG-Token ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2568 และกำลังพิจารณาว่าจะออกในราคา 1 หน่วยต่อ 1 บาท ,1 หน่วย 10 บาท หรือ 1 หน่วย 100 บาท เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้มากที่สุด
  • สินทรัพย์ค้ำประกันที่จะ back มูลค่าของG-Token หรือวันที่ออก, อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาไถ่ถอน ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศออกมา คาดว่าจะประกาศโดยกระทรวงการคลังในเร็วๆ นี้ แต่สำหรับอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะใกล้เคียงกับดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาล
  • G-Tokenมีข้อดีเรื่องความมั่นคง ที่รับประกันเงินต้นและผลตอบแทนโดยรัฐบาล โดยคาดว่าจะออกระดมทุนรอบแรกที่ 5,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังไม่เคยมีโทเคนดิจิทัลที่ออกโดยรัฐบาลมาก่อน ผู้ลงทุนจึงควรศึกษาและติดตามเงื่อนไขที่กระทรวงการคลัง และสบน. จะประกาศออกมาในอนาคต และนำมาประเมินร่วมกับความเสี่ยงที่ตนเองสามารถรับได้
  • ผู้ลงทุนสามารถลงทุนG-Token ได้ด้วยเงินจำนวนไม่มาก
  • ผู้ลงทุนสามารถลงทุนG-Token ได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ 1.ช่องทางตลาดแรก ที่เน้นการจัดสรรให้ประชาชน 2. ช่องทางตลาดรอง ที่รองรับการซื้อ-ขายเปลี่ยนมือ
  • G-Tokenเป็นโทเคนดิจิทัลที่ถูกสร้างบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกว่าจะใช้ chain ของผู้ให้บริการรายใดในการสร้างโทเคน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายรายที่มีเครือข่ายบล็อกเชนของตัวเอง และมีประสบการณ์ในการออกโทเคนดิจิทัลมาก่อน เช่น บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล, บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี, บริษัท โทเคน เอ็กซ์, บริษัท บิทคับ บล็อกเชน เทคโนโลยี

อ่านข่าวเกี่ยวกับG-Token ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...