โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

'สิงห์ เอสเตท' ปิดการขาย 2 โครงการหรู มูลค่ารวม 3,000 ล้าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 00.06 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 06.55 น.

ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)ประกาศความสำเร็จในการปิดการขาย 2 โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในย่านพัฒนาการ ได้แก่ “ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ” บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 28 ยูนิต และ “เซนท์เทอร์ พัฒนาการ” โฮมออฟฟิศ 3 ชั้นครึ่ง 4 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ตอกย้ำความต้องการในกลุ่มตลาดบน และศักยภาพของดีไซน์ที่ผสานไลฟ์สไตล์กับคุณภาพชีวิตระยะยาว

“เราเชื่อว่าการอยู่อาศัยที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องพื้นที่ แต่คือประสบการณ์ชีวิตที่ส่งต่อความสุข ความสะดวก และคุณค่าทางจิตใจให้ทุกครอบครัว”

พัฒนาการ จุดตัดของดีไซน์และศักยภาพ

ทั้ง2โครงการตั้งอยู่ในย่าน “พัฒนาการ” ซึ่งนับเป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่ยังคงมีความสงบ ร่มรื่น และใกล้โครงข่ายถนนหลักและรถไฟฟ้าหลายสาย ทำให้เป็นย่านที่ถูกจับตามองในกลุ่มบ้านเดี่ยวและโฮมออฟฟิศระดับลักชัวรี

ภายใต้แนวคิด “Craft to Last” ที่สิงห์ เอสเตท ยึดถือ ไม่ได้หมายถึงแค่การออกแบบที่สวยงามในระยะสั้น แต่คือการ “หล่อหลอมคุณภาพที่ยั่งยืน” ผ่านวัสดุ ฟังก์ชัน และการบริการหลังการขาย เพื่อให้บ้านเป็นทรัพย์สินที่ส่งต่อคุณค่าระยะยาวจากรุ่นสู่รุ่น

เดินหน้าพัฒนาอีก 24,000 ล้านทั่วกรุงเทพฯ

ความสำเร็จของ 2 โครงการบนถนนพัฒนาการ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขยายตัวครั้งใหม่ของสิงห์ เอสเตท โดยบริษัทเตรียมเดินหน้าอีก 8 โครงการรวมมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท กระจายตัวบนทำเลศักยภาพ เช่น

  • โครงการ สมิทธ์ เกษตร-นวมินทร์ มูลค่า1,300 ล้านบาท
  • โครงการฌอน ปัญญาอินทรา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สไตล์ Modern Tropical Contemporary มูลค่า 1,800 ล้านบาท
  • โครงการดิ เอส สุขุมวิท 36มูลค่า5,900 ล้านบาท
  • โครงการดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ มูลค่า4,000 ล้านบาท
  • โครงการ สริน พรานนก-กาญจนา เป็นโครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มูลค่า4,300 ล้านบาท

โดยเฉพาะ โครงการ สริน พรานนก-กาญจนา ถือเป็น “การผสมผสานระหว่างสุนทรียะของเมดิเตอร์เรเนียน” และ “แนวคิด Universal Design” ที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันสำหรับทุกวัยและครอบครัวหลายเจเนอเรชัน

“ตลาดลักชูรีไม่ใช่แค่แข่งกันเรื่องความหรู แต่คือการแข่งขันในเรื่อง ‘คุณค่าที่สัมผัสได้จริง’ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินความยั่งยืนของแบรนด์อสังหาฯ ในอนาคต”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...