“Geely” หุ้นผู้ผลิตรถยนต์จีนที่น่าจับตา ด้วยยอดขาย-กำไรโตก้าวกระโดด แต่ P/E ต่ำ
Geely Automobile Holdings (HK: 0175) คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ (ที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจของจีน) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบ, ผลิต, และจำหน่ายรถยนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ไปจนถึงรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle หรือ NEV) เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด ปัจจุบัน Geely ส่งออกรถยนต์ไปยัง 30 ประเทศทั่วโลก ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์จีนสู่เวทีนานาชาติ
และในตอนนี้ นักวิเคราะห์เริ่มหันมาให้ความสนใจกับ Geely มากขึ้น ด้วยยอดขาย NEV ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด, อัตรากำไรที่ดีขึ้น, แบรนด์ภายใต้บริษัทที่ทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ, และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ที่ซื้อขายอยู่ที่เพียง 7–10 เท่าของกำไรปี 2025 ซึ่งถือว่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกันบางตัว
โดยผลประกอบการล่าสุดของ Geely สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2025 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 72.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 264% YoY แตะ 5.67 พันล้านหยวน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.8% และยอดส่งมอบรถยนต์อยู่ที่ 704,000 คัน เพิ่มขึ้น 48% YoY
ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตของบริษัท ได้แก่ ยอดขาย NEV ที่พุ่งแรง (ขายได้ราว 260,000 คัน เพิ่มขึ้น 214% YoY), การเติบโตของการส่งออก (ส่งออกเพิ่มขึ้น 174% YoY ในเอเชียแปซิฟิก และ 104% YoY ในลาตินอเมริกา), รวมถึง synergy ระหว่างแบรนด์และการปรับปรุงอัตรากำไร (แบรนด์ Geely มีอัตรากำไรราว 16.5% ขณะที่ Zeekr สูงถึง 21.2%)
สำหรับทั้งปี 2025 บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายขึ้น 10% เป็น 3 ล้านคัน ผู้บริหารคาดว่าความต้องการจะยังคงแข็งแกร่งตลอดปี 2025 แม้จะมีการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรม โดยจะเน้นกลยุทธ์ขยาย NEV, ควบคุมต้นทุนเพื่อรักษากำไร, และขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมุมมองนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในแนวโน้มของ Geely ยกตัวอย่างเช่น
Jefferies ที่แนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 12.20 ดอลลาร์ฮ่องกง เป็น 21.80 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยมองว่าปี 2025 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท โดยปัจจัยหนุนได้แก่ การผลิตแบบอัจฉริยะ, การขยายตลาดโลก, และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยอัตรา P/E เพียงประมาณ 9 เท่า
Krypton Securities ก็แนะนำ “ซื้อ” เช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าหุ้นมีมูลค่าน่าลงทุน โดยอัตรา P/E คาดว่าจะลดลงจาก 9.6 เท่า เหลือ 6.8 เท่าในปี 2027 พร้อมชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตของกำไรและอัตรากำไรในระยะต่อไปของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิเคราะห์บางรายที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับความท้าทายในระยะสั้น เช่น Macquarie ที่ได้ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” พร้อมตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 16 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยให้เหตุผลว่าการแข่งขันในตลาด EV จีนเริ่มรุนแรง แม้ก่อนหน้านี้จะมองบวกต่อการควบรวมแบรนด์
ทั้งนี้ จากข้อมูลของ TipRanks นักวิเคราะห์ให้ คำแนะนำโดยรวมที่ “Strong Buy” พร้อมราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 22.37 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมี upside มากกว่า 30% จากระดับราคาปัจจุบัน