โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Geely” หุ้นผู้ผลิตรถยนต์จีนที่น่าจับตา ด้วยยอดขาย-กำไรโตก้าวกระโดด แต่ P/E ต่ำ

Wealthy Thai

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 01.10 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.20 น.

Geely Automobile Holdings (HK: 0175) คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ (ที่ไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจของจีน) ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการออกแบบ, ผลิต, และจำหน่ายรถยนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ไปจนถึงรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle หรือ NEV) เช่น รถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด ปัจจุบัน Geely ส่งออกรถยนต์ไปยัง 30 ประเทศทั่วโลก ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์จีนสู่เวทีนานาชาติ
และในตอนนี้ นักวิเคราะห์เริ่มหันมาให้ความสนใจกับ Geely มากขึ้น ด้วยยอดขาย NEV ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด, อัตรากำไรที่ดีขึ้น, แบรนด์ภายใต้บริษัทที่ทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ, และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ที่ซื้อขายอยู่ที่เพียง 7–10 เท่าของกำไรปี 2025 ซึ่งถือว่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับหุ้นกลุ่มเดียวกันบางตัว
โดยผลประกอบการล่าสุดของ Geely สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความต้องการที่แข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2025 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 72.5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งขึ้นถึง 264% YoY แตะ 5.67 พันล้านหยวน อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15.8% และยอดส่งมอบรถยนต์อยู่ที่ 704,000 คัน เพิ่มขึ้น 48% YoY
ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตของบริษัท ได้แก่ ยอดขาย NEV ที่พุ่งแรง (ขายได้ราว 260,000 คัน เพิ่มขึ้น 214% YoY), การเติบโตของการส่งออก (ส่งออกเพิ่มขึ้น 174% YoY ในเอเชียแปซิฟิก และ 104% YoY ในลาตินอเมริกา), รวมถึง synergy ระหว่างแบรนด์และการปรับปรุงอัตรากำไร (แบรนด์ Geely มีอัตรากำไรราว 16.5% ขณะที่ Zeekr สูงถึง 21.2%)
สำหรับทั้งปี 2025 บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายขึ้น 10% เป็น 3 ล้านคัน ผู้บริหารคาดว่าความต้องการจะยังคงแข็งแกร่งตลอดปี 2025 แม้จะมีการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรม โดยจะเน้นกลยุทธ์ขยาย NEV, ควบคุมต้นทุนเพื่อรักษากำไร, และขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมุมมองนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังคงแสดงความเชื่อมั่นในแนวโน้มของ Geely ยกตัวอย่างเช่น
Jefferies ที่แนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 12.20 ดอลลาร์ฮ่องกง เป็น 21.80 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยมองว่าปี 2025 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัท โดยปัจจัยหนุนได้แก่ การผลิตแบบอัจฉริยะ, การขยายตลาดโลก, และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยอัตรา P/E เพียงประมาณ 9 เท่า
Krypton Securities ก็แนะนำ “ซื้อ” เช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าหุ้นมีมูลค่าน่าลงทุน โดยอัตรา P/E คาดว่าจะลดลงจาก 9.6 เท่า เหลือ 6.8 เท่าในปี 2027 พร้อมชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตของกำไรและอัตรากำไรในระยะต่อไปของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิเคราะห์บางรายที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับความท้าทายในระยะสั้น เช่น Macquarie ที่ได้ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” พร้อมตั้งราคาเป้าหมายไว้ที่ 16 ดอลลาร์ฮ่องกง โดยให้เหตุผลว่าการแข่งขันในตลาด EV จีนเริ่มรุนแรง แม้ก่อนหน้านี้จะมองบวกต่อการควบรวมแบรนด์
ทั้งนี้ จากข้อมูลของ TipRanks นักวิเคราะห์ให้ คำแนะนำโดยรวมที่ “Strong Buy” พร้อมราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 22.37 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งมี upside มากกว่า 30% จากระดับราคาปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...