โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินบาทไทย ‘ทรงตัว’ แม้ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% สรุปปัจจัยชี้ชะตาระยะต่อไป แข็งค่าหรืออ่อนค่า

THE STANDARD

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.02 น. • thestandard.co
เงินบาทไทย ‘ทรงตัว’ แม้ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% สรุปปัจจัยชี้ชะตาระยะต่อไป แข็งค่าหรืออ่อนค่า

SCB FM มอง เงินบาท ยัง ‘ทรงตัว’ หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% มองหากสหรัฐฯ เลื่อน Deadline หรือลดภาษีให้ไทยอาจดันบาทแข็งค่า แต่หากสถานการณ์การเมืองไทยแย่ลง สหรัฐฯ ใช้ไพ่สวมสิทธิ์ส่งออกต่อรองไทย หรือไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา ‘สูง’ อาจฉุดบาท ‘อ่อนค่า’

วันนี้ (8 กรกฎาคม) วันนี้ เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราว 32.44–32.66 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นราว 0.10-0.30% จากวันก่อน สะท้อนว่า เงินบาทค่อนข้างทรงตัวในทิศแข็งค่า แม้สกุลเงินเอเชียหลายสกุลอ่อนค่า เช่น เยน (USD/JPY) ริงกิต (USD/MYR) และดอลลาร์ฮ่องกง (USD/HKD) หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ร่อนจดหมายประกาศเก็บภาษีนำเข้า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ

ด้านวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส สายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% แต่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป สำหรับผลกระทบต่อเงินบาท พบว่าเงินบาทยัง ‘ทรงตัว’ หลังจากที่อ่อนค่าขึ้นไปราว 30 สตางค์ (ราว 0.9%) ตั้งแต่วันก่อน เพราะมีรายงานข่าวว่า ทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่ม BRICS เพิ่มอีก 10% (จากเดิมที่ถูกเรียกเก็บที่ 10% อยู่แล้ว)

SCB FM ชี้อีกว่า หากดูจากแถลงการณ์ของสหรัฐฯ จะพบว่า ในระหว่างนี้ ทรัมป์ยังเปิดโอกาสให้ไทยเข้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และหากเป็นที่น่าพอใจก็พร้อมจะปรับลดอัตราภาษีลงให้ได้บางส่วน

โดยทางสหรัฐฯ ยังเปิดช่องทางให้ไทยเจรจา โดยกล่าวว่าหากไทยสามารถ (1) เข้าไปลงทุนและผลิตสินค้าในสหรัฐฯ (2) นำเข้าสินค้าสหรัฐฯ มากขึ้น และ (3) ปรับลดอัตราภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บจากสหรัฐฯ ก็อาจพิจารณาปรับลดอัตราภาษีนำเข้าลงได้

ย้อนกลับไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดทางการไทยได้ยื่นข้อเสนอล่าสุดต่อสหรัฐฯ ไป ซึ่งค่อนข้างครอบคลุมกับสิ่งที่สหรัฐฯ เรียกร้องในแถลงการณ์จึงมีโอกาสที่สหรัฐฯ จะลดภาษีลงได้

สหรัฐฯ ลดภาษีให้ไทยเหลือ 20-35% อาจดันบาทแข็งค่า

อย่างไรก็ดี หากประเมินจากข้อเสนอที่เวียดนามได้ยื่นให้แก่สหรัฐฯ และอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากเวียดนามที่ 20% ก็ทำให้อนุมานได้ว่า ไทยอาจถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า 20% ได้ จึงมองว่ามีโอกาสที่ไทยอาจถูกปรับลดภาษีลงมาอยู่ระหว่าง 20-35% ซึ่งอาจทำให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าจากระดับปัจจุบันได้

จับสถานการณ์การเมืองไทยจะแย่ลงดันบาทอ่อน

สำหรับผู้ส่งออก USDTHB ที่ระดับราว 32.50-32.80 เป็นระดับที่ขายได้ โอกาสที่บาทจะอ่อนค่าแรงมีน้อยลงแล้ว เว้นแต่สถานการณ์การเมืองไทยจะแย่ลง โดยหากไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้เร็ว หรือมีแนวโน้มที่จะยุบสภา ก็อาจทำให้บาทอ่อนค่าใกล้ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้

หากสหรัฐฯ ใช้ไพ่สวมสิทธิ์ส่งออกต่อรองไทยบาทจ่ออ่อน

สำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องการสวมสิทธิ์ส่งออกของจีน ซึ่งยังไม่ถูกกล่าวถึงในแถลงการณ์ของสหรัฐฯ และเป็นปัญหาใหญ่ที่ไทยอาจต้องใช้เวลาในการแก้ไข หากประเด็นนี้ถูกหยิบยกมาใช้ต่อรองกับไทย ก็อาจเป็นเหตุให้ไทยถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงได้ และทำให้บาทอ่อนค่าต่อ

สำหรับผู้นำเข้า USDTHB ที่ระดับราว 32.00-32.30 เป็นระดับที่ซื้อได้ โดยวชิรวัฒน์มองว่า อาจให้รอการเจรจาการค้าระหว่างทางการไทยกับสหรัฐฯ ไปก่อน ซึ่งมองว่าที่ผ่านมา หลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษี หรือขู่ว่าจะขึ้น จะพบว่าดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกับสกุลเงินภูมิภาคที่อ่อนค่าลง

เลื่อน Deadline – ลดภาษีไทยดันบาทแข็ง

อย่างไรก็ดี หลังจากที่มีการเลื่อน Deadline ออกไปหรือลดอัตราภาษีลงบางส่วน ค่าเงินภูมิภาคก็จะทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งในรอบนี้ SCB FM มองว่ามีโอกาสสูงที่เงินบาทจะทยอยกลับมาแข็งค่าในกรอบใกล้เคียงเดิม จึงแนะให้ลูกค้ารอเข้าซื้อได้

อย่างไรก็ดี ด้วยเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (เช่น ตลาดแรงงาน) ที่ออกมาดี ทำให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยลงเร็วมีน้อยลง จึงทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์อาจไม่อ่อนค่าได้มากในระยะสั้นนี้ จึงมองว่าโอกาสที่เงินบาทจะแข็งค่าต่ำกว่า 32.00 มีไม่มากนัก แต่ในระยะยาว (เช่น ปลายไตรมาส 3) ก็อาจเห็นเงินบาทแข็งค่าต่ำกว่า 32.00 ได้ในบางช่วง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...