ทำความรู้จัก ‘โรคซิฟิลิส’ ที่กำลังระบาดในหมู่วัยรุ่น ซึ่งความรู้และความตระหนักรู้อาจสำคัญกว่าการตีตรา
ไม่นานมานี้ คลินิกผิวหนังแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับโรคซิฟิลิสที่กำลังระบาด โดยทางคลินิกพบว่าในเวลา 2 วัน มีคนไข้ถึง 3 คน มาตรวจโรคเนื่องจากมีผื่นแดงขึ้นตามแขนขาและลำตัวซึ่งพบว่าเป็นอาการของโรคซิฟิลิส และหนึ่งในนั้นยังติดเชื้อ HIV ด้วย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนี้ทำให้คนเข้ามาสนใจเป็นจำนวนมาก
แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้ทำให้หลายคนเกิดความกังวล และพบว่าคอมเมนต์ส่วนใหญ่ตามเพจต่างๆ มองว่าปัญหาหลักคือพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น โดยมีการใช้คำที่แฝงไปด้วยอคติเช่น ‘สำส่อน’ ‘มั่ว’ หรือ ‘ง่าย’ และขณะที่เราปฏิเสธได้ยากว่าความประมาทเรื่องเซ็กซ์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาการติดเชื้อซิฟิลิส แต่การตั้งหน้ากล่าวโทษเรื่องฟรีเซ็กซ์เพียงอย่างเดียว ก็เป็นการลดทอนการมองเห็นความสำคัญของอีกหนึ่งแนวทางป้องกัน อย่างการตระหนักรู้เรื่องโรคและความเสี่ยงและเซ็กซ์ที่ปลอดภัย
ไม่เพียงเท่านั้น การตีตราอาจไม่ได้ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และการติดเชื้อในแต่ละเคสก็ละเอียดอ่อน ผู้ติดเชื้อบางคนอาจไม่ได้มีพฤติกรรมทางเพศอย่างที่สังคมกำลังกล่าวโทษกันอยู่ด้วยซ้ำ เพียงแต่โดนหางเลขไปด้วยจากความไว้ใจคู่นอนของตน หรือบางคนอาจประมาทเองจนพลาดก็จริง แต่การตีตราเหล่านี้อาจทำให้พวกเขาไม่กล้าพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งที่โรคนี้จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในทันท่วงที และทางออกของเรื่องนี้อาจอยู่ที่การส่งต่อความรู้มากกว่าการตีตราก็เป็นได้ โอกาสนี้เราจึงอยากชวนมาทำความรู้จักกับโรคซิฟิลิสกันสักหน่อย
ซิฟิลิสคืออะไร? ซิฟิลิสเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา พาลลิดัม (Treponema pallidum) ในบรรดาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซิฟิลิสนับว่าเป็นอีกโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และหากปล่อยให้ไปถึงระยะสุดท้าย เชื้อจะสามารถทำลายระบบประสาทและสมองรวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือดได้
โรคซิฟิลิสอันตรายอย่างไร? โรคซิฟิลิสจะมีอยู่ 4 ระยะด้วยกัน ได้แก่ 1.ระยะเป็นแผล: เริ่มมีตุ่มหรือแผลริมแข็งที่ปาก อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก 2. ระยะออกดอก: มีผื่นนูนหนาขึ้นที่ผ่ามือผ่าเท้า มีไข้ 3. ระยะแฝง: มักจะไม่มีอาการใดๆ หรือมีผื่นขึ้นแบบเป็นๆ หายๆ 4. ระยะสุดท้าย: เชื้อลามสู่สมองและระบบประสาท เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ในร่างกาย และอาจส่งผลต่อชีวิตทารกในครรภ์ กรณีที่แม่ติดเชื้อซิฟิลิสระหว่างคลอดบุตร หรืออาจทำให้เด็กเป็นโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด
ซิฟิลิส ติดได้อย่างไรบ้าง? ซิฟิลิสสามารถติดจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่นการมีเซ็กซ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย การทำออรัลเซ็กซ์ รวมถึงการจูบหรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ผ่านปาก อวัยวะเพศ ทวารหนัก และบาดแผล
ซิฟิลิส ป้องกันอย่างไร? โดยพื้นฐานที่สุดคือการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์แม้จะเป็นคู่รักที่คบกันอย่างจริงจังก็ตาม และสำหรับสายสนุกกับชีวิตก็อาจต้องเลิกยึดถือมายาคติที่ว่าคนที่ดูสะอาดแปลว่าไม่น่าจะมีโรคอะไร งดการจูบปาก ทำออรัลเซ็กซ์กับคู่นอนชั่วข้ามคืน งดการใช้เซ็กซ์ทอยร่วมกับผู้อื่น โดยสรุปคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้อื่นให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
ซิฟิลิส รักษาหายไหม? ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ ผู้ที่มีอาการเข้าข่ายต้องสงสัย หรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจและรับการรักษาโดยเร็วเพื่อยับยั้งไม่ให้เชื้อซิฟิลิสพัฒนาไปสู่ระยะต่าง ๆ ได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถานการณ์โดยรวม ณ ตอนนี้ มีข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคนว่าตั้งแต่ปี 2568 พบผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งหมดถึงปัจจุบันจำนวน 443 ราย แบ่งเป็น 5 โรคหลัก ได้แก่ โรค HIV จำนวน 136 ราย โรคหนองใน จำนวน 102 ราย โรคซิฟิลิส จำนวน 85 ราย โรคไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 51 ราย และโรคหูด 25 ราย โดยกลุ่มผู้ป่วยสูงสุด อยู่ในกลุ่มอายุ 20-29 ปี รองลงมาคือ กลุ่ม 15-19 ปี และกลุ่มอายุ 30-39 ปี ตามลำดับ
อ้างอิง
https://www.facebook.com/share/15X7RtRodC/
https://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/syphilis
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/syphilis
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ไม่ได้อยากโสด แต่การมีแฟนมันยากเกินไป! ชวนรู้จัก Femcels คอมมูฯ ของผู้หญิงที่ไม่ได้ ‘เลือก’ จะโสด แต่กำลังเผชิญความยากในการพบความสัมพันธ์ที่ใช่ และอยากแชร์ความทุกข์-ส่งกำลังใจให้กันและกัน
- Subtle Impacts ออกแบบอุปกรณ์ยกเวท ให้เป็นของแต่งบ้านสุดมินิมัล ดูน้อยแต่มาก วางตรงไหนก็ไม่ขัดมู้ด
- Don’t look back in anger? ‘เพราะฉันเจ็บ ฉันจึงต้องด่า’ ชวนทำความเข้าใจจิตวิทยาของความเกรี้ยวกราด และการก่นด่าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ‘ความโกรธ’ ของผู้หญิง
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com