โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ : ฉีดวัคซีนมาเลือดจะหนืดข้น จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 13.42 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ว่า อาการของผู้ที่ไปฉีดวัคซีนมาเลือดจะหนืดข้นจนสุดท้ายเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ และวูบจนถึงขั้นเสียชีวิต จากนั้นแพทย์จะแจ้งว่าหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จริงหรือ ?

บทสรุป : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ วัคซีนดังกล่าว คาดว่าหมายถึงวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าวัคซีนโควิด-19 ทำให้เลือดจะหนืดข้นจนสุดท้ายเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ และวูบจนถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งนี้ การดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้จัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และองค์การอนามัยโลกได้รับรองว่าวัคซีนดังกล่าวสามารถใช้ได้กับทุกประเทศ

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบพบว่า ข้อมูลเรื่อง “อาการของผู้ที่ไปฉีดวัคซีนมาเลือดจะหนืดข้นจนสุดท้ายเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ได้ และวูบจนถึงขั้นเสียชีวิต” เป็นข้อมูลที่มักถูกส่งต่อและเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2566 และเป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้หลายคนเกิดความกังวล

ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ข้อมูลจาก พ.อ.นพ.วิริสสร วงศ์ศรีชนาลัย อายุรแพทย์ โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พบว่า

ความเป็นไปได้ที่วัคซีนจะทำให้เกิดลิ่มเลือด เป็นไปได้ว่าวัคซีนโควิด-19 บางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดลิ่มเลือดได้บ้าง แต่ต้องย้ำว่า ความรุนแรงและอัตราการเกิดลิ่มเลือดจากวัคซีนนั้นน้อยกว่าการติดเชื้อโควิด-19 มาก

นอกจากนี้ วัคซีนแต่ละชนิดยังมีผลกระทบที่แตกต่าง โดย วัคซีนเชื้อตาย : มีรายงานการเกิดลิ่มเลือดน้อยมาก ส่วนวัคซีนเทคโนโลยีใหม่ (ไวรัสเวกเตอร์ หรือ mRNA) มีรายงานการเกิดลิ่มเลือดผิดปกติบ้าง แต่พบในอัตราที่ต่ำมาก (ประมาณ 4 ใน 100,000 ราย)

อาจมีสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ นอกเหนือจากผลกระทบของวัคซีน เช่น

  • การอักเสบของหลอดเลือด
  • ภาวะเลือดข้น
  • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น ภูมิแพ้ หรือโรคเลือด
  • หลังการผ่าตัด โดยเฉพาะการผ่าตัดกระดูกและข้อ
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด
  • ภาวะที่เลือดไม่ไหลเวียน เช่น การนอนติดเตียงนาน ๆ หรือการนั่งเครื่องบินนาน ๆ

และความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดจากการติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันมากกว่าการฉีดวัคซีนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโรคโควิด-19 ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย (ประมาณ 2-5% ในผู้ป่วยโควิด-19)

การป้องกันการเกิดลิ่มเลือดหากฉีดวัคซีน
– ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงก่อนฉีดวัคซีน
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ เพราะอาจทำให้ปัสสาวะบ่อยและเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
หากจำเป็นต้องดื่ม ควรเพิ่มปริมาณน้ำเปล่าให้มากขึ้นเพื่อชดเชย
– หากใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะลิ่มเลือด เช่น ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนบางชนิด
แนะนำให้หยุดยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับวัคซีน และเริ่มกลับมาใช้ได้หลังฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์
– ผู้มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของหลอดเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน
ให้แพทย์ประเมินว่าโรคอยู่ในระยะที่ควบคุมได้หรือไม่ และเหมาะสมที่จะฉีดหรือยัง
– สำหรับผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน
รอจนกว่าร่างกายฟื้นตัว เคลื่อนไหวได้ตามปกติ จึงค่อยเข้ารับวัคซีน
ในระหว่างนั้น แนะนำให้คนใกล้ชิดไปฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในวงรอบตัว

นอกจากนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด ทำให้เลือดข้นหนืดจนเสียชีวิต ด้วยอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าวัคซีนโควิด-19 ทำให้เกิดอาการดังกล่าว

ทั้งนี้ การดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-9 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และมีการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก สามารถใช้ได้กับทุกประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

28 พฤษภาคม 2568
ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์
สำนักข่าวไทย อสมท
เรียบเรียง โดย นัฐภรณ์ ผลพฤกษา

อ้างอิง
ข่าวปลอม อย่าแชร์! ฉีดวัคซีนโควิด ทำให้เลือดข้นหนืดจนเสียชีวิต ด้วยอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
https://www.antifakenewscenter.com
ชัวร์ก่อนแชร์ : วัคซีนโควิด-19 ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน จริงหรือ ?
https://youtu.be/mmQjB3MgTpI?si=eEViloarOfKElDq6

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...