โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธปท. จับตาผลกระทบภาษีสหรัฐใกล้ชิด ห่วงเอสเอ็มอีกระอัก แนะเร่งปรับตัว

Khaosod

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 11.30 น.

ธปท. จับตาภาษีสหรัฐ กระทบหลายช่องทาง ห่วงเอสเอ็มอีกระอัก แนะผู้ประกอบการปรับตัว ชี้ช่องทบทวนปรับสัดส่วนค้ำประกันสินเชื่อเพิ่มจาก 40%

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงานมอบรางวัลเกียรติยศ MONEY & BANKING AWARDS 2025 ปีที่ 18 ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ทั้งจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มสูงขึ้น และเศรษฐกิจภายในที่เผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้นั้น สิ่งสำคัญคือความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการเงิน ในการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้โอกาสนี้เร่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ช่วยให้เศรษฐกิจไทยสามารถปรับตัวและขับเคลื่อนต่อไปได้ในระยะข้างหน้า

สำหรับความคืบหน้าการเจรจาขอปรับลดการเก็บภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) กับสหรัฐนั้น เริ่มเห็นความชัดเจนในการเจรจาในประเทศอื่นๆ บ้างแล้วบางส่วน แม้จะยังไม่มีรายละเอียด แต่หลังจากนี้จะต้องมีมาตรการบรรเทาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่สำคัญ แต่มักถูกละเลยคือ การปรับตัว ไม่ใช้เน้นตัวเลขการส่งออกหรือการลงทุน

“แต่ละประเทศต้องดูของตัวเอง เพราะสิ่งที่จะมีผลกระทบมากที่สุด คือ สินค้าต้นทางจากประเทศอื่น (Transshipment) ว่าจะมีรายละเอียดเป็นอย่างไร และอะไรจะนับเป็น Transshipment ซึ่งจะมีผลกระทบค่อนข้างเยอะ ทั้งเรื่องการลงทุน และด้านอื่นๆ”

นายเศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ผมไม่ได้อยู่ในทีมเจรจา ซึ่งเรื่องของการเปิดตลาด 90% อยากจะฝากไว้นิดนึง เรื่องผลกระทบจะมาจากหลายช่องทาง คือ 1.กลุ่มส่งออกไปสหรัฐโดยตรง 2.กลุ่มที่จะมีผลจากการเจรจาภาษีที่จะลดลง และกลุ่มที่เราเป็นห่วงและส่งเสียงไปหลายครั้ง 3.กลุ่มสินค้าที่ทะลักเข้ามาจากที่เขาส่งออกไปสหรัฐไม่ได้ และกลุ่มธุรกิจสาขาที่ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก และมีความเปราะบางค่อนข้างเยอะ

ในส่วนของนโยบายการเงิน ธปท.ได้พิจารณาปัจจัยเหล่านี้ในการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งนโยบายการเงินไม่ใช่เฉพาะเรื่องของอัตราดอกเบี้ยนโยบายเท่านั้น แต่ยังมีมาตรการอื่น เช่น เรื่องหนี้ เป็นต้น โดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น อยากจะยืนยันว่าไม่ได้มาจากเกณฑ์ของ ธปท.ว่าเข้มหรือคุมการปล่อยสินเชื่อ แต่ยอมรับว่ามีธุรกิจที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อ เพราะมีความเสี่ยงสูง ทำให้สถาบันการเงินไม่อยากปล่อยสินเชื่อ

ดังนั้น จะต้องแก้ไขที่ต้นเหตุ คือ ความเสี่ยงจะเป็นเรื่องของกลไกค้ำประกันสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นกลไกผ่าน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือกลไกด้านอื่นที่จะลดความเสี่ยง ช่วยแบ่งเบาความเสี่ยง ไม่ได้เป็นเกณฑ์ของ ธปท.

“ธปท. มองว่าประเด็นที่ต้องทบทวน คือ สัดส่วนการค้ำประกันอาจต้องปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ ในยามที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 40% แต่อยากบอกว่า ปัญหาเหล่านี้ต้นตอไม่เฉพาะแค่ฝั่งการเงิน แต่จะเป็นเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย เพราะถ้าธุรกิจแข่งขันไม่ได้ จะให้สินเชื่อไปแก้ปัญหาคงไม่ได้ แต่หากธุรกิจมีการปรับตัว มีศักยภาพ เชื่อว่าแบงก์ก็ต้องการทำกำไร ก็น่าจะปล่อยสินเชื่อได้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท. จับตาผลกระทบภาษีสหรัฐใกล้ชิด ห่วงเอสเอ็มอีกระอัก แนะเร่งปรับตัว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...