ทรัมป์คว้าชัย! สภาผู้แทนฯ สหรัฐผ่านกม.ลดภาษี ยกเครื่องนโยบายครั้งใหญ่
ทรัมป์คว้าชัย! สภาผู้แทนฯ สหรัฐผ่านกม.ลดภาษี ยกเครื่องนโยบายครั้งใหญ่
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 ก.ค. 68 10:14 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงนโยบายภายในประเทศของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณมูลค่า 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยการลดภาษี, การลดงบประมาณในโครงการสวัสดิการสังคม รวมถึงยกเลิกโครงการส่วนใหญ่ของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการผลักดันประเทศไปสู่เศรษฐกิจพลังงานสะอาด
ผลการลงคะแนนเสียงในสภาฯ อยู่ที่ 218 ต่อ 214 เสียง โดยร่างกฎหมายนี้จะส่งต่อไปให้ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนาม ตามกำหนดในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า มีแผนจะลงนามในร่างกฎหมายนี้ในเวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ทำเนียบขาว
*** งัดทุกกลยุทธ์ต่อรอง
ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ใช้วิธีการโน้มน้าวพรรครีพับลิกันผ่านการข่มขู่ว่า จะมีการท้าชิงตำแหน่งในพรรค การล็อบบี้ในทำเนียบขาว และการพบปะนอกรอบในสนามกอล์ฟ เพื่อเอาชนะการต่อต้านจากทั้งกลุ่มอนุรักษ์นิยมสายแข็ง ที่กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการต่อหนี้สิน และกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันสายกลางจากรัฐสวิงสเตท ที่วิตกกังวลเกี่ยวกับขนาดของการตัดลดงบประมาณในโครงการ Medicaid รวมไปถึงการคัดค้านจากอดีตพันธมิตรอย่างอีลอน มัสก์ ซึ่งท้ายที่สุด มีเพียง ส.ส. รีพับลิกัน 2 คนคือ โทมัส แมสซี (Thomas Massie) จากรัฐเคนตักกี้ และไบรอัน ฟิทซ์แพทริค (Brian Fitzpatrick) จากรัฐเพนซิลเวเนีย ที่โหวตไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ต้องเป็นผู้ลงคะแนนเสียงชี้ขาด เพื่อผลักดันกฎหมายภาษีและการใช้จ่ายขนาดใหญ่ผ่านวุฒิสภา ชัยชนะในการผ่านร่างกฎหมายในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเผชิญความล่าช้าหลายครั้งในการลงคะแนนเสียง โดยทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่าเป็นเพราะส.ส. รีพับลิกันที่ไม่ยอมสนับสนุนร่างกฎหมายอย่างรวดเร็ว
*** หวั่นผลกระทบ-เพิ่มความเสี่ยงหนี้สาธารณะ
ด้านสำนักงานงบประมาณรัฐสภา (Congressional Budget Office - CBO) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด คาดการณ์ว่ากฎหมายนี้จะทำให้การขาดดุลของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในทศวรรษหน้า ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแนวโน้มการคลังของสหรัฐฯ โดยเจฟฟรีย์ กันด์ลาค (Jeffrey Gundlach) จาก DoubleLine Capital นักวิเคราะห์ตลาดพันธบัตรเตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า ภาระหนี้ของรัฐบาลกลางถึงจุดที่ยากจะควบคุม และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีนี้อ่อนค่าลงประมาณ 9% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักของโลก เนื่องจากความกังวลดังกล่าว
อย่างไรก็ดี การเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในกฎหมายนี้ จะช่วยขจัดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่อาจสะเทือนตลาด ซึ่งกระทรวงการคลังเคยคาดการณ์ว่า อาจเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในช่วงกลางเดือนส.ค. หากไม่มีการดำเนินการของรัฐสภา
*** หั่นเครดิตภาษียานยนต์ไฟฟ้า-กระทบอุตสาหกรรม EV
ขณะเดียวกัน การผ่านร่างกฎหมายภาษีและงบประมาณฉบับใหม่ครั้งนี้ จะส่งผลให้มาตรการลดหย่อนภาษีมูลค่า 7,500 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการซื้อหรือเช่ารถยนต์ไฟฟ้าใหม่ รวมถึงเครดิต 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้ามือ 2 ซึ่งเคยช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์พลังงานสะอาดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย.นี้
Electrification Coalition ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า กล่าวว่า “ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นที่ชัดเจนว่า พลังงานไฟฟ้าคือ อนาคตของการคมนาคมขนส่ง กฎหมายฉบับนี้จะทำให้สหรัฐฯ เสียบทบาทดังกล่าวในอนาคตให้กับจีน”
*** นักวิเคราะห์มอง ยอดซื้อ EV เร่งตัว
แดน เลวี นักวิเคราะห์ยานยนต์ของ Barclays กล่าวว่า การทยอยยกเลิกเครดิตภาษีภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน จะทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเร่งซื้อ ซึ่งจะทำให้ยอดขายลดลงอย่างมากในเดือนต่อ ๆ ไป “เราเชื่อว่าร่างกฎหมายนี้ ตอกย้ำถึงการชะลอตัวในการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ โดยทั้งแรงจูงใจ เช่น เครดิตภาษีและบทลงโทษ เช่น การบังคับใช้กฎระเบียบควบคุมการปล่อยมลพิษ จะเข้มงวดน้อยลง”
ทั้งนี้ ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมี.ค. คาดการณ์ว่า การยกเลิกเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจะลดการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าลง 6% ภายในปี 2030 และจะช่วยประหยัดเงินรัฐบาลจากเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ได้ 169,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 10 ปี
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ