โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ลำไย” ล้นตลาด ส่งออกซบเซาราคาดิ่งหนัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 14.02 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.02 น.

"แพลททินัม ฟรุ๊ต" เผยผลผลิต ลำไย ปีนี้มากกว่าปีก่อน กดดันราคา เหตุสภาพอากาศเอื้ออำนวย ชี้ตลาดต่างประเทศซบเซา แบงก์ไทย-จีนเข้มงวดปล่อยกู้ แรงงานขาด ฉุดราคาเบอร์ล่างดิ่ง แนะแก้ Over Supply เน้นลำไยเกรด A, AA ยังเป็นที่ต้องการ พร้อมเปิดโอกาสลำไยแกะเนื้อแช่แข็ง

นายณธกฤษ เอี่ยมสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต จำกัด (มหาชน) หรือ PTF ผู้ส่งออกผักและผลไม้สดเกรดพรีเมียม เปิดเผยถึงสถานการณ์ลำไยในปีนี้ว่า คาดการณ์ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากปริมาณฝนที่ค่อนข้างชุก และฤดูหนาวที่ยาวนานในปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้ลำไยติดดอกดีและผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นนี้กลับส่งผลให้ราคารับซื้อลำไยในตลาดปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ณธกฤษได้ระบุ 4 ปัจจัยสำคัญที่กำลังฉุดราคาลำไยในปัจจุบัน ได้แก่:

  • สภาวะเงินฝืดในตลาดผลไม้ต่างประเทศ : ทำให้ราคาผลไม้โดยรวมปรับลดลงประมาณ 15-20% จากปีที่แล้ว
  • ารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ : ธนาคารในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ลดการปล่อยสินเชื่อเพื่อการนำเข้า ประกอบกับธนาคารในประเทศไทยก็เข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ส่งออกมากขึ้น 1 ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนมีวงเงินจำกัด เงินหมุนเวียนในระบบลดลง และชะลอการซื้อส่งผลให้เกิดปริมาณลำไยสะสมในช่วงฤดูกาลมากเกินไปและกระทบต่อราคา
  • ปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร : แรงงานเก็บเกี่ยวผลไม้ส่วนใหญ่พึ่งพาแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านแต่การนำแรงงานเข้าไทยเป็นไปได้ยากมาก ทำให้เกิดปัญหาแรงงานขาดแคลนในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ชาวสวนจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการแปรรูปเป็นลำไยรูดร่วงอบแห้ง ซึ่งทำให้ราคาขายตกต่ำลง
  • ตลาดลำไยเกรดรองซบเซา : ลำไยเบอร์รองเกรด B, C (ตกเกรด) ซึ่งปกติมีตลาดรองรับในกัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย กลับค้าขายได้ยากขึ้นเนื่องจากอุปสรรคในการข้ามแดน ส่งผลให้ราคาลำไยเบอร์ล่างลดลงอย่างมาก และฉุดให้ราคาลำไยเบอร์บน (A, AA) ลดลงตามไปด้วย

เน้นคุณภาพ ลดต้นทุน และมองหาตลาดใหม่

ณธกฤษเสนอทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาราคาลำไยที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหา Over Supply ของสินค้าเกษตร ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของราคาและคุณภาพ

"จะต้องเน้นไปที่การปรับตัวของราคา และการปรับลดต้นทุนให้สัมพันธ์กัน ถ้าหากยังตั้งราคาขายเท่าเดิมจะไม่มีคนซื้อ แต่หากลดราคาขายลงกำลังซื้อก็จะกลับมา สิ่งสำคัญคือการเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น”

โดยสังเกตได้ว่าราคารับซื้อลำไยเบอร์บนเกรด A, AA ยังคงมีส่วนต่างจากราคาลำไยเบอร์ล่างอย่างมาก เนื่องจากตลาดลำไยเบอร์บนยังคงเป็นที่ต้องการและมีตลาดรองรับนอกจากนี้ อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการแปรรูปเป็น ลำไยสดแกะเนื้อแช่แข็ง เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าในช่วงผลผลิตล้นตลาด เนื่องจากเทรนด์การบริโภคของวัยรุ่นต่างประเทศในอนาคตจะหันมาดื่มน้ำผลไม้สดมากขึ้น ซึ่งลำไยจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สำคัญ

ในส่วนของบริษัท แพลททินัม ฟรุ๊ต ได้ร่วมมือกับส่วนราชการอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมาได้ช่วยระบายผลผลิตลำไยช่วงต้นฤดูออกไปยังจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย เพื่อรักษาสมดุลของ Demand และ Supply ในตลาด

"สำหรับปีนี้ก็ได้มีการหารือเบื้องต้นกับส่วนราชการว่าจะร่วมมือกันเหมือนปีที่แล้ว ระบายของช่วงต้นฤดูไม่ให้มีปริมาณสะสมในฤดู เพราะเราเป็นผู้ประกอบการคนไทยก็ต้องช่วยชาวสวนไทย เพราะการจะทำให้ลำไยราคาที่ดี ต้องร่วมกันหลายภาคส่วน"

ภูมิอากาศและแรงงานกดดันผลผลิต

นอกจากเรื่องราคาแล้ว ณธกฤษยังได้เสนอแนะข้อกังวลอีก 2 เรื่องที่อยากให้ภาครัฐและเกษตรกรเตรียมรับมือ

  • ภูมิอากาศ : ปีนี้ฝนตกชุก การดูแลสวนก่อนเก็บเกี่ยวจึงต้องเข้มงวดขึ้นการพ่นสารกันเพลี้ย กันแมลง กันรา ต้องบ่อยขึ้น และต้องให้ความรู้เรื่องสารพ่นที่ใช้ให้ทนต่อการชะล้างของฝนได้ดี
  • แรงงานเก็บเกี่ยว : การพึ่งพาแรงงานต่างด้าวยังเป็นสิ่งจำเป็นจึงอยากให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนหรือผ่อนปรนการนำแรงงานข้ามพื้นที่เพื่อมาช่วยในช่วงเก็บเกี่ยว

“จันทบุรีช่วงปลายปีที่แล้ว ทำให้เก็บเกี่ยวไม่ทัน ผลผลิตเน่าเสียคาต้น การเก็บลำไยสดช่อต้องใช้แรงงานที่มีฝีมือ แต่ลำไยอบแห้งรูดร่วงแม้จะเก็บง่ายและไม่ต้องใช้แรงงานเยอะ แต่ราคาก็สู้ลำไยสดช่อไม่ได้”

จากข้อมูลของกรมการค้าภายใน คาดการณ์ว่าผลผลิตลำไยจะออกสู่ตลาดมากกว่า 740,000 ตัน โดยมีการจำหน่ายทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศปัจจุบันผลผลิตลำไยเฉพาะของจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกสู่ตลาดแล้วประมาณร้อยละ 8 หรือราว 22,409 ตัน

ซึ่งส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่อำเภอจอมทอง ดอยหล่อ แม่วาง สันป่าตอง ฮอด และดอยเต่า เกษตรกรยังคงส่งผลผลิตให้ล้งรับซื้อตามปกติในช่วงต้นฤดูกาล และเมื่อมีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศกลับเข้ามา คาดว่าราคาลำไยจะปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...