โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ข้อแนะนำการออกกำลังกายฉบับ “ผู้ป่วยโรคหัวใจ” ช่วยเสริมสุขภาพ

PPTV HD 36

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 22.00 น.
จากสถิติพบว่าคนไทยป่วยโรคหัวใจมากขึ้น การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลแพทย์ช่วยลดความเสี่ยงและฟื้นฟูหัวใจได้

การดำรงชีวิตประจำวันของคนไทยในปัจจุบันมีความเคร่งเครียดในเรื่องเศรษฐกิจกันมากขึ้น ความเป็นอยู่ที่ต้องเร่งรีบ พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เปลี่ยนไป โดยรับประทานผักกันน้อยลง และหันมาทานอาหารจานด่วนกันมากขึ้น ทำให้สถิติการเสียชีวิตจากการเกิดโรคหัวใจในประเทศไทยโดยเฉพาะการเสียชีวิตจากเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา ตามสถิติของกรมควบคุมโรค 2566 อัตราการตายของคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดตีบเป็นอันดับหนึ่ง

8 ท่าบริหาร ป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน นั่งนานต้องปรับพฤติกรรม

10 สิ่งต้องทำหากรู้ว่าป่วยมะเร็งนรีเวช! ลดอัตราการเสียชีวิต

โดยเสียชีวิตชั่วโมงละ 8 คน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงมาก ผู้ชายมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิง โดยอาการที่ส่อให้รู้ว่ากำลังถูกโรคหัวใจคุกคามคือ อาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะช่วงออกกำลังกาย หากสังเกตพบอาการดังกล่าวควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางโดยด่วนเพื่อรับการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง

การออกกำลังกายเพื่อรับมือโรคหัวใจ

หลายคนอาจคิดว่าผู้ป่วยโรคหัวใจห้ามออกกำลังกาย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยในการบริหารหัวใจ แต่ทั้งนี้การออกกำลังกายควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแพทย์จะพิจารณาเป็นรายบุคคลขึ้นอยู่กับสภาพโรคหัวใจที่แตกต่างกัน

ในความดูแลของแพทย์ก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายควร แพทย์จะประเมินสภาพของร่างกาย โรคแทรกซ้อน การเฝ้าติดตามการเต้นของหัวใจ การให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้อาการ สัญญาณเตือนภัย การกำหนดความแรงของการออกกำลังกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรคหัวใจจะทำการทดสอบทั้งก่อนและหลังการออกกำลังกาย เพื่อหาความเหมาะสมให้

ข้อแนะนำเบื้องต้นในการออกกำลังกายดูแลสุขภาพหัวใจ

  • เลือกประเภทของการออกกำลังกายที่เหมาะสม คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การเดิน การวิ่ง การว่ายน้ำ การขี่จักรยานอยู่กับที่
  • งดออกกำลังกายถ้ามีอาการไข้ ท้องเสีย พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ระยะเวลาในการออกกำลังกายประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง และควรปฏิบัติต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3 – 5 วัน เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน
  • ไม่ออกกำลังกายหลังอิ่มอาหารทันที ควรรออย่างน้อย 1 ชม. ครึ่ง– 2 ชั่วโมง
  • ควรออกกำลังกายในสถานที่ที่ไม่แออัด อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป
  • อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อชดเชยการเสียน้ำทั้งก่อน ระหว่าง และหลังกายออกกำลังกาย
  • อย่ากลั้นหายใจขณะออกกำลังกาย ให้หายใจปกติ การหายใจไม่ควรติดขัด และควรจะพูดคุยได้ไม่เหนื่อยหอบ
  • ต้องอุ่นเครื่อง (Warm-Up) ก่อนเริ่มออกกำลังกายและเบาเครื่อง (Cool – Down) ก่อนหยุดการออกกำลังกายเสมอ
  • สวมเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้และรองเท้าที่สวมใส่สบาย
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจควรพกยาพ่นหรือยาอมใต้ลิ้นขยายหลอดเลือดหัวใจติดตัว และกรณีที่เจ็บหน้าอกขณะออกกำลังกายควรหยุดและปรึกษาแพทย์
  • จะเป็นการดีหากมีเพื่อนร่วมออกกำลังกายด้วย

การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจจะส่งผลดีต่อสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วย เนื่องจากร่างกายมีการปรับตัวในการนำออกซิเจนไปใช้ได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีสมรรถภาพร่างกายที่ดีช่วยลดอาการต่าง ๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจ ช่วยในการป้องกันและควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของระดับไขมันในเลือด เพิ่มความสามารถการละลายลิ่มเลือด และปรับปรุงการทำงานของเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด ทำให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดีขึ้น มีสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตดีขึ้นด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...