โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชายจีนเมากลืนช้อน ตอนมาเที่ยวไทย ไม่เชื่อ คิดว่าฝันมาตลอด ก่อนเล่าย้อนเรื่อง ชวนเหวอ

Khaosod

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 10.41 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

ชายจีนเมากลืนช้อน ตอนมาเที่ยวไทย ไม่เชื่อ คิดว่าฝันมาตลอด ก่อนเล่าย้อนเรื่องราวชวนเหวอ

กลายเป็นเรื่องราวที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ เมื่อชายชาวจีน แซ่หยาง วัย 29 ปี เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เนื่องจากสงสัยว่าตนเองกลืนพลาสติกเข้าไป ระหว่างกินข้าวที่บ้าน แพทย์พบว่า มีช้อนค้างอยู่ในลำไส้ แทนที่จะเป็นพลาสติก ก่อนเล่าย้อนเรื่องราวคิดว่าฝันมาตลอด หลังกลับจากไทย

แพทย์ผู้รักษา กล่าวว่า ช้อนที่ติดค้างอยู่ในลำไส้มีขนาดยาว 15 เซนติเมตร หากคนไข้มาช้า หรือแม้แต่เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ลำไส้ทะลุ ส่งผลให้เกิดการอักเสบหรือมีเลือดออกรุนแรงได้

ภาพประกอบ

ก่อนที่เขาจะเข้ารับผ่าตัดส่องกล้อง แต่เนื่องจากช้อนมีพื้นผิวลื่น การใช้คีมคีบเพื่อดึงช้อนออกมาจึงล้มเหลว

ต่อมา โจว หงผิง ผู้อำนวยการศูนย์ส่องกล้องที่โรงพยาบาลจงซาน ตัดสินใจใช้คีม 2 อันร่วมกัน เพื่อดึงช้อนกลับเข้าไปในกระเพาะ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้คีมคีบเพื่อดึงช้อนออกมา สุดท้ายการผ่าตัดประสบความสำเร็จหลังจากผ่านไป 90 นาที

อย่างไรก็ตาม ชายแซ่หยาง เล่าว่า ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปี เขาได้มาเที่ยวที่ไทย วันนั้นเขาเมามาก พอหลังกลับมาพักที่โรงแรมเขาพยายามใช้ช้อนกาแฟในห้องพัก เพื่อทำให้เกิดการอาเจียน แต่แล้วช้อนดันหลุดมือ หลุดเข้าไปในท้อง

ภาพประกอบ

เมื่อเขาตื่นมาในวันรุ่งขึ้น เขาคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันคือความฝัน เขาคิดว่าอาการปวดท้องของเขาเป็นผลจากการอาเจียน

หลังจากกลับไปเซี่ยงไฮ้ในช่วงหกเดือนถัดมา เขายังคงออกกำลังกายต่อไป โดยไม่รู้สึกว่าร่างกายของเขามีความผิดปกติแต่อย่างใด จนล่าสุดเขาเกิดอาการปวดท้อง แต่โชคดีที่แพทย์ตรวจพบช้อนและสามารถผ่าตัดออกมาได้สำเร็จ ปัจจุบันเขาออกมาพักฟื้นร่างกายที่บ้านของตนเองแล้ว

ขอบคุณที่มา scmp

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชายจีนเมากลืนช้อน ตอนมาเที่ยวไทย ไม่เชื่อ คิดว่าฝันมาตลอด ก่อนเล่าย้อนเรื่อง ชวนเหวอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...