“วุฒิสภาสหรัฐ” ผ่านกฎหมายลดภาษี-เพิ่มงบกลาโหม ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์
"วุฒิสภาสหรัฐ" ลงมติผ่านกฎหมายลดภาษี-เพิ่มงบประมาณของรัฐบาลทรัมป์แบบเฉียดฉิว ท่ามกลางกระแสคัดค้านทั้งจากพรรคเดโมแครตและภายในพรรครีพับลิกันเอง ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์
วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.06 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐ ที่นำโดยรีพับลิกัน ลงมติผ่านร่างกฎหมายลดภาษีและงบประมาณขนาดมหึมาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเฉียดฉิวที่สุด ส่งต่อร่างกฎหมายให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ซึ่งบางส่วนของพรรครีพับลิกันในสภาฯ ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาบางส่วนของร่างกฎหมายแล้ว
ร่างกฎหมายดังกล่าวจะขยายเวลาลดภาษีที่เริ่มตั้งแต่ปี 2560 ในยุคทรัมป์ เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรายได้จากค่าทิปและค่าล่วงเวลา พร้อมทั้งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ขณะเดียวกันก็ตัดงบประมาณโครงการสวัสดิการต่าง ๆ เช่น โครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Medicaid) และโครงการช่วยเหลือด้านอาหาร รวมมูลค่าประมาณ 930,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านพลังงานสะอาดหลายรายการที่รัฐบาลโจ ไบเดน เคยผลักดัน
ร่างกฎหมายนี้จะเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐอีก 5 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในพรรครีพับลิกันและจากภาคสังคมที่กังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่เติบโตเร็ว ปัจจุบันหนี้สาธารณะสหรัฐอยู่ที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ และหากสภาคองเกรสไม่ยกเพดานหนี้ในเร็ว ๆ นี้ อาจนำไปสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้ที่สร้างความเสียหายรุนแรง
วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายนี้ด้วยคะแนนเสียง 51 ต่อ 50 โดยมีรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ลงคะแนนเสียงชี้ขาด หลังจากสมาชิกรีพับลิกัน 3 คน ได้แก่ ทอม ทิลลิส (นอร์ทแคโรไลนา), ซูซาน คอลลินส์ (เมน) และแรนด์ พอล (เคนทักกี) โหวตค้านร่วมกับสมาชิกเดโมแครตทั้ง 47 คน
การถกเถียงในวุฒิสภากินเวลาตลอดทั้งคืน โดยประเด็นสำคัญคือขนาดของงบประมาณและผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ทั้งนี้ สว.ลิซา เมอร์คาวสกี (อลาสกา) ยอมลงคะแนนสนับสนุนหลังจากร่างกฎหมายถูกปรับแก้ให้เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือด้านอาหารและงบประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโรงพยาบาลในชนบท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการตัดงบ Medicaid
เสียงแตกในรีพับลิกัน-เดโมแครตค้านยกแผง
ในสภาผู้แทนราษฎรที่รีพับลิกันถือเสียงข้างมาก 220 ต่อ 212 การลงมติครั้งนี้คาดว่าจะสูสี โดยโฆษกสภา ไมค์ จอห์นสัน ตั้งเป้าผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านภายในวันศุกร์ ก่อนวันชาติสหรัฐ (4 กรกฎาคม) แต่ยอมรับว่าสภาพอากาศและปัญหาการเดินทางอาจทำให้แผนล่าช้า
ทำเนียบขาวระบุว่าทรัมป์จะมีบทบาทผลักดันให้รีพับลิกันในสภาฯ ลงมติเห็นชอบ โดย ทรัมป์กล่าวที่รัฐฟลอริดา ว่า “นี่คือร่างกฎหมายที่ยอดเยี่ยม มีบางอย่างสำหรับทุกคน และผมคิดว่ามันจะผ่านสภาอย่างราบรื่น”
อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายนี้เผชิญแรงต้านจากทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมสายแข็งอย่าง Freedom Caucus ที่มองว่าร่างกฎหมายยังใช้งบประมาณสูงเกินไป และสมาชิกรีพับลิกันสายกลาง โดยเฉพาะผู้แทนจากพื้นที่ที่มีประชากรยากจนที่กังวลว่าการตัดงบ Medicaid จะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมี ส.ส. รีพับลิกันจากรัฐที่มีภาษีสูง เช่น นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และแคลิฟอร์เนีย เรียกร้องให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านภาษีท้องถิ่น
เศรษฐีชื่อดังอย่าง อีลอน มัสก์ ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ ก็ออกมาวิจารณ์ร่างกฎหมายนี้อย่างรุนแรง พร้อมประกาศจะสนับสนุนผู้ท้าชิงสมาชิกรีพับลิกันที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ในการเลือกตั้งกลางเทอมปีหน้า
ด้านเดโมแครตเตรียมโหวตคัดค้านทั้งพรรค โดยผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาฯฮาคีม เจฟฟรีส์ ระบุว่า“นี่คือการโจมตีระบบสาธารณสุขของชาวอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเป็นการโจมตีโครงการอาหารของเด็กยากจนครั้งใหญ่ที่สุดด้วย”
เน้นลดภาษีคนรวย-ตัดสวัสดิการคนจน
รายงานจาก Tax Foundation ระบุว่าร่างกฎหมายนี้จะให้ประโยชน์สูงสุดกับชาวอเมริกัน 1% แรกที่มีรายได้สูงกว่า 663,000 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่การตัดสิทธิ์เข้าถึงโครงการอาหารและสุขภาพจะลดรายได้ของคนยากจนและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและการรักษาพยาบาล โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) คาดว่าจะมีประชาชนเกือบ 12 ล้านคนไม่มีประกันสุขภาพภายใต้แผนนี้
นักวิเคราะห์อิสระชี้ว่าการเพิ่มหนี้สาธารณะจากร่างกฎหมายนี้ เท่ากับเป็นการโอนความมั่งคั่งจากคนรุ่นใหม่ไปให้คนรุ่นเก่า
ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา กล่าวว่า การลงมติครั้งนี้ทำให้วุฒิสภาต้องอับอาย และย้ำว่าร่างกฎหมายจะพรากระบบสาธารณสุขจากชาวอเมริกันนับล้าน และพรากอาหารจากปากเด็กยากจน
อ้างอิง : www.reuters.com