โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“วุฒิสภาสหรัฐ” ผ่านกฎหมายลดภาษี-เพิ่มงบกลาโหม ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 10.43 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.43 น.

"วุฒิสภาสหรัฐ" ลงมติผ่านกฎหมายลดภาษี-เพิ่มงบประมาณของรัฐบาลทรัมป์แบบเฉียดฉิว ท่ามกลางกระแสคัดค้านทั้งจากพรรคเดโมแครตและภายในพรรครีพับลิกันเอง ดันหนี้สาธารณะพุ่ง 3.3 ล้านล้านดอลลาร์

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.06 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐ ที่นำโดยรีพับลิกัน ลงมติผ่านร่างกฎหมายลดภาษีและงบประมาณขนาดมหึมาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเฉียดฉิวที่สุด ส่งต่อร่างกฎหมายให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ซึ่งบางส่วนของพรรครีพับลิกันในสภาฯ ก็แสดงความไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาบางส่วนของร่างกฎหมายแล้ว

ร่างกฎหมายดังกล่าวจะขยายเวลาลดภาษีที่เริ่มตั้งแต่ปี 2560 ในยุคทรัมป์ เพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรายได้จากค่าทิปและค่าล่วงเวลา พร้อมทั้งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ขณะเดียวกันก็ตัดงบประมาณโครงการสวัสดิการต่าง ๆ เช่น โครงการประกันสุขภาพสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Medicaid) และโครงการช่วยเหลือด้านอาหาร รวมมูลค่าประมาณ 930,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังยกเลิกสิทธิประโยชน์ด้านพลังงานสะอาดหลายรายการที่รัฐบาลโจ ไบเดน เคยผลักดัน

ร่างกฎหมายนี้จะเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐอีก 5 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งภายในพรรครีพับลิกันและจากภาคสังคมที่กังวลเรื่องหนี้สาธารณะที่เติบโตเร็ว ปัจจุบันหนี้สาธารณะสหรัฐอยู่ที่ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์ และหากสภาคองเกรสไม่ยกเพดานหนี้ในเร็ว ๆ นี้ อาจนำไปสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้ที่สร้างความเสียหายรุนแรง

วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายนี้ด้วยคะแนนเสียง 51 ต่อ 50 โดยมีรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ลงคะแนนเสียงชี้ขาด หลังจากสมาชิกรีพับลิกัน 3 คน ได้แก่ ทอม ทิลลิส (นอร์ทแคโรไลนา), ซูซาน คอลลินส์ (เมน) และแรนด์ พอล (เคนทักกี) โหวตค้านร่วมกับสมาชิกเดโมแครตทั้ง 47 คน

การถกเถียงในวุฒิสภากินเวลาตลอดทั้งคืน โดยประเด็นสำคัญคือขนาดของงบประมาณและผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ ทั้งนี้ สว.ลิซา เมอร์คาวสกี (อลาสกา) ยอมลงคะแนนสนับสนุนหลังจากร่างกฎหมายถูกปรับแก้ให้เพิ่มงบประมาณช่วยเหลือด้านอาหารและงบประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโรงพยาบาลในชนบท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการตัดงบ Medicaid

เสียงแตกในรีพับลิกัน-เดโมแครตค้านยกแผง

ในสภาผู้แทนราษฎรที่รีพับลิกันถือเสียงข้างมาก 220 ต่อ 212 การลงมติครั้งนี้คาดว่าจะสูสี โดยโฆษกสภา ไมค์ จอห์นสัน ตั้งเป้าผลักดันร่างกฎหมายให้ผ่านภายในวันศุกร์ ก่อนวันชาติสหรัฐ (4 กรกฎาคม) แต่ยอมรับว่าสภาพอากาศและปัญหาการเดินทางอาจทำให้แผนล่าช้า

ทำเนียบขาวระบุว่าทรัมป์จะมีบทบาทผลักดันให้รีพับลิกันในสภาฯ ลงมติเห็นชอบ โดย ทรัมป์กล่าวที่รัฐฟลอริดา ว่า “นี่คือร่างกฎหมายที่ยอดเยี่ยม มีบางอย่างสำหรับทุกคน และผมคิดว่ามันจะผ่านสภาอย่างราบรื่น”

อย่างไรก็ตามร่างกฎหมายนี้เผชิญแรงต้านจากทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมสายแข็งอย่าง Freedom Caucus ที่มองว่าร่างกฎหมายยังใช้งบประมาณสูงเกินไป และสมาชิกรีพับลิกันสายกลาง โดยเฉพาะผู้แทนจากพื้นที่ที่มีประชากรยากจนที่กังวลว่าการตัดงบ Medicaid จะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมี ส.ส. รีพับลิกันจากรัฐที่มีภาษีสูง เช่น นิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ และแคลิฟอร์เนีย เรียกร้องให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านภาษีท้องถิ่น

เศรษฐีชื่อดังอย่าง อีลอน มัสก์ ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรกับทรัมป์ ก็ออกมาวิจารณ์ร่างกฎหมายนี้อย่างรุนแรง พร้อมประกาศจะสนับสนุนผู้ท้าชิงสมาชิกรีพับลิกันที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ในการเลือกตั้งกลางเทอมปีหน้า

ด้านเดโมแครตเตรียมโหวตคัดค้านทั้งพรรค โดยผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาฯฮาคีม เจฟฟรีส์ ระบุว่า“นี่คือการโจมตีระบบสาธารณสุขของชาวอเมริกันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังเป็นการโจมตีโครงการอาหารของเด็กยากจนครั้งใหญ่ที่สุดด้วย”

เน้นลดภาษีคนรวย-ตัดสวัสดิการคนจน

รายงานจาก Tax Foundation ระบุว่าร่างกฎหมายนี้จะให้ประโยชน์สูงสุดกับชาวอเมริกัน 1% แรกที่มีรายได้สูงกว่า 663,000 ดอลลาร์ต่อปี ขณะที่การตัดสิทธิ์เข้าถึงโครงการอาหารและสุขภาพจะลดรายได้ของคนยากจนและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารและการรักษาพยาบาล โดยสำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) คาดว่าจะมีประชาชนเกือบ 12 ล้านคนไม่มีประกันสุขภาพภายใต้แผนนี้

นักวิเคราะห์อิสระชี้ว่าการเพิ่มหนี้สาธารณะจากร่างกฎหมายนี้ เท่ากับเป็นการโอนความมั่งคั่งจากคนรุ่นใหม่ไปให้คนรุ่นเก่า

ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา กล่าวว่า การลงมติครั้งนี้ทำให้วุฒิสภาต้องอับอาย และย้ำว่าร่างกฎหมายจะพรากระบบสาธารณสุขจากชาวอเมริกันนับล้าน และพรากอาหารจากปากเด็กยากจน

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...