โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุกราดยิงในแมนฮัตตันยุติลงแล้ว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 02.56 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นิวยอร์ก 29 ก.ค. – เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นในอาคารระฟ้าย่านแมนฮัตตันในนครนิวยอร์กของสหรัฐ เมื่อเย็นวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ยุติลงแล้ว ทางการแจ้งว่าคนร้ายถูกวิสามัญหลังจากยิงคนเสียชีวิต 4 คน รวมตำรวจ 1 นาย

นายเอริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก โพสต์คลิปแจ้งว่า เหตุกราดยิงภายในตึกสูงย่านแมนฮัตตัน ที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตได้ยุติลงแล้ว เนื่องจากคนร้ายถูกจัดการ ต่อมาหัวหน้าตำรวจนครนิวยอร์กโพสต์ในเอ็กซ์ (X) ว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และคนร้ายที่มีเพียงคนเดียวถูกวิสามัญแล้ว

นายกเทศมนตรีนิวยอร์ก เครดิตภาพ : Mayor Eric Adams via X

รอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวตำรวจว่า คนร้ายยิงคนเสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน ก่อนยิงตัวเอง เช่นเดียวกับซีเอ็นเอ็นที่รายงานว่า มีตำรวจ 1 นาย และพลเรือน 3 คน ถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายว่า คนร้ายสวมเสื้อกันกระสุน ถือปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติเออาร์-15 (AR-15) เปิดฉากยิงใส่ผู้คนในอาคารระฟ้าบนถนนปาร์กอเวนิว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน รวมตำรวจนครนิวยอร์ก 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บ 6 คน ส่วนคนร้ายปลิดชีพตัวเอง สื่อหลายแห่งรายงานว่า คนร้ายเป็นชายวัย 27 ปีจากเมืองลาสเวกัส

อาคารที่เกิดเหตุเป็นที่ตั้งของบริษัททางการเงินจำนวนมาก เช่น แบล็กสโตน (Blackstone) ที่เป็นกองทุนบริหารความเสี่ยงหรือเฮดจ์ฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เคพีเอ็มจี (KPMG) หนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดอยซ์แบงก์ที่เป็นธนาคารใหญ่ของเยอรมนี และเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของเอ็นเอฟแอล (NFL) ที่เป็นลีกอเมริกันฟุตบอลอาชีพของสหรัฐด้วย.-814.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...