“ญี่ปุ่น” ย้ำจุดยืนไม่ยอมถอย เรียกร้องสหรัฐยกเลิกภาษีรถยนต์-เหล็ก แม้ยังไร้กำหนดรอบเจรจาใหม่
"ญี่ปุ่น" ย้ำจุดยืนไม่ยอมถอย เรียกร้องสหรัฐยกเลิกภาษีรถยนต์-เหล็ก แม้ยังไร้กำหนดรอบเจรจาใหม่ ชี้ไม่เร่งทำข้อตกลงหากขัดกับผลประโยชน์ของประเทศ
วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เรียวเซ อาคาซาวะ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาการค้าของญี่ปุ่น กล่าวว่าญี่ปุ่นยังคงยืนยันจุดยืนเดิมในการเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกภาษีนำเข้าในการเจรจาการค้าทวิภาคี และจะไม่รีบร้อนทำข้อตกลงหากนั่นอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ
อาคาซาวะกล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ว่า “มาตรการภาษีของสหรัฐทั้งภาษีตอบโต้ ภาษีรถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม ถือว่าน่าเสียใจอย่างยิ่ง จุดยืนของเราคือการเรียกร้องให้มีการทบทวน ซึ่งหมายถึงการยกเลิกภาษีเหล่านั้น”
เขาระบุว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐได้จัดการหารือระดับเจ้าหน้าที่ในกรุงวอชิงตันไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่การกำหนดวันเจรจาระดับรัฐมนตรียังไม่ได้ข้อสรุป
เมื่อวันที่ 2 เมษายน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า 10% กับทุกประเทศ ยกเว้นแคนาดา เม็กซิโก และจีน พร้อมกับอัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับประเทศคู่ค้ารายใหญ่หลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งอาจต้องเผชิญกับภาษีนำเข้า 24% เริ่มเดือนกรกฎาคม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้
ผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่นและสมาชิกรัฐสภาจากพรรครัฐบาลต่างแสดงความเห็นว่า ญี่ปุ่นไม่เห็นประโยชน์ในการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ หากสหรัฐไม่ยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างมาก
แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศแรกที่เริ่มเจรจาการค้าทวิภาคีกับสหรัฐ แต่สหราชอาณาจักรกลับเป็นประเทศแรกที่บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์ ขณะที่จีนและสหรัฐเองก็ได้ตกลงหยุดสงครามการค้าเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสร้างความกังวลว่าอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยทั่วโลก
อย่างไรก็ตามความหวังที่จะได้ข้อตกลงอย่างรวดเร็วเริ่มลดลง โดยหนังสือพิมพ์ Nikkei รายงานเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าญี่ปุ่นอาจลดระดับข้อเรียกร้องจากการยกเลิกภาษีเหลือเพียงการลดอัตราภาษีแทน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจายังเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณาชุดข้อเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนกับการผ่อนปรนจากฝั่งสหรัฐ โดยอาจรวมถึงการเพิ่มการนำเข้าข้าวโพดและถั่วเหลืองจากสหรัฐ ความร่วมมือด้านเทคนิคในอุตสาหกรรมต่อเรือ และการปรับมาตรฐานการตรวจสอบรถยนต์นำเข้า
อ้างอิง : reuters.com