โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 ความเข้าใจผิด การใช้ 'หม้อหุงข้าว' หลายบ้านทำประจำ แหล่งบ่มเพาะมะเร็งร้าย

Khaosod

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.42 น.

เช็กพฤติกรรมด่วน! 6 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับการใช้ 'หม้อหุงข้าว' ชี้ หลายบ้านทำประจำ ภัยเงียบใกล้ตัว แหล่งบ่มเพาะ 'มะเร็ง' ร้าย

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 หม้อหุงข้าว คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแทบทุกบ้านในประเทศไทย เพราะเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำคัญสำหรับโต๊ะอาหาร แต่รู้หรือไม่ หากใช้ผิดวิธี อาจนำไปสู่โรคร้าย

สื่อต่างประเทศรายงาน เช็กด่วน6 พฤติกรรมการใช้ 'หม้อหุงข้าวไฟฟ้า' แบบผิด ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ หลายบ้านทำประจำ จากแหล่งอาหารกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะสารพิษเข้าร่างกาย อาจเป็นโรคร้ายโดยที่ไม่รู้ตัว

หากคนในครอบครัวทำ 6 พฤติกรรมนี้ ควรรีบแก้ไขทันที

1. ใช้หม้อในหุงข้าวที่ชั้นเคลือบหลุดลอก หรือมีรอยขีดข่วน

เมื่อสารเคลือบด้านในหม้อหลุดลอก หรือมีรอยขีดข่วน เศษไมโครพลาสติกหรือเศษโพลิเมอร์ อาจปะปนเข้าไปในอาหารระหว่างการหุงต้ม ยิ่งถ้าหากเป็นสารเคลือบราคาถูกบางชนิด เมื่อเจอความร้อนอาจสร้างสารพิษอย่าง PFOA หรือ PTFE ที่ปล่อยไอระเหยเป็นพิษ ส่งผลกระทบต่อตับ ระบบฮอร์โมน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

ข้อแนะนำ ควรเลือกหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน

ภาพประกอบ

2. ทิ้งข้าวที่สุกแล้วไว้ในหม้อนานเกินไป

ไม่ควรปล่อย'ข้าวสุก' ทิ้งไว้ในหม้อนาน ๆ ที่อุณหภูมิห้อง เพราะสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เหมาะกับเชื้อแบคทีเรีย Bacillus cereus ในการเจริญเติบโต ซึ่งเชื้อชนิดนี้ ไม่สามารถทำลายด้วยความร้อนจากการอุ่นใหม่

อาจก่อให้เกิด อาการอาหารเป็นพิษ ท้องเสีย อาเจียน หากมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารซ้ำ ๆ อาจทำให้เยื่อบุลำไส้เสียหาย ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ภาพประกอบ

3. ไม่ทำความสะอาดหม้ออย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี

เศษอาหาร ไอน้ำ และสภาพแวดล้อมที่ปิดมิดชิดของหม้อหุงข้าวไฟฟ้า เป็นสภาวะที่เหมาะสำหรับแบคทีเรียและเชื้อราในการเจริญเติบโต โดยเฉพาะหากฝาหม้อและร่องระบายไอน้ำไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี อาหารที่หุงในหม้อที่สกปรกอาจปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อรา (aflatoxin) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็งตับที่รุนแรงที่สุดที่ WHO ได้เตือนไว้

ภาพประกอบ

4. ใช้วัตถุแหลมคมสัมผัสกับด้านในหม้ออย่างสม่ำเสมอ

การใช้ช้อนโลหะ ตะเกียบแหลม หรือฟองน้ำชนิดแข็ง อาจทำให้สารเคลือบเป็นรอยขีดข่วน เกิดการหลุดลอก นำไปสู่การปนเปื้อนสารเคมีในอาหาร

นอกจากนี้ หากสารเคลือบด้านในไม่ได้มาตรฐาน เมื่อสัมผัสโดยตรงกับอาหาร จะเพิ่มความเสี่ยงจากสารพิษ หากสะสมเป็นเวลานานทำให้ระบบประสาทเสื่อม ความจำลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์และการเผาผลาญผิดปกติ

ภาพประกอบ

5. ใช้หม้อชั้นในที่ทำจากอะลูมิเนียมเปล่าหรือวัสดุคุณภาพต่ำ

หม้อหุงข้าวราคาถูกบางรุ่น บริเวณด้านในหม้อไม่มีการเคลือบผิว ทำจากอลูมิเนียมเปล่าทั้งหมด ซึ่งง่ายต่อการเกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ์ โดยเฉพาะเมื่อหุงอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด อาจนำไปสู่การปนเปื้อนในอาหาร เมื่อสะสมในร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อตับ ระบบประสาท และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

หากสะสมในระยะยาว ยังถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน และเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งทางเดินอาหาร

ภาพประกอบ

6. ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าทำอาหารที่มีน้ำมันมาก-มีรสเปรี้ยว

หลาย ๆ บ้านโดยเฉพาะเหล่าเด็กหอ นิยมนำหม้อหุงข้าวไฟฟ้าไปประกอบอาหาร เช่น แกงรสเปรี้ยว, ต้มกระดูก, ผัด หรือ ทอด

อย่างไรก็ตาม อาหารเหล่านี้ต้องการอุณหภูมิและเวลาในการปรุงที่แตกต่างกัน ทำให้ชั้นเคลือบเสียหายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำมัน กรด หรือเครื่องปรุงมาก อาจเกิดปฏิกิริยากับชั้นเคลือบหรือโลหะภายในหม้อ สร้างสารประกอบที่เป็นอันตรายอย่าง อะคริลาไมด์ (acrylamide) หรือสารออกซิแดนต์ที่เป็นพิษ

หากทำบ่อย ๆ จะนำไปสู่การดูดซึมสารเหล่านี้ในระยะเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการอักเสบเรื้อรังและมะเร็ง

ที่มา : kenh14.vn

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 6 ความเข้าใจผิด การใช้ 'หม้อหุงข้าว' หลายบ้านทำประจำ แหล่งบ่มเพาะมะเร็งร้าย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...