โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

นำร่องการแก้ไขปัญหาลดผลกระทบจากช้างป่าช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.49 น. • เดลินิวส์
ชี้ผลสำเร็จโครงการนำร่องการแก้ไขปัญหาลดผลกระทบจากช้างป่า พื้นที่บ้านหนองกระทิง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ลดรายจ่ายครัวเรือน

น.ส.นริศรา เอี่ยมคุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายขับเคลื่อนงานโครงการพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการเกษตรและส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมั่นคงในอาชีพ โดยดำเนินการจัดทำโครงการนำร่องเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้านการเกษตรน้อมนำแนวพระราชดำริมาปรับใช้ในพื้นที่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 พื้นที่บ้านหนองกระทิง ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 ปี (2567 - 2568) กลุ่มเป้าหมายเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 106 ราย ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของโครงการ โดยมีกิจกรรมสำคัญ 4 กิจกรรม ได้แก่ 1. กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาอาชีพด้านการเกษตร รวมทั้งจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ เกษตรกรได้รับความรู้การทำน้ำพริกแปรรูป ขยายผลการผลิตและใช้ชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพื่อการผลิตพืชผักอินทรีย์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ พืชอาหารสัตว์และสาธิตการทำอาหารลดต้นทุน และการปรับปรุงบำรุงดิน 2. กิจกรรมการสนับสนุนปัจจัยการผลิต เกษตรกรได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดี เมล็ดพันธุ์ผัก พันธุ์พืช เช่น มะนาว พืชสมุนไพร และพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน และกบ พันธุ์สัตว์ปีก เช่น พันธุ์เป็ดปากน้ำ และพันธุ์ไก่เขาหินซ้อน รวมถึงสารเร่ง พด. 1 และพด. 2

3. กิจกรรมการจัดทำแปลงเรียนรู้ ได้มีการจัดทำแปลงเรียนรู้จำนวน 20 ไร่/20 ราย ตามเป้าหมาย ได้แก่ แปลงเรียนรู้ส่งเสริมการเกษตรด้านการจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน และแปลงเรียนรู้สำหรับเกษตรกรต้นแบบด้านการจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน และ 4. สนับสนุนระบบคลองส่งน้ำ คำสงถึงสระประปาด้วยสถานีสูบน้ำ จำนวน 1 แห่ง มีการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ สำรวจและออกแบบ รวมถึงมีการเสนอของบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านการขออนุญาตใช้พื้นที่ในการก่อสร้างในเขต สปก. และเขตทางหลวงชนบท

สศท.6 ติดตามผลสำเร็จของการดำเนินโครงการในรอบปีงบประมาณ 2567 โดยลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 106 ราย หลังจากเข้าร่วมโครงการ 1 ปี พบว่า ภาพรวมของโครงการเกษตรกรมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด ซึ่งหากพิจารณาในแต่ละด้าน พบว่า ด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้จากการประกอบอาชีพการเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6,088 บาท/ครัวเรือน/ปี หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับปี 2566 (ก่อนเข้าร่วมโครงการ) โดยรายได้เพิ่มขึ้นจากการประกอบกิจกรรมการเกษตร อาทิ การแปรรูปน้ำพริก จำหน่ายพืชผลทางการเกษตร เช่น พืชผัก ปลา ไก่เขาหินซ้อน ไข่เป็ดปากน้ำ เป็นต้น และสามารถลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เฉลี่ย 4,358 บาท/ครัวเรือน/ปี หรือลดลงร้อยละ 32 จากการปรับเปลี่ยนมาบริโภคสินค้าเกษตรที่ผลิตได้ในครัวเรือน อาทิ พืชผักสวนครัว ไก่เขาหินซ้อน ไข่เป็ดปากน้ำ และปลา ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเกษตร พบว่า เกษตรกรได้รับ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต อาทิ พันธุ์สัตว์ เมล็ดพันธุ์ผัก พันธุ์พืช และการประยุกต์ความรู้ที่ได้รับจากการถ่ายทอดทำให้เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายทางการเกษตรลดลงเฉลี่ย 5,545 บาท/ครัวเรือน/ปี หรือลดลง ร้อยละ 27 ด้านสังคม เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ร้อยละ 98 มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมภายในพื้นที่โครงการ อาทิ การปลูกป่า การดูแลพื้นที่สาธารณะในหมู่บ้าน และเกษตรกร ร้อยละ 75 มีการรวมกลุ่มเพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร เช่น ผลิตน้ำพริกแปรรูป ด้านทรัพยากร เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 84 เห็นว่าคุณภาพดินในพื้นที่เข้าร่วมโครงการดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 81เห็นว่าจำนวนพันธุ์พืชในพื้นที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น และร้อยละ 72 เห็นว่าพันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของความต่อเนื่องของการดำเนินกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริมภายใต้โครงการ พบว่า เกษตรกรทุกรายยังคงดำเนินการต่อเนื่องโดยนำความรู้และปัจจัยการผลิตมาใช้ในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน และยังคงเข้าร่วมโครงการต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...