โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนออกกฎเหล็ก 'ห้ามเบี้ยวหนี้' หลังอสังหาฯของรัฐ 'เกิดรอยร้าว' หวังสกัดวิกฤติลามถึงภาครัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 05.23 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.30 น.

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ทางการจีนได้ออกข้อกำหนดใหม่เพื่อควบคุมวิกฤติการณ์อสังหาริมทรัพย์จีนที่อาจลุกลามมายังอสังหาฯของภาครัฐ โดย “สั่ง” ให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของรัฐบาล “ต้องไม่ผิดนัดชำระหนี้ที่ออกสู่สาธารณะ”

คณะกรรมการกำกับและบริหารทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) ได้เพิ่มคำสั่งนี้เข้าไปในเกณฑ์ชี้วัดประสิทธิภาพล่าสุดสำหรับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประมาณ 20 รายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลาง ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อที่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องภายในนี้

ตั้งแต่ปี 2021 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชนรายใหญ่ส่วนใหญ่ได้ “ผิดนัดชำระหนี้” จนทำลายความเชื่อมั่นในตลาดที่อยู่อาศัย และทิ้งกองหนี้เสียไว้เกือบ 140,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4.6 ล้านล้านบาท

แต่จนถึงขณะนี้“ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ” ยังคงหลีกเลี่ยงชะตากรรมเดียวกันนี้ได้ และหุ้นกู้ของพวกเขาก็ซื้อขายกันในระดับที่บ่งชี้ว่า ผู้ถือหุ้นกู้มีแนวโน้มจะได้รับเงินคืน โดยบริษัทที่อยู่ภายใต้การดูแลของ SASAC มีตั้งแต่บริษัทชั้นนำอย่าง Poly Developments & Holdings Group ไปจนถึงผู้ก่อสร้างรายย่อยอย่าง CCCG Real Estate

แต่ไม่นานมานี้ CCCG Real Estate ซึ่งดำเนินการภายใต้รัฐวิสาหกิจรัฐด้านโครงสร้างพื้นฐาน กำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะถูกเพิกถอนออกจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นมาตั้งแต่เดือนเมษายน นับเป็น“บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของรัฐรายแรก” ที่ได้รับการเตือนถึงความเสี่ยงดังกล่าวจากตลาดหลักทรัพย์

SASAC ได้กำหนดตัวชี้วัดทางการเงินสำหรับรัฐวิสาหกิจ เช่น กำไรรวมและอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ แม้จะไม่มีวิธีใดที่รับประกันได้ว่า จะป้องกันไม่ให้รัฐวิสาหกิจผิดนัดชำระหนี้ได้โดยปราศจากการแทรกแซงในระดับที่สูงขึ้น แต่ข้อกำหนดเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่บริหารยังคงรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงาน

สำหรับวิกฤติตลาดที่อยู่อาศัยของจีนที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปีแล้ว มีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อย ราคาบ้านใหม่ลดลงมากที่สุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเดือนพฤษภาคม และยอดขายก็ลดลงเช่นกัน สิ่งนี้บ่งชี้ว่า ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา “เริ่มจางหายไป”

เช่นเดียวกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เอกชน ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐก็ได้รับแรงกดดันจากยอดขายที่ตกต่ำเช่นกัน เมื่อปีที่แล้ว บางรายถึงกับต้องใช้มาตรการลดราคาอย่างรุนแรง เพื่อกระตุ้นการซื้อขาย

คริสตี้ หุง นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence เขียนไว้ในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งของรัฐและเอกชนของจีน ต่างก็มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการตกต่ำของยอดขายอสังหาริมทรัพย์ระลอกใหม่” เธอยังเตือนด้วยว่า อสังหาริมทรัพย์ของรัฐมีความเสี่ยงที่จะมียอดขายลดลงตลอดทั้งปีนี้

ทั้งนี้ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ จะพึ่งพาเงินทุนภายในประเทศ และพันธบัตรสกุลเงินหยวนที่ออกในประเทศส่วนใหญ่ ซื้อขายกันใกล้เคียงหรือเท่ากับราคาพาร์

การประมาณการของ Goldman Sachs ระบุว่า แนวโน้มระยะยาวของอสังหาริมทรัพย์จีนยังคง มืดมน ความต้องการบ้านใหม่ในเมืองคาดว่าจะยังคง “ต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2017 ถึง 75%” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากจำนวนประชากรที่ลดลง
อ้างอิง: bloomberg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...