โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย จับมือ 22 องค์กรผู้เลี้ยงกุ้ง ชงแผนภายใต้งบฯ 5.4 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 06.57 น.

หอการค้าไทย ร่วมกับพันธมิตร 22 องค์กรผู้เลี้ยงและแปรรูปกุ้งไทย ชงแผนยกระดับกุ้งไทยเป็นวาระแห่งชาติ ภายใต้งบฯ 5.4 พันล้าน หวังพลิกฟื้นอุตสาหกรรมกุ้งให้เป็นเสาหลักสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงาน

ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการธุรกิจประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เปิดเผยหลังร่วมประชุมหารือกับรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่าหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการธุรกิจประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง พร้อมด้วยผู้แทนพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 22 องค์กร และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย

ได้ประชุมหารือกับนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือและยื่นแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 วงเงินงบประมาณ 5,400 ล้านบาท ต่อนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ ประธานกรรมการหอการค้าไทยได้ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจเกษตรและอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งไทย ซึ่งอุตสาหกรรมกุ้งไทยในอดีตเคยเป็นหนึ่งในเสาหลักของภาคเกษตรกรรมไทย และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยแรงงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 2 ล้านคน โดยในปี 2553 มีผลผลิตสูงสุดกว่า 640,000 ตัน และในปี 2554 มีมูลค่าการส่งออกมากกว่า 110,000 ล้านบาท และการแปรรูปกุ้งของประเทศไทยยังเป็นที่เชื่อมั่นของตลาดโลก

โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยอาหาร เทคโนโยโลยีที่ทันสมัย จนสามารถครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในหลายประเทศ อีกทั้งยังสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและการจ้างงานเพื่อกระจายเม็ดเงินไปสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึงนั้น

อย่างไรก็ตาม อุตสากรหรมกุ้งไทยได้ประสบวิกฤตอย่างรุนแรงทั้งมิติเชิงเศรษฐกิจและขาดการวิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งภายในประเทศ อาทิ วิกฤตโรคตายด่วน หรือ EMS ที่เริ่มระบาดในปี 2555 ได้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อภาคการผลิต ส่งผลให้ผลผลิตเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 280,000-290,000 ตันต่อปี และมูลค่าการส่งออกลดต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท ประเทศไทยสูญเสียรายได้จากการส่งออกกุ้งรวมกว่า 500,000 ล้านบาท ในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา

จนถึงปัจจุบันอุตสาหกรรมกุ้งไทยยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับสู่ระดับเดิมได้ ดังนั้นความท้าทายนี้จึงต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ ทั้งในด้านการพัฒนาระบบการผลิต การวิจัยและจัดการโรค การยกระดับมาตรฐาน และการสนับสนุนเกษตรกรตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อฟื้นฟูศักยภาพของอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้กลับมาเป็นผู้นำบนเวทีโลกอีกครั้ง

หอการค้าไทยพิจารณาเห็นแล้วว่า วันนี้ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยเป็นการเร่งด่วน อีกทั้งได้รับหนังสือร้องเรียนจากพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 22 องค์กร เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและพลิกฟื้นอุตสาหกรรมกุ้งไทยโดยเร่งด่วน เพื่อจะให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยกลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญและมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการจ้างงานในประเทศ

ซึ่งปัจจุบันแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติอยู่ระหว่างขั้นตอนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมงนำเสนอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแผนดังกล่าวแล้ว

หากแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569-2573 ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี จะช่วยฟื้นศักยภาพการผลิตและแปรรูปอุตสาหกรรมกุ้งไทยกลับสู่ระดับ 600,000 ตัน/ปี ภายใน 3-5 ปี สร้างรายได้ให้กับประเทศไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท/ปี พร้อมเน้นย้ำว่า อุตสาหกรรมกุ้งไทย คือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจการเกษตรและการจ้างงานภายในประเทศ

โดยนโยบาย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมสนับสนุนการทำงานและขับเคลื่อนร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง รวมถึงพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 22 องค์กร เพื่อร่วมกันผลักดันให้แผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งครั้งนี้ สามารถยกระดับอุตสาหกรรมกุ้งไทยไปสู่ความยั่งยืนโดยเร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าไทย จับมือ 22 องค์กรผู้เลี้ยงกุ้ง ชงแผนภายใต้งบฯ 5.4 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...