โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ภูมิธรรม"ปัดลงนามให้ทหารกัมพูชาเข้าพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม

PostToday

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 20.22 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 03.18 น.

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาชี้แจงประเด็นสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ หลังพบนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาจำนวนมากผิดปกติ โดยยืนยันว่าอำนาจการพิจารณาปิดจุดท่องเที่ยวเป็นของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และปฏิเสธข่าวการเซ็นรับรองให้ทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่

อำนาจพิจารณาปิดด่านอยู่ที่ สมช. มอบกองทัพประเมินสถานการณ์
นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาขึ้นมาเที่ยวปราสาทตาเมือนธมมากผิดปกติจนเป็นนัยสำคัญว่า อำนาจในการพิจารณาเปิด-ปิดจุดท่องเที่ยว รวมถึงด่านชายแดนทั้ง 4 ขั้นตอน เป็นของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน สมช. ได้มอบอำนาจให้กองทัพเป็นผู้พิจารณา เนื่องจากมองว่าทหารอยู่ด่านหน้า สามารถประเมินสถานการณ์ความรุนแรงได้ดีที่สุด

เมื่อถูกถามย้ำว่าอำนาจในการตัดสินใจไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นปราสาทตาเมือนธมเป็นของทหารในพื้นที่ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า เป็นไปตามปกติที่ผ่านมา ยังไม่มีการห้ามหรือไม่อนุญาตนักท่องเที่ยวขึ้นปราสาท ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชายังคงขึ้นไปได้ภายใต้เงื่อนไขเดิม หากจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง แม่ทัพภาคที่ 2 จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ และเชื่อว่าทหารสามารถดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ได้ แม้จะมีนักท่องเที่ยวทั้งสองชาติขึ้นไปเที่ยว แต่เมื่อถึงเวลาก็กกลับตามปกติ

อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 2 จะต้องพิจารณาสถานการณ์จริงว่าควรปิดการท่องเที่ยวชั่วคราวหรือไม่ และทำเรื่องผ่านกองทัพบกมายังรัฐบาล เพื่อนำเข้าที่ประชุม สมช. ซึ่งนายภูมิธรรมย้ำว่า หากจะดำเนินการทันทีก็สามารถทำได้ตามขั้นตอน

สถานการณ์ชายแดนไม่ถึงขั้นตึงเครียด แต่เร่งเสริมหลุมหลบภัย
นายภูมิธรรมประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดนว่า ประชาชนไม่ได้ถึงขนาดตึงเครียดจนน่ากังวลใจ โดยกระทรวงมหาดไทยได้สำรวจหลุมหลบภัยไว้เรียบร้อยแล้ว แม้จะสามารถกันอาวุธได้บางส่วน แต่ไม่แน่ใจว่าจะป้องกันอาวุธหนักได้หรือไม่ จึงได้เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยเสริมความแข็งแรงของหลุมหลบภัยให้มากยิ่งขึ้น

ส่วนกรณีที่ทหารกัมพูชามีการเพิ่มเติมกำลังและอาวุธหนักเข้าประชิดพื้นที่ชายแดน นายภูมิธรรมกล่าวว่า ในส่วนของกองทัพไทย ได้เตรียมความพร้อมไว้ทุกเรื่องแล้ว และเชื่อมั่นว่ากำลังที่มีอยู่เพียงพอที่จะรับมือกับสถานการณ์

ปฏิเสธเซ็นรับรองทหารกัมพูชาเข้าพื้นที่ - ยันยึด MOU 43
กรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาระบุว่า นายภูมิธรรมได้เซ็นรับรองให้ทหารกัมพูชาเข้ามาอยู่ในปราสาทตาเมือนธม ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ครั้งล่าสุดนั้น นายภูมิธรรมปฏิเสธชัดเจนว่า "ตนยังไม่ได้ไปเซ็นอะไร" โดยย้ำว่าทุกอย่างดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MOU) 43 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประชุมคณะกรรมการส่วนภูมิภาค ไทย-กัมพูชา (RBC) โดยทางกัมพูชากำลังรอสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาอนุมัติ พร้อมกันนี้นายภูมิธรรมได้ขอให้นายสมชัยอย่าพูดอะไรที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

ยืนกรานจุดยืนไทย: ปรับกำลัง-เปิดด่านพร้อมกัน ไม่ใช่ใครเปิดก่อน

เกี่ยวกับข้อเสนอของสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่เสนอให้ไทยเปิดด่านชายแดนก่อน แล้วกัมพูชาจะเปิดตามใน 5 ชั่วโมง และค่อยหารือเรื่องการปรับกำลังนั้น นายภูมิธรรมระบุว่า ไทยมีเงื่อนไขและข้อเสนอที่วางไว้ชัดเจน คือต้องลดการเผชิญหน้าตลอดแนวชายแดน โดยให้มีการปรับกำลังทั้งสองฝ่าย รวมถึงการเปิดด่านชายแดนทั้งหมด เพื่อให้เข้าสู่สภาวะปกติ

"การดำเนินการเหล่านี้จะต้องทำไปพร้อมกันทั้ง 2 ประเทศ โดยการกำหนดวัน-เวลา ซึ่งทางฝั่งกัมพูชาบอกว่าอำนาจทุกอย่างอยู่ที่สมเด็จฮุนเซนเพียงคนเดียว ซึ่งก็ยอมรับว่าได้มีการเสนอเงื่อนไขตามนั้นจริง แต่ในส่วนของเราบอกว่าเป็นไปไม่ได้ จุดยืนของเราต้องดำเนินการคือให้มีการปรับกำลังก่อนเปิดด่านพร้อมกัน" นายภูมิธรรมกล่าวและย้ำว่า "จะมาบอกว่าคุณเปิดก่อนเราเปิดก่อนคงไม่ได้ เพราะตอนนี้มันมั่วไปหมดแล้ว ก็ควรจะทำให้พร้อมกัน"

นายภูมิธรรมยังกล่าวเน้นย้ำว่า การที่ไทยจะทำสิ่งใดต้องคำนึงถึงสายตานานาประเทศด้วย เพื่อป้องกันข้อครหาว่าไทยรุกรานกัมพูชา เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงยืนยันจุดยืนในการประชุม RBC ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เชื่อเจรจาได้ แม้กัมพูชาจะยังไม่พร้อมประชุม RBC
เมื่อถามว่ารัฐบาลไทยควรต้องไปพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซนเพื่อให้ได้ข้อยุติเรื่องการเปิดด่านพร้อมกันหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ถึงกับถูกเสียทีเดียว การเปิดด่านเป็นเรื่องของการประชุม RBC ส่วนที่กัมพูชาปิดประตูตายว่าจะไม่ประชุมนั้น นายภูมิธรรมมองว่า "มันสามารถพูดคุยและเจรจาได้ คำพูดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เมื่อมีปัญหา หรือมีประโยชน์ ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ต้องคุย และเชื่อว่าจะสามารถพูดคุยกันได้" แสดงให้เห็นถึงความหวังในการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทางการทูต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...