โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจอินเดียบูมแห่เที่ยวต่างประเทศ ททท. เร่งพานทท.อินเดียเข้าไทย

Amarin TV

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 07.58 น.
ททท. เร่งกระุ้นนกท่องเที่ยวอินเดีย เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตดี มีแนวโน้มเติบโตนาน และมีนักท่องเที่ยวเินทางมาไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน ASEAN-India Forum ในฐานะตัวแทนกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกลุ่มกับประเทศอินเดีย แต่ทำไมต้องอินเดีย?

คนอินเดียแห่เที่ยวอาเซียน เศรษฐกิจเติบโต

หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่รู้กันว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะเพียงภูมิภาคเดียว สามารถได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวัฒนธรรม ทั้งยังมีค่าครองชีพถูกกว่าหลายภูมิภาค และหนึ่งในกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในอาเซียนมากที่สุดในช่วงปีหลังนี้ก็คือประเทศอินเดีย

ตามข้อมูลของททท. ในปี 2567 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวสัญชาติอินเดียเข้าสู่ประเทศมากถึง 2,085,789 คน ซึ่งเป็นตัวเลขนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามาในไทยใน 1 ปีมากที่สุด มากกว่ายอดสูงสุดก่อนเหตุการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เสียอีก และปีนี้ที่ผ่านมาเพียงครึ่งปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวแล้วถึง 1,308,750 คน

ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เพื่อนบ้านในกลุ่มประเทศอาเซียนก็ได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากอินเดียกันหลายคน อย่างเวียดนามที่มีคนอินเดียเดินทางท่องเที่ยวในปี 2568 กว่า 392,000 คน เพิ่มจากปี 2566 ที่มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางไป 138,000 คน

มาเลเซียก็ไม่น้อยหน้า ปีก่อนมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียเดินทางเข้าประเทศแตะล้าน ที่ 1,009,114 คน เติบโตจากปีก่อนหน้าถึง 71.1% ซึ่งเป็นผลจากการเชื่อมต่อทางการบินที่มากขึ้น และการยกเลิกวีซ่าเข้ามาเลเซียสำหรับนักท่องเที่ยวอินเดียที่ขยายเป็น 70 วัน

อินโดนีเซียมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศมากกว่า 710,000 คน ปีนี้จึงตั้งเป้าไว้ที่ 900,000 คน ส่วนประเทศจุดเชื่อมต่อทางการบินอย่างสิงคโปร์ก็มีการเติบโตไม่น้อยหน้า ปีก่อนรับชาวอินเดียกว่า 1.2 ล้านคน

ทำไมคนอินเดียหลั่งไหลออกเที่ยวต่างประเทศ

คำตอบก็คือ “มีเงิน” เศรษฐกิจอินเดียเติบโตอย่างรวดเร็ว อินเดียเป็นประเทศที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลกในปี 2568 มี GDP โต 6.5% มี nominal GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เป็นตัวเงิน เติบโตกว่า 3 เท่า จาก 106.57 แสนล้านรูปี ในปีงบประมาณ 2014–15 เป็น 331.03 แสนล้านรูปี ในปีงบประมาณ 2024–25 รายได้ประชาชาติสุทธิเฉลี่ยต่อหัว หรือ NNI จาก 86,054 รูปีในปี 2020-21 เป็น 98,118 รูปีในปี 2022-23 สะท้อนการเติบโตถึง 6.9%

การเติบโตทางเศรษฐกิจมอบโอกาสให้คนชนชั้นกลางในอินเดียได้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ตามข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวอินเดียชี้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวขาออกจากประเทศเติบโตเฉลี่ยต่อปี 7.98% ระหว่างปี 2017-2019 และหากยอดการเติบโตนี้ยังดำเนินไปต่อเนื่อง ยอดคนอินเดียเดินทางออกนอกประเทศอาจสูงถึง 80-90 ล้านคนในปี 2040 แน่นอนว่าปลายทางที่ไทยและอาเซียนต้องเพิ่มด้วย

นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เข้าร่วมงาน ASEAN-India Forum ในครั้งนี้ และกล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนอินเดียสนใจ เนื่องจาก 2 ประเทศมีรากฐานวัฒนธรรมเกี่ยวโยงกัน มีความคล้ายคลึงที่ดึงดูดกัน

“เมื่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ในทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม การท่องเที่ยวก็กลายเป็นสิ่งน่าดึงดูดสำหรับคนทั้งสองชาติโดยอัตโนมัติ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเห็นตัวเลข [นักท่องเที่ยว] เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน […] คุณจะเห็นว่ามีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เดินทางมาสู่ภูมิภาคนี้ ส่วนหนึ่งเพราะความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมที่พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับเรา และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะความหลงใหลในอาหารที่คล้ายกัน”

คนอินเดียพร้อมเที่ยว พร้อมจ่าย เทรนด์แต่งงานที่ไทย

ไม่ใช่แค่กระเป๋าเดินทางเท่านั้นที่ติดตัวนักท่องเที่ยวเหล่านี้ตอนเครื่องบินมาเทียบท่าที่ท่าอากาศยานนานาชาติ แต่ยังมีเงินมาด้วย ข้อมูลจาก Skift Research Travel Outlook ปี 2024 ระบุว่า การท่องเที่ยว เป็นหัวข้อที่ผู้ตอบแบบสอบถามอยากใช้จ่ายมากที่สุด ในกลุ่มการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้แบบสำรวจจากแหล่งเดียวกันในปี 2019 ยังชี้ว่า กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลและกลุ่มเจนซี มีแนวโน้มใช้เงินในการท่องเที่ยวมากกว่า แบบสำรวจยังชี้ว่า คนอินเดียช่วงวัยนี้มากถึง 75% เห็นด้วยกับการใช้เงินไปกับการท่องเที่ยว

อินเดียถือเป็นประเทศเยาว์วัย เพราะอายุเฉลี่ยของคนอินเดียอยู่ที่ 27-28 ปีเท่านั้น ต่างจากหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่กำลังถลำเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้อินเดียมีคนจำนวนมาก ที่พร้อมเที่ยว พร้อมใช้จ่ายไปอีกหลายปี ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า เทรนด์การท่องเที่ยวเปลี่ยนไป และนักท่องเที่ยวเน้นมาทำกิจกรรมมากกว่าชื่นชมเท่านั้น

“เทรนด์ทั้งโลกก็เปลี่ยนไปด้วย จากเดิมที่แค่มาเที่ยว มาดู เขาอยากจะสร้างประสบการณ์ สร้างความทรงจำให้มากขึ้น สร้างคุณค่าให้มากกว่าการท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มคนวัยมิลเลนเนียลอินเดียก็เช่นกัน เขามักจะมาพื้นที่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ […]”

เทรนด์ยอดนิยมอย่างหนึ่งที่คนอินเดียมาทำที่ประเทศไทยคือ การแต่งงาน มีแพ็กเกจทัวร์จากหลายบริษัทที่พาบ่าวสาวชาวอินเดีย พร้อมเครือญาติและเพื่อนฝูง มาจัดงานแต่งในไทย ครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ การเดินทาง การจัดงาน จนเดินทางไปฮันนีมูน เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศใหญ่ การเดินทางข้ามประเทศเพื่อแต่งงานในสถานที่ยอดนิยมมีค่าใช้จ่ายสูงพอควร และไม่ต่างจากการบินลัดฟ้ามาแต่งงานที่ไทยนัก หัวหิน และเขาหลัก เป็นสถานที่ยอดนิยมในการประกาศความรักอย่างเป็นทางการ

แต่นอกเหนือจากการแต่งงานแล้ว ไทยยังเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวอายุน้อยชาวอินเดีย และการท่องเที่ยวแบบครอบครัว คุณภัทรอนงค์กล่าวว่า จุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย กลุ่มครอบครัวคือ พัทยา และกรุงเทพฯ ส่วนนักท่องเที่ยวผู้หญิงชาวอินเดียที่เดินทางคนเดียว ที่มีจำนวนมากขึ้น จะนิยมภูเก็ตและกระบี่มากกว่า และททท. ยังพยายามแนะนำการท่องเที่ยวเชียงใหม่ และจังหวัดทางภาคเหนือสำหรับนักท่องเที่ยวสายรักษ์สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

ผู้ประกอบการไทยควรปรับตัวยังไง ให้รองรับนักท่องเที่ยวอินเดียได้มากและดีขึ้น

เมื่อเป้าหมายคือการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศอินเดียมากขึ้น คำถามที่ต้องถามต่อมาคือ ผู้ประกอบการ รัฐบาล และคนไทยเตรียมพร้อมพอหรือยังในการเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยวเหล่านี้? จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียที่เพิ่มขึ้นทุกปีคงพอเป็นคำตอบได้ แต่ทำอย่างไรจึงจะดีขึ้นอีก ด้วยการพัฒนาจากจุดแข็งเดิม ภัทรอนงค์กล่าวว่า จุดที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องคำนึงเพิ่มคือ ด้านความยั่งยืน

“สิ่งที่ทุกประเทศต้องพัฒนาคือการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เรื่องนี้คนวัยมิลเลนเนียล และเจนซีของทุกประเทศ โดยเฉพาะอินเดียให้ความสำคัญมาก ให้ความสนใจเรื่อง eco-friendly มากขึ้น ผู้ประกอบการไทยนอกจากจะต้องพัฒนาสินค้า บริการ ก็น่าจะต้องพัฒนาในเรื่องการสร้างประสบการณ์และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน”

ภัทรอนงค์ยกตัวอย่างการรวมเอาชุมชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยว เช่น โรงแรมใช้ผักผลไม้ในท้องถิ่นแล้วใช้การเล่าเรื่องราว นำเอาความเป็นท้องถิ่นใส่ลงไป ให้นักท่องเที่ยวได้มีประสบการณ์ร่วม ไม่ใช่แค่อาหาร แต่ทานอาหารและเรียนรู้ชุมชน จะเป็นการท่องเที่ยวสำหรับอนาคต

นอกจากนี้การปรับแนวคิดที่มีต่อคนอินเดียก็เป็นเรื่องสำคัญ ยังมีคนไทยบางกลุ่ม แม้ไม่มาก แต่ใช่ว่าไม่มี ที่มีภาพจำในเชิงลบบางประการต่อคนอินเดียและคนเอเชียใต้ ด้วยการยัดเยียดลักษณะเหมารวม เช่น กลิ่นกาย มารยาทการแสดงออก ซึ่งหลายครั้งไม่จริง และส่งผลทางลบต่อชาวอินเดียในไทย สาเหตุการตีตราเหล่านั้น อาจมาจากบริบททางสังคม การนำเสนอของสื่อ ประวัติศาสตร์ หรืออาณานิคม ซึ่งล้วนแล้วยังไม่ใช่ส่วนที่เราจะพูดถึง สิ่งที่สำคัญคือ หากเราอยากเป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำอย่างไรการตีตราเหล่านั้นจะหายไป

“อยากให้ผู้ประกอบการปรับความคิดสักหน่อย มันเหมือนสมัยก่อนที่เรามีภาพเหมารวมต่อคนจีน แต่ความจริงแล้วทุกประเทศ ทุกชาติมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศก็มีเหมือนกัน เรื่องเหล่านี้เป็นธรรมดาที่จะเกิดขึ้นในครั้งแรก”

ภัทรอนงค์กล่าว ชี้ว่าการสร้างภาพลักษณ์ของคนแต่ละกลุ่มเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะถ้าเป็นการพบกันครั้งแรก ๆ หรือคนยังไม่คุ้นชินกับความแปลกใหม่ของคนต่างถิ่น แต่การท่องเที่ยวจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่กัน และผู้ประกอบการด้านการบริการควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

“จริง ๆ แล้วการท่องเที่ยวเป็นแนวทางหนึ่งในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เราได้เห็นว่าเขาเป็นอย่างไร ก็ไม่ได้อย่างที่เราคิดทั้งหมด […] อีกหน่อยถ้าการเดินทางไปได้ทั่วโลก เราก็จะเห็นว่าทุกที่ ทุกประเทศมีความแตกต่างกัน [การเหมารวม] เป็นเรื่องปกติ แต่คนให้บริการที่ต้องทำงานกับนักท่องเที่ยว ต้องปรับความคิด ไม่ได้แปลว่าต้องดูแลดีเป็นพิเศษ แต่ดูแลเหมือนนักท่องเที่ยวธรรมดา”

ททท. ทำอะไรแล้วบ้างกุยทางหานกท่องเที่ยวอินเดียเพิ่ม

ในปัจจุบันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีสำนักงาน 2 แห่งในอินเดียคือที่มุมไบและนิวเดลี ทำหน้าที่ร่วมงานกับบริษัทนำเที่ยว และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นการเดินทางมาท่องเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย รวมถึงสร้างคอนเทนต์เพื่อกระตุ้นความต้องการและโปรโมทการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่ใน 2 เมืองใหญ่แห่งนี้ แต่เมืองอื่น ๆ ด้วย

อีกบทบาทหนึ่งคือการกระตุ้นให้มีการเปิดเที่ยวบินจากเมืองต่าง ๆ ในอินเดีย บินตรงมาที่กรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีเที่ยวบินจากอินเดียเดินทางเข้าไทยมากถึง 350–360 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ด้านสำนักงานททท. ในประเทศไทยมีการสนับสนุนด้านงบประมาณรัฐบาลไทยให้กระตุ้นการท่องเที่ยวจากต่างชาติ รวมถึงอินเดีย และงบประมาณเหล่านั้นอาจช่วยทำให้ไทยและอินเดียมีเส้นทางการบินระหว่างกันเพิ่มได้ หรือเพิ่มความถี่ของไฟลต์ได้ คุณภัทรอนงค์มองว่าการดำเนินการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวอินเดียได้มากขึ้นอีกในครึ่งปีหลังของปี 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...