โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

’ทุเรียน’ กับ‘คู่ต้องห้าม’: กินทุเรียนอย่างไรให้ปลอดภัยไม่พัง

The Reporters

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 11.27 น.

มาถึงฤดูกาลของราชาผลไม้อย่างทุเรียนอีกครั้ง นอกจากที่ต้องระวังทุเรียนต่างด้าวสวมรอย ทุเรียนอ่อนและทุเรียนไม่ตรงปกแล้ว สิ่งที่ควรต้องระวังอย่างมากและหลายคนยังไม่ทราบคือมีอาหารและเครื่องดื่มหลายอย่างที่ไม่ควรรับประทานร่วมกันกับทุเรียนเนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างคาดไม่ถึงThe Reporters รวบรวมมาให้แล้วว่ามีอะไรบ้างที่ควรระวังหรือหลีกเลี่ยง เพื่อให้การกินทุเรียนของคุณฟิน และปลอดภัย

กับดักความหวาน: เมื่อทุเรียนเจอน้ำอัดลม(และผองเพื่อนน้ำตาลสูง)

คำถามยอดฮิตคือ “กินทุเรียนกับน้ำอัดลมได้ไหม” คำตอบโดยทั่วไปคือ “ไม่แนะนำอย่างยิ่ง” เหตุผลหลักคือทั้งทุเรียนและน้ำอัดลมต่างก็มีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก เมื่อรับประทานพร้อมกัน ร่างกายจะได้รับน้ำตาลปริมาณมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลัน เป็นอันตรายอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

การจัดคอมโบทูเรียน-น้ำอัดลม ยังทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้เนื่องจากทุเรียนมีแก๊สตามธรรมชาติเมื่อรวมกับแก๊สในน้ำอัดลมอาจทำให้เกิดอาการแน่นท้อง อึดอัดอย่างมากได้

นอกจากน้ำอัดลมแล้ว เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงอื่นๆ รวมถึงผลไม้รสหวานจัด เช่น ลำไย ลิ้นจี่ ขนุน หรือขนมหวานต่างๆ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานพร้อมกับทุเรียนในปริมาณมากเช่นกัน เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำตาลและแคลอรี่ให้ร่างกายโดยไม่จำเป็น หากรับประทานเป็นประจำ ในระยะยาวแล้วยังเพิ่มความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโรคอ้วนโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

คู่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต: ทุเรียนกับแอลกอฮอล์(คู่นี้ไปด้วยกันไม่ได้!)

ขอย้ำว่าอย่าลองของ … เพราะการรับประทานทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเหล้า เบียร์ หรือไวน์ ถือเป็นเรื่องอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากในทุเรียนมีสารประกอบซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อัลดีไฮด์ดีไฮโดรจีเนส (Aldehyde Dehydrogenase) เอนไซม์นี้ทำหน้าที่สำคัญในการเผาผลาญแอลกอฮอล์ในตับ เมื่อเอนไซม์ทำงานได้ไม่เต็มที่ จะทำให้สารอัลดีไฮด์ (Aldehyde) ซึ่งเป็นพิษ เกิดการสะสมในร่างกายนานขึ้น และผลจากการสะสมสารพิษนี้อาจทำให้เกิดอาการรุนแรง ตั้งแต่ หน้าแดงก่ำ รู้สึกร้อนวูบวาบ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็ว หายใจลำบาก ในกรณีที่รุนแรงมาก หรือในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้

และแม้แต่ในศาสตร์การแพทย์แผนจีนเอง ก็เชื่อว่า ทุเรียนและแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ร้อน การรับประทานร่วมกันอาจทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงเกินไป ไม่สบายตัวได้

คู่กรรมอื่นๆ ที่ไม่ควรลองจับคู่

นอกเหนือจากอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และแอลกอฮอล์แล้ว ยังมีอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่ควรระมัดระวังเมื่อรับประทานคู่กับทุเรียน ได้แก่

นมสดและผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากทั้งคู่เป็นอาหารที่ค่อนข้างย่อยยากและมีไขมันสูง ทำให้บางรายอาจประสบปัญหาท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกไม่สบายท้องเมื่อรับประทานร่วมกัน

กาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การบริโภคร่วมกันในปริมาณมากอาจเพิ่มภาระให้หัวใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว และอาจทำให้เกิดปัญหาการย่อยอาหารในบางคน

อาหารไขมันสูงหรือของทอด เพราะ ทุเรียนมีไขมันธรรมชาติอยู่แล้ว การรับประทานร่วมกับอาหารมันๆ จะยิ่งเพิ่มภาระการย่อย และเพิ่มแคลอรี่ที่ได้รับ ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ยังแนะนำด้วยว่าไม่ควรกินทุเรียนร่วมกับเนื้อแดงบางชนิด (เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ) และผลไม้ฤทธิ์ร้อนอื่นๆ เนื่องจากอาจเสริมฤทธิ์ร้อน ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ร้อนใน หรือเจ็บคอได้ และยังห้ามรับประทานกับเนื้อปูเพราะปูมีฤทธิ์เย็นเมื่อรับประทานร่วมกับทุเรียนที่มีฤทธิ์ร้อนอาจทำให้ระบบทำงานไม่สมดุลและทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในบางคน

กินทุเรียนให้ถูกวิธี: อร่อยได้ สุขภาพไม่พัง

อ่านมาทั้งหมดแล้วอย่าเพิ่งหมดหวังกับการกินทุเรียน เพราะถ้ากินอย่างถูกต้องก็จะปลอดภัยอร่อยด้วยสุขภาพไม่พังด้วย เพียงแค่ทำตามนี้

รับประทานทุเรียนในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรเกิน 1-2 พูต่อวันสำหรับคนทั่วไป เว้นระยะห่างจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่อาจไม่เข้ากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้มีโรคประจำตัว เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคไต ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีพลังงาน น้ำตาล และโพแทสเซียมสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโรคประจำตัวได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน และหากจะรับประทานควรรับประทานปริมาณน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้และไม่บ่อยครั้ง หลังการรับประทานควรสังเกตอาการ หากมีความผิดปกติให้รีบพบแพทย์

ทุเรียนอร่อยได้แต่ต้องมีความรู้และมีสติในการรับประทาน ไม่รับประทานมากเกินไปจนทำลายสุขภาพ อร่อยปาก ลำบากกาย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...