จับตาชุมนุม28มิถุนายน ใครคือแกนนำหนุน รวมพลังแผ่นดิน
ม็อบ 28 มิถุนา: "รวมพลังแผ่นดิน" เขย่ารัฐบาลเพื่อไทย?
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เตรียมเป็นจุดรวมพลครั้งสำคัญ วันที่ 28 มิถุนายน 2568 เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า "รวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย" นัดหมายระดมคนครั้งใหญ่ ตั้งแต่สิบโมงเช้ายันสามทุ่ม เพื่อส่งสัญญาณกดดันรัฐบาลแพทองธารในประเด็นความรักชาติ
การชุมนุมครั้งนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการกลับมารวมตัวกันของกลุ่มบุคคลที่คุ้นหน้าคุ้นตาในแวดวงการเมืองไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมืองเมื่อปี 2549 และ 2557 ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็น "คนหน้าเดิมล้มชินวัตร"
ใครคือแกนนำและผู้สนับสนุน?
การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแกนนำหลักที่ประกาศตัวชัดเจน แต่ยังมีกลุ่มผู้สนับสนุนหลากหลายที่พร้อมหนุนหลัง ไม่ว่าจะเป็น:
- มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน: นำโดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล และเครือข่ายพันธมิตรเสื้อเหลืองเดิม
- ล้อมรวมประชาธิปไตย: กลุ่มที่เคลื่อนไหวตั้งแต่มีรัฐบาลเพื่อไทย และเคยใช้สัญลักษณ์เสื้อขาว/หลากสี
- กลุ่มอดีต สว. และนักวิชาการ: อาทิ นายแก้วสรร อติโพธิ และนายสมชาย แสวงการ
- กลุ่มซ่อนเร้น: มีการคาดการณ์ว่าอาจมีกลุ่มนายทหารและกลุ่มการเมืองบางส่วนให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง
ที่น่าสนใจคือ การปรากฏตัวของ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ในฐานะหนึ่งในผู้เข้าร่วม ทำให้หลายฝ่ายยิ่งให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้
ระดมทุนทะลุ 20 ล้านบาท: จุดไฟม็อบให้ลุกโชน?
ก่อนวันชุมนุมใหญ่เพียงไม่กี่วัน มีรายงานว่าการเปิดบัญชีรับบริจาคเพื่อสนับสนุนการชุมนุมนี้ ได้รับเงินบริจาคไปแล้วกว่า 17 ล้านบาท ภายใน 2 วันแรก และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 20 ล้านบาทแล้วในขณะนี้ โดยผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายเงินมาจากตัวแทน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, นายแก้วสรร อติโพธิ, และนายนิติธร ล้ำเหลือ (ทนาย นกเขา) ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความพร้อมด้านกำลังทุนในการขับเคลื่อนม็อบ
ปัจจัยชี้ชะตา: ม็อบจะ "จุดติด" หรือ "ดับ"?
นักวิเคราะห์ทางการเมืองชี้ว่า การชุมนุมจะ "จุดติด" ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยสำคัญ…
ประเด็นร่วมของสังคม: ต้องเป็นประเด็นที่อ่อนไหวและคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจจริงจัง เช่น ปัญหาชายแดนและอธิปไตย หรือความไม่พอใจต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
ผู้นำม็อบที่ชัดเจน: การมีแกนนำที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จัก เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์, ทนายนกเขา, นายแก้วสรร อติโพธิ และ สว. สมชาย แสวงการ จะเป็นแรงดึงดูดสำคัญ
พรรคการเมืองหนุนหลัง: การสนับสนุนจากพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเปิดเผยหรือไม่ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้ม็อบเข้มแข็งขึ้น
กองทัพให้การสนับสนุน: การสนับสนุนจากกองทัพเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้การชุมนุมในอดีตประสบความสำเร็จ
จำนวนผู้ชุมนุม: บ่งชี้ความสำเร็จ
การประเมินสถานการณ์เบื้องต้นชี้ว่า:
หากมีผู้ชุมนุมน้อยกว่า 10,000 คน การชุมนุมอาจไม่ "จุดติด" และไม่สามารถสร้างแรงกดดันได้มากนัก
หากมีผู้ชุมนุม 10,000 - 30,000 คน อาจพอจะ "จุดติด" และส่งสัญญาณบางอย่างได้
หากมีผู้ชุมนุมมากกว่า 50,000 คน จะถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก และจะสามารถกดดันรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ในยุคโซเชียลมีเดีย ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ อาจส่งผลให้การระบายความรู้สึกและความไม่พอใจแตกต่างจากในอดีต
ทุกสายตาจับจ้องไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า "รวมพลังแผ่นดิน" จะสามารถจุดไฟการเมืองให้ลุกโชนได้อีกครั้ง และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อรัฐบาลเพื่อไทยได้มากน้อยเพียงใด.