นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 192.96 จุด เยนแข็งค่า กังวลนโยบายภาษี “ทรัมป์” หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (5 มิ.ย.) โดยมีแรงเทขายในหุ้นกลุ่มส่งออก หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้น อันเป็นผลมาจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดการณ์ ซึ่งสร้างความกังวลต่อนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 37,554.49 จุด ลดลง 192.96 จุด หรือ -0.51%
หุ้นที่ปรับตัวลงนำโดยกลุ่มขนส่งทางทะเล กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง ตลอดจนกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน
บรรดาโบรกเกอร์ชี้ว่า หุ้นกลุ่มยานยนต์ซึ่งเป็นกลุ่มส่งออกหลักเผชิญแรงขายจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น โดยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ตอกย้ำความกังวลว่ามาตรการภาษีนำเข้าที่สูงของสหรัฐฯ ได้เริ่มส่งผลเสียต่อตลาดแรงงานของสหรัฐฯ
มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์ในแผนกเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์โนมูระกล่าวว่า แม้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจการค้าสินค้าในสหรัฐฯ จะลดลงอยู่แล้ว แต่การที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการลดลงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างการขยายตัวและหดตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ เป็นครั้งแรกในรอบประมาณหนึ่งปีนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นโดยรวมเป็นพิเศษ
"ส่งผลให้ขณะนี้บรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานในวันศุกร์นี้" ซาวาดะกล่าวเสริม
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (5 มิ.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยภาวะการซื้อขายได้แรงหนุนจากผลสำรวจล่าสุดที่เผยให้เห็นว่า ภาคบริการจีนขยายตัวขึ้นในเดือนพ.ค. รับความเชื่อมั่นธุรกิจฟื้นตัว
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,384.10 จุด เพิ่มขึ้น 7.90 จุด หรือ +0.23%
ไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล (Caixin/S&P Global) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.1 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 50.7 ในเดือนเม.ย. ดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์โดยรวมและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวของไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล สอดคล้องกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PMI ภาคบริการของจีนขยับขึ้นแตะระดับ 50.2 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 50.1 ในเดือนเม.ย.
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (5 มิ.ย.) หลังจากที่ไฉซิน/เอสแอนด์พี โกลบอล (Caixin/S&P Global) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 51.1 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 50.7 ในเดือนเม.ย. โดยดัชนีที่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการของจีนยังคงมีการขยายตัว
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,906.97 จุด เพิ่มขึ้น 252.94 จุด หรือ +1.07%
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้า โดยโฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (2 มิ.ย.) ว่า ผู้นำทั้งสองมีแนวโน้มว่าจะหารือกันภายในสัปดาห์นี้ แม้ว่าล่าสุด ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจากับปธน.สี จิ้นผิง เป็นเรื่องที่ยากลำบากก็ตาม
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 11 เดือนในวันนี้ (5 มิ.ย.) ท่ามกลางมุมมองบวกต่อนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ รวมถึงแผนการฟื้นการเจรจากับเกาหลีเหนือ
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เพิ่มขึ้น 41.21 จุด หรือ +1.49% ปิดที่ 2,812.05 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่ที่เคยพุ่งแตะ 2,824.35 จุดเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2567
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง เข้าดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้วในพุธ โดยให้คำมั่นว่าจะกลับมาพูดคุยกับเกาหลีเหนือ และเสริมความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่น
นักวิเคราะห์มองว่าดัชนี KOSPI ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าคาด โดยเฉพาะภาคบริการที่หดตัว ทำให้ตลาดคาดหวังว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
หุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดย Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 2.25% ขณะที่ SK hynix พุ่ง 3.22%
ส่วน Hyundai Motor ปรับตัวขึ้น 1.94%, Hanwha Aerospace Industries พุ่ง 7.1%, LG Energy Solution เพิ่มขึ้น 0.87% และ POSCO Holdings พุ่งขึ้น 4.68%