สถาบันการเงินพ่นพิษ บัญชีมีตัวเลขแต่ถอนไม่ได้
เชียงราย – ชาวบ้านนำเงินมาฝากสถาบันการเงินหวั่งไว้ใช้ยามแก่เฒ่า ลูกหลานส่งมาให้ หรือทำงานมาได้ทุ่มเข้าออมกองทุนทั้งหมด สุดท้ายบัญชีมีแต่ตัวเลขถอนเงินไม่ได้
วันที่ 20 มิ.ย.2568 เวลาประมาณ 10.00 น. ชาวบ้านศรีดอนมูล ม.9 ม.13 และบ้านป่าถ่อน ม.12 ต.ศรีดอลมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จำนวน 102 คน นำสมุดธนาคาร สถาบันการเงิน เข้าร่วมตัวกันที่วัดป่าถ่อน ต.ศรีดอลมูล หลังจากชาวบ้านจำนวน 3 หมู่บ้าน ทยอยไปขอถอนเงินที่สถานบันการเงินบ้านป่าถ่อน ม.9 พบไม่มีเงินให้ถอน สมุดบัญชีมีแต่ตัวเลขแต่ถอนยังไม่ได้ ซึ่งชาวบ้านที่ฝากสมุดบัญชีไว้ที่สถาบันการเงินในหมู่บ้านป่าถ่อน ม.9 พบว่าสมุดบัญชีมีการทยอยถอนเงินออกครั้งละ 200-300-500 ซึ่งชาวบ้านสุดงง จึงได้เตรียมหารือร้องเอาผิดผู้กระทำผิด
ด้านนางนารีรัตน์ แก้วศักดิ์ อายุ 60 ปี ชาวบ้านศรีดอนมูล 2.9 เผยว่า นำเงินมาออมที่สถานบันการเงินของหมู่บ้าน ตั้งแต่อายุประมาณ 40 ปี เปิดบัญชีครั้งแรกฝาก 5000 บาท ฝากเดือนละ 2 ครั้งเฉลี่ยเดือน 10,000 บาท ฝากทุกวันที่ 5 ของเดือน และทุกวันที่ 20 ของเดือน ฝากแต่ละครั้ง 5000 บาท ไม่เคยถอน ซึ่งทางลูกพยายามบอกให้ถอนแต่นางนารีรัตน์ไม่ยอมถอนยากออมเงินไว้ใช้ยามแก่ ล่าสุดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ไปถอนเงินที่สถานการเงินในหมู่บ้านป่าถ่อน ม.9 พบว่าไม่มีเงินให้ถอนมีแต่ตัวเลขทางคณะกรรมการให้ลงชื่อไว้ก่อน โดยทางคณะกรรมการสถานบันการเงินได้อ้างว่า จะทยอยคืนรอเงินให้คนที่กู้ไปทยอยคืนเงินมาก่อน ยอดเงินที่นารีรัตน์ออม ทั้งหมดสี่แสนกว่าบาท เริ่มสงสัยได้ถามชาวบ้านพบว่ามีหลายคนถอนเงินไม่ได้ จึงเกิดอาการความเครียด (เล่าทั้งน้ำตา) ซึ่งเงินก้อนนี้ตนเองคิดว่า จะออมไว้ใช้ในยามแก่เฒ่าไม่ต้องไปอาศัยลูกหลาน อีกทั้ง เก็บไว้รักษาตัวแต่ตอนนี้ 1 บาทยังไม่มีให้ถอน ซึ่งถือเป็นเงินก้อนสุดท้ายในชีวิต ซึ่งมีผู้เสียหายหลายราย มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 4,533,145.31
ขณะเดียวกัน ที่ทำการกองทุนหมู่บ้านศรีดอลมูล ม.9 หรือสถานบันการเงิน พบว่ามีชาวบ้านจำนวนเริ่มทยอยมาถอนเงินออก แต่ทางสถานบันการเงินยังไม่มีเงินจ่าย ให้เพียงแต่บัตรคิว รอเรียกอีกครั้ง
ด้านนายเขียว ประธานกองทุนสถานบันการเงิน เผยว่า ได้มีคณะกรรมดูแลชุกเก่าทั้งหมด 9 คน ได้ลาออกไปซึ่งปัจจุบันมีคณะกรรมการชุดใหม่มาแทน โดยทราบวิธีการออมเงิน ชาวบ้านนำเงินมาฝาก หรือถอนได้ตาปกติคล้ายธนาคารทั่วไป แต่ต่างจากธนาคาร โดยมีคณะกรรมการเป็นผู้ดูแลสถานบันการเงินแทน โดยเปิดทำการทุกวัน รับฝากเช้า เย็นให้เหรัญญิกนำเงินไปฝากที่ธนาคารออมสินสาขาเชียงแสน ซึ่งที่ผ่านมาทางคณะกรรมการเริ่มสงสัยว่าเงินหาย แต่จับมือใครดมยังไม่ได้ จึงได้ไปติดตามเอกสารกับธนาคารจนทราบมีเงินหายไปประมาณ 3 ล้าน ต่อมาเหรัญญิกคณะกรรมการชุดเก่าได้ขอลาออก จึงสอบเหรัญญิกจนยอมรับสารภาพว่า นำเงินไปจริง พร้อมกับยอมชดใช้เงินให้ ซึ่งทางคณะกรรมการจึงได้ไปแจ้งความอาผิดดำเนินคดีตามกฎหมายไว้ที่ สภ.เชียงแสน ขณะที่ชาวบ้านทยอยมาขอถอนเงินแต่เงินไม่มีพอจ่าย ซึ่งทราบว่าเงินเหลือในบัญชีประมาณ 2 ล้านกว่าบาท แต่ได้มีชาวบ้านกู้ไปเป็นบางส่วนจึงยังต้องรอให้ทางผู้กู้นำเงินมาส่งคืน จึงจะทยอยจ่ายได้ ซึ่งจะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อหาข้อตกลงกับชาวบ้าน ต่อไป