โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กบน.ลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ลงอีก 65 สต./ลิตร ตรึงราคาหน้าปั้มต่อ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 16.48 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 09.48 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 20 มิ.ย. – รอบที่ 4 กบน.ประกาศลดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 65 สต./ลิตร ตรึงราคาดีเซลหน้าปั้มต่อ

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพิลง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลลงอีก 65 สตางค์/ลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อช่วยพยุงราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการให้กับประชาชน และลดผลกระทบจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันในตลาดโลกมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดน้ำมันดิบดูไบ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 76.90 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล ปรับสูงขึ้นอีกครั้ง อยู่ที่ 97.51 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล และราคาน้ำมันเบนซิน อยู่ที่ 88.68 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์ ที่ กบน.มีมติปรับลดอัตราเก็บเงินกองทุนน้ำมันฯ โดยใช้เงินช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซล เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้ปรับขึ้น ซึ่งจากมาตรการล่าสุด ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทน้ำมันดีเซล ปัจจุบันกลับมาติดลบ อยู่ที่วันละ 20.73 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซิน ยังคงอยู่ที่ประมาณวันละ 72.88 ล้านบาทเท่าเดิม (รายละเอียดอยู่ในตาราง)

นายพรชัย กล่าวว่า แม้กองทุนน้ำมันฯ จะต้องมีสภาพคล่องน้อยลง จนรายรับจากน้ำมันดีเซลกลับมาติดลบ แต่ กบน.ยังคงเดินหน้าพยุงราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา และผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพให้กับประชาชนในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวน โดยใช้อัตราการเก็บเงินของกองทุนน้ำมันฯ เป็นกลไกสำคัญในการดูแลด้านราคาให้กับประชาชน ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ทั้งนี้ กบน.ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับมาตรการให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างรอบด้าน. -517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...