สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ก.ค. 68 8:31: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนส.ค. ปิดที่ 68.33 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 40 เซนต์ หรือ 0.6%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ย. ปิดที่ 70.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 57 เซนต์ หรือ 0.8%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันอังคาร เนื่องจากการคาดการณ์ว่าการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ จะลดลง รวมไปถึงการโจมตีเรือขนส่งที่แล่นผ่านทะเลแดงของกลุ่มกบฏฮูตีอีกครั้ง
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเดินหน้ามาตรการภาษีที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าจะไม่มีการขยายเวลาเพิ่มเติมสำหรับภาษีเฉพาะประเทศที่กำหนดไว้ว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ พร้อมระบุว่า อาจประกาศอัตราภาษีใหม่จำนวนมากสำหรับการนำเข้าทองแดงและยา อีกทั้ง ยังบอกว่า แม้จะมีความคืบหน้ากับสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับข้อตกลงการค้า แต่ความผิดหวังจากภาษีและค่าปรับของสหภาพยุโรปที่กำหนดเป้าหมายบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อาจส่งผลให้เขาประกาศอัตราภาษีใหม่ฝ่ายเดียวต่อ EU ภายใน 2 วันข้างหน้า และจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากอินเดียเพิ่มอีก 10% สำหรับการเข้าร่วม BRICS
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า วางแผนที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดง 50% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดภาษีรายอุตสาหกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมทั้งระบุว่า อาจให้เวลาบริษัทผู้ผลิตยาอย่างน้อย 1 ปีก่อนที่จะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 200% ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในต่างประเทศ โดยทรัมป์ระบุว่า ยังคงวางแผนที่จะเก็บภาษีสำหรับอุตสาหกรรมบางประเภท รวมถึงยา เซมิคอนดักเตอร์ และโลหะ ผมเชื่อว่าภาษีทองแดงที่เราจะกำหนดนั้น จะอยู่ที่ 50% ซึ่งหลังการแสดงความคิดเห็นของทรัมป์ ทำให้ราคาทองแดงล่วงหน้าพุ่งขึ้นถึง 17% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่มีข้อมูลย้อนหลังไปอย่างน้อยปี 1988
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษี 10% จากการนำเข้าสินค้าจากกลุ่มประเทศ BRICS ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีของบราซิล ซึ่งเพิ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่ม ต้องออกมาแสดงความไม่พอใจอีกครั้ง โดยทรัมป์ซึ่งได้ขู่จะขึ้นภาษีกล่าวว่า ภาษีดังกล่าวกำลังจะมาถึง ใครก็ตามที่อยู่ใน BRICS จะถูกเก็บภาษี 10% ในไม่ช้า ถ้าพวกเขาเป็นสมาชิกของ BRICS พวกเขาจะต้องจ่ายภาษี 10%
กลุ่ม BRICS ได้ขยายตัวเมื่อปีที่แล้ว นอกเหนือจากบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ยังรวมถึงสมาชิกใหม่อย่างอิหร่านและอินโดนีเซียด้วย
*** รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน จะจัดการประชุมในวันพุธนี้ ขณะที่อาเซียนกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนจากภาษีการค้าของสหรัฐฯ โดยการรวมตัวกันในมาเลเซีย ของสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ทั้ง 10 ประเทศ จะเกิดขึ้นก่อนการประชุมระหว่างกลุ่มอาเซียนกับประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ซึ่งรวมถึง สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อินเดีย และสหภาพยุโรป
คาดว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนและนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย จะเข้าร่วมการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เช่นเดียวกับ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเดินทางเยือนเอเชียครั้งแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้านอินโดนีเซีย ไทย และมาเลเซีย กล่าวว่าพวกเขาจะพยายามเจรจาเพิ่มเติมก่อนที่ภาษีจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.
*** สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้จัดเก็บรายได้จากภาษีนำเข้าแล้วประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นไปถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2025 เนื่องจากการจัดเก็บภาษีภายใต้นโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขยายตัวขึ้น ดังนั้น เราอาจคาดการณ์ได้ว่าตัวเลขดังกล่าวอาจเกินกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ภายในสิ้นปี
โฆษกกระทรวงการคลังระบุว่า เป้าหมาย 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ยึดตามการสิ้นสุดตามปีปฏิทิน 2025 ณ วันที่ 31 ธ.ค. ไม่ใช่การสิ้นสุดปีงบประมาณของรัฐบาลในวันที่ 30 ก.ย.
*** Starbucks ได้รับข้อเสนอจากนักลงทุนที่มีศักยภาพสำหรับธุรกิจในจีน ซึ่งปัจจุบัน Starbucks กำลังอยู่ในขั้นตอนการคัดกรองข้อเสนอและคัดเลือกกลุ่มนักลงทุนที่มีศักยภาพสำหรับการประมูลรอบถัดไป โดยบริษัทอาจแบ่งปันรายละเอียดทางการเงินและการดำเนินงานกับผู้ประมูลเหล่านั้น เพื่อช่วยให้พวกเขาประเมินมูลค่าสินทรัพย์ในจีนได้
*** Meta Platforms เข้าซื้อหุ้นใน EssilorLuxottica SA ผู้ผลิตแว่นตารายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งแสดงถึงการมุ่งมั่นลงทุนในอุตสาหกรรมแว่นตาอัจฉริยะที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Facebook ได้เข้าซื้อหุ้นน้อยกว่า 3% ใน EssilorLuxottica ผู้ผลิต Ray-Ban โดยมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านยูโร (3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามราคาตลาดปัจจุบัน หลัง Meta กำลังพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติมที่อาจเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็นประมาณ 5% ในระยะยาว แม้ว่าแผนดังกล่าวอาจยังคงเปลี่ยนแปลงได้
*** ยอดขาย Prime Day ของ Amazon ลดลงเกือบ 14% ในช่วง 4 ชั่วโมงแรกของงาน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยในปีนี้ Prime Day จัดขึ้น 4 วัน เพิ่มขึ้นจาก 2 วันในปี 2024 ทำให้การเปรียบเทียบปีต่อปีทำได้ยาก นอกจากนี้ ผู้ซื้ออาจชะลอการตัดสินใจซื้อออกไป โดยหวังว่าส่วนลดจะเพิ่มขึ้นเมื่อการขายดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ชั่วโมงแรก ๆ ยังคงถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของประสิทธิภาพ ของงาน โดยในปี 2024 ยอดขาย Prime Day พุ่งสูงขึ้นในช่วงเช้าและเย็นของวันแรก และอีกครั้งในช่วงเย็นของวันที่ 2
*** บริษัท Boeing Co. ประกาศส่งมอบเครื่องบิน 60 ลำในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในรอบ 18 เดือน สะท้อนถึงการปรับปรุงภายในโรงงานและการกลับมาส่งออกเครื่องบินเจ็ตของสหรัฐฯ ไปยังจีน โดยผู้ผลิตเครื่องบินจากสหรัฐฯ รายนี้ได้ส่งมอบเครื่องบินรุ่น 737 Max จำนวน 42 ลำเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทต้องเผชิญวิกฤตในช่วงต้นปี 2024
*** นิสสัน มอเตอร์ ระงับการผลิตรถยนต์ 3 รุ่นสำหรับตลาดแคนาดา ที่โรงงานการผลิตในรัฐเทนเนสซีและรัฐมิสซิสซิปปี้ของสหรัฐฯ ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องภาษีรถยนต์ระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยการหยุดการผลิตซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อรถยนต์ SUV รุ่น Pathfinder และ Murano ที่ผลิตในรัฐเทนเนสซี และรถกระบะรุ่น Frontier ที่ผลิตในรัฐมิสซิสซิปปี้
*** ดัชนีราคาขายรถยนต์มือ 2 ของสหรัฐฯ ที่ประมูลในตลาดค้าส่ง ซึ่งเคยเป็นเครื่องบ่งชี้การพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 กำลังปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเมื่อเดือนที่แล้วมีการเพิ่มขึ้นรายปีมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี ซึ่งการปรับตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนของราคาและการขายรถยนต์อย่างต่อเนื่องซึ่งเชื่อมโยงกับภาษีรถยนต์ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดใช้
โดยดัชนี Manheim Used Vehicle Value Index เพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิ.ย. จากเดือนพ.ค. (ปรับตามฤดูกาล) และพุ่งขึ้นถึง 6.3% จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้รายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2022
*** International Business Machines ประกาศเปิดตัวชิปและเซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูลรุ่นใหม่ ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่าคู่แข่ง และทำให้กระบวนการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการดำเนินงานทางธุรกิจง่ายขึ้น โดย IBM ได้เปิดตัว ชิป Power11 ซึ่งนับเป็นการอัปเดตครั้งสำคัญครั้งแรกของกลุ่มผลิตภัณฑ์ Power นับตั้งแต่ปี 2020 โดยชิป Power ของ IBM ได้แข่งขันกับผลิตภัณฑ์จาก Intel และ Advanced Micro Devices ในศูนย์ข้อมูลมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนเฉพาะทาง เช่น บริการทางการเงิน การผลิต และการดูแลสุขภาพ เช่นเดียวกับเซิร์ฟเวอร์ AI ของ Nvidia ระบบ Power ของ IBM เป็น แพ็คเกจแบบบูรณาการที่ประกอบด้วยชิปและซอฟต์แวร์
*** เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon ขายหุ้นเกือบ 3 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 665 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการขายหุ้นครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ประกาศไว้เมื่อต้นปี ซึ่งเบโซสส์จะทยอยขายหุ้น Amazon สูงสุดถึง 25 ล้านหุ้น จนถึงเดือนพ.ค. 2026 ซึ่งเบโซสก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอของ Amazon ในปี 2021 ได้ขายหุ้นมูลค่า 736.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายเดือนมิ.ย. แต่ยังคงถือหุ้น Amazon มากกว่า 900 ล้านหุ้นคิดเป็นมูลค่าเกือบ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในการปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติ ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ประกอบกับภาษีนำเข้าที่สูงของสหรัฐฯ ยิ่งเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกของประเทศ โดยปัญหาของ BOJ ซับซ้อนขึ้นจากค่าจ้างที่แท้จริงที่ลดลง โดยในเดือนพ.ค. ค่าจ้างที่แท้จริงลดลง 2.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี เร็วที่สุดในรอบ 20 เดือน สร้างแรงกดดันให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและควบคุมอัตราเงินเฟ้อ
*** Shein ยักษ์ใหญ่ฟาสต์แฟชั่น ยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) โดยไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ในตลาดฮ่องกง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันต่อหน่วยงานกำกับดูแลของสหราชอาณาจักรและเร่งแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ล่าช้ามานาน โดย Shein ได้ยื่นร่างหนังสือชี้ชวนเป็นการส่วนตัวต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและได้ขออนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC)
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ