โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทสต์ดีเป็นต่อ สวยหล่อเป็นรอง มองความทะเยอทะยานสู่การมีรสนิยม ของวัยรุ่นยุคนี้ผ่านซีรีส์ ‘TASTE เด็กเจนแซ่บ’

The Momentum

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.24 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • THE MOMENTUM

***บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์***

สำหรับวัยรุ่นสมัยนี้ทั้ง Gen Z และ Gen Alpha ที่เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น แค่หน้าตาดีหรือแต่งตัวดีอาจไม่เพียงพอให้ได้รับการยอมรับจากสังคมวงกว้าง นี่คือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากซีรีส์ TASTE เด็กเจนแซ่บ

TASTE เด็กเจนแซ่บเป็นซีรีส์วัยรุ่นจากช่อง one31 กำลังออกอากาศและจะจบลงในวันพฤหัสบดีหน้า กำกับโดย เอิง-นฤกรนทกุล และตั๋ง-พนิช พงษ์พานิช และอำนวยการสร้างโดย ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร ผู้ร่วมเขียนบทฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซัน 1(2556) และผู้กำกับฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซัน 2(2557) และฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซัน 3(2558) ซึ่งเป็นภาพแทนวัยรุ่นสังคมเมืองในยุคสมัยนั้น

ผ่านไปกว่า 10 ปีซีรีส์ชีวิตวัยรุ่นสังคมเมืองได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับค่านิยมใหม่ จากฮอร์โมนที่เล่าเรื่องราวนักเรียนในรั้วโรงเรียนสู่ TASTE เด็กเจนแซ่บที่สังคมของวัยรุ่นขยายใหญ่ไปยังโลกออนไลน์ที่กว้างขวางไร้ขอบเขต และถูกเล่าผ่านตัวละครเด็กมัธยมที่มีทั้งลูกนักการเมือง ลูกหลานไฮโซทายาทสายการบิน พระเอกซีรีส์วาย นักเรียนนอกเจ้าแม่แฟชั่น และเด็กฝึกจากค่ายเพลง ซึ่งตัวละครเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในระดับที่สูงกว่าวัยรุ่นทั่วไป โด่งดัง มีหน้ามีตาในสังคม มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียมากมาย และเป็นคนแบบที่ใครๆ ก็อยากไปยืนในจุดเดียวกัน โดยเฉพาะ ‘แบมบี้’ รับบทโดย มาเบล-สุชาดา สอนพันธ์ สมาชิกวง PiXXiE ที่ต้องการไปอยู่ร่วมกับคนกลุ่มนี้เพื่อสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง แต่การตะเกียกตะกายขึ้นไปบนที่สูงไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และเส้นทางนี้ได้พาเธอไปเจอกับสถานการณ์ที่แม้แต่ผู้ใหญ่เองก็อาจรับมือไม่ไหว

เมื่อกฎข้อเดียวของการเป็น ‘Someone’ คือต้องมีรสนิยมดี

ไม่นานมานี้คำว่า ‘วัยรุ่นเทสต์ดี’ ได้ถูกใช้เป็นคำจำกัดความวัยรุ่นที่แต่งตัวในสไตล์สมัยนิยมที่ผสมผสานระหว่างสตรีทแฟชั่นกับชุดสุภาพ ทว่าคำว่าวัยรุ่นเทสต์ดีไม่ได้ถูกกล่าวด้วยความชื่นชมเท่านั้น แต่แฝงนัยเสียดสีว่า เป็นวัยรุ่นที่อาจไม่ได้มีรสนิยมดีอย่างแท้จริง แต่พยายามแต่งตัวเลียนแบบใครบางคน ตามกระแสแฟชั่นเพื่อให้ได้รับคำชม และการยอมรับจากสังคมหรือคนวัยเดียวกัน

อย่างไรก็ตามคำว่าเทสต์หรือรสนิยม ไม่ได้หมายถึงเพียงการแต่งตัว แต่ยังรวมไปถึงไลฟ์สไตล์ สื่อที่เสพ กิจกรรมที่ทำ หรือการรวมกลุ่มทางสังคม ดังนั้นในโซเชียลทุกวันนี้เราจึงได้เห็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่โด่งดังขึ้นมาจากรสนิยมและไลฟ์สไตล์ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งรูปร่างหน้าตาอีกต่อไป ซึ่งแบมบี้ตัวละครในเรื่องได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะแม้เธอจะเกิดมาเป็นเด็กสาวที่หน้าตาดี แต่เธอไม่ได้ป็อปปูลาร์ในโรงเรียน เพราะสิ่งที่เธอยังขาดไปคือตำแหน่งหรือคำพ่วงท้ายอะไรสักอย่าง เช่น แบมบี้ที่เป็นลูกสาวของใครสักคน แบมบี้ที่เป็นศิลปิน หรือแบมบี้ที่เป็นนางแบบ เธอไม่มีสถานภาพเหล่านี้ที่จะช่วยเสริมให้เธอโดดเด่นขึ้นมาจากเด็กวัยรุ่นรอบตัว

มองย้อนไปในยุคสมัยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เชื่อว่าเด็กผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักอย่างแบมบี้คงมีคำพ่วงท้ายว่า ‘ดาวโรงเรียน’ แต่ในปัจจุบันที่คนมองมาตรฐานความงามเปลี่ยนไป เป็นยุคที่ก้าวหน้าเกินกว่าจะมานั่งจัดอันดับว่า ใครสวยที่สุดในโรงเรียน แบมบี้จึงต้องพยายามเป็นอะไรสักอย่างให้ได้ เพื่อให้คนหันมาให้ความสนใจเธอบ้าง โดยเธอเริ่มต้นจากการไปคัดตัวเป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียน แต่เมื่อคิดได้ว่าดังแค่ในโรงเรียนมันไม่พอ เพราะเธอต้องการเป็นคนดังในโซเชียลฯ ด้วย แต่การเป็นคนดังในโลกออนไลน์ หน้าตาดีไม่สำคัญเท่าคอนเทนต์ เธอจึงเริ่มสร้างสถานการณ์จนมีคลิปไวรัลของตัวเองบนโลกออนไลน์

คอนเทนต์ที่ทำให้แบมบี้กลายเป็นไวรัลคือ ‘ใส่ชุดผิดวันมาโรงเรียน’ แต่ชุดที่เธอใส่ผิดไม่ใช่ชุดพละ หรือชุดลูกเสือเนตรนารี แต่เป็นชุดเดินแบบที่ทำจากขยะรีไซเคิลที่มีซิลลูเอตฟูฟ่อง และไวรัลนี้ก็ทำให้เธอมีคำพ่วงท้ายแรกคือ ‘แบมบี้ เจ้าหญิงขยะ’

แม้ในช่วงแรกเธอจะรู้สึกดีที่กลายเป็นคนดังในโซเชียลฯ เสียที และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคมวัยรุ่นชั้นสูงที่ประกอบด้วยคนดังที่มีรสนิยม แต่คำว่าเจ้าหญิงขยะสำหรับเธอมันไม่ใช่คำที่สื่อว่า เธอมีรสนิยมดีแม้แต่น้อย เธอจึงพยายามสลัดคำนี้ทิ้งไว้ด้วยการมองหาเส้นทางใหม่คือการเป็นนักร้อง ออกเพลงเป็นของตัวเอง จนขยับขยายไปสู่การเป็นนางเอกโฆษณา และเป็นนางแบบให้กับแบรนด์เสื้อผ้าที่มีชื่อเสียง แต่ตลอดเส้นทางที่ทำให้เธอต้องหักเลี้ยวไปเรื่อยๆ เป็นเพราะอยากเข้าใกล้คำว่ามีรสนิยม

เพราะทุกวัยอยากได้รับการยอมรับจากคนวัยเดียวกัน

หากผู้ใหญ่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้อาจตั้งคำถามว่า วัยรุ่นอย่างแบมบี้ทำไปเพื่ออะไร ทำไมต้องพยายามทำตัวเองให้เทสต์ดี ทำไมต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้รับการยอมรับขนาดนี้ แต่ถ้าลองมองย้อนไปเมื่อวันที่เราเป็นวัยรุ่น หลายคนเองก็ต้องการการยอมรับจากเพื่อนตอนเรียนมัธยม บางคนอาจลองอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นตามเพื่อน ดูซีรีส์เกาหลีเพื่อจะได้มีเรื่องมาคุยกับเพื่อน หรือลองหาดูหนังกับฟังเพลงแนวทางใหม่ๆ ทั้งหมดนี้นอกจากจะทำเพื่อค้นหาตัวเองแล้ว เรายังต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมสักกลุ่ม เพื่อทำให้รู้สึกว่า เรามีตัวตนในกลุ่มที่เราเลือก

และหากพิจารณาชีวิตตัวเองในวัย 30 ปี หรือ 40 ปี จะพบว่า แม้เราจะเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังอยากได้รับการยอมรับหรือคำชื่นชมจากคนวัยเดียวกัน ถ้วยรางวัลของการเป็นผู้ใหญ่ของใครหลายคนอาจเป็นบ้านหรือรถ แต่สำหรับวัยรุ่นยุคนี้ต้องการเหรียญประดับชีวิตเป็นชื่อเสียงและคำชมบนโซเชียลมีเดีย ที่ต้องผ่านการเปิดเผยตัวตนและรสนิยมที่น่าสนใจ

ทว่าวัยรุ่นยุคนี้ต้องการการยอมรับจากสังคมโซเชียลฯ ซึ่งกว้างใหญ่เกินจินตนาการ ยิ่งสังคมประกอบสร้างด้วยคนจำนวนมาก การจะเป็นคนที่โดดเด่นจึงต้องตะเกียกตะกายมากเป็นพิเศษ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ความทะเยอทะยานของวัยรุ่นในช่วงชีวิตหนึ่งเพื่อไปสู่จุดที่อยากอยู่ อยากเป็นคนที่อยากเป็น ไม่ใช่เรื่องผิด และเมื่อเติบโตถึงจุดหนึ่ง มนุษย์จะตั้งคำถามกับตัวเองโดยธรรมชาติอยู่ดีว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร และความจริงแล้วเราต้องการมีชีวิตแบบไหนกันแน่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...