เริ่มแล้วโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่เปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 พร้อมนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสกลนคร ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ว่า จังหวัดสกลนครมีพื้นที่ปลูกข้าว 2.15 ล้านไร่ โดยนิยมปลูกข้าวนาปี พันธุ์ กข6 กข15 และขาวดอกมะลิ 105 เป็นจำนวนมาก โดยลักษณะพื้นที่จังหวัดสกลนครมีแม่น้ำที่สำคัญไหลผ่าน เช่น แม่น้ำสงคราม ลำน้ำอูน ลำน้ำยาม หนองหาร ในฤดูการผลิต ปี 2567 มีฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันทำให้เกิดพื้นที่ประสบอุทกภัย จำนวน 93,000 ไร่
ทั้งนี้กรมการข้าวได้ดำเนินการจัดงานการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 การจัดงานประกอบด้วยจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี การใช้เมล็ดพันธุ์ และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การปลูกดูแลรักษา การตัดถอนพันธุ์ปน การลดต้นทุนการผลิตข้าว และการเก็บเกี่ยวผลผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การจัดกิจกรรมแสดงและสาธิต เช่น การแสดงผลิตภัณฑ์ สาธิตการใช้สารชีวภัณฑ์ การใช้ปุ๋ยให้เหมาะสมและถูกวิธี โดยมีบุคคลเป้าหมายคือ เกษตรกรศูนย์ข้าวชุมชน เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยและเกษตรกรผู้ที่สนใจทั่วไป เข้าร่วมงาน รวมทั้งสิ้น 2,000 คน
จากนั้นเดินทางไปเปิดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 ณ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวร้อยเอ็ด โดยนายอรรถกร กล่าวอีกว่า สำหรับเกษตรกรของจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตในครั้งนี้ จำนวน 5,747 ราย พื้นที่เสียหายอันเกิดจากอุทกภัยเมื่อปี 2567 จำนวน 42,663 ไร่ ได้แก่ พื้นที่ อำเภอเกษตรวิสัย อำเภอปทุมรัตน์ อำเภอธวัชบุรี อำเภอโพธิ์ชัย อำเภออาจสามารถ อำเภอสุวรรณภูมิ และอำเภอโพนทราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมการข้าวให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 640 ตัน สารชีวภัณฑ์ จำนวน 12,798 กิโลกรัม ปุ๋ยอินทรีย์เหลว (ชนิดน้ำ) จำนวน 12,798 ลิตร ปุ๋ยเคมี สูตร 20-8-20 จำนวน 2,044 ตัน และสูตร 25-7-14 จำนวน 89 ตัน รวมเป็นเงินค่าปัจจัยการผลิตดังกล่าวทั้งสิ้น จำนวน 93,387,974 บาท
จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานสำรวจความเดือดร้อนของเกษตรกร เพื่อให้รัฐบาลสนับสนุนงบกลางมาช่วยเหลือเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกร ทำให้เกิดงานในวันนี้ขึ้น เพื่อมอบปัจจัยที่มีความจำเป็น ซึ่งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร อีกทั้งกระทรวงเกษตรฯ ยังนำเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือชีวพันธุ์คุณภาพดีที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้เพิ่มสูงขึ้น พร้อมสนับสนุนเทคโนโลยี เครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อให้มีความแม่นยำในการทำหารเกษตรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย สำหรับแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในระยะเร่งด่วน คือการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ของเกษตรกรให้เร็วที่สุด จึงได้มอบหมายกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้สานต่อโครงการในพระราชดำริที่ยังไม่แล้วเสร็จหรือยังไม่ริเริ่ม เพื่อสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืนต่อไป