โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'สรวงศ์' ปั้นไทยสู่ยุคทองท่องเที่ยว 2025 ตั้งเป้า 40 ล้านคน รายได้ 3.5 ล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.50 น.
สรวงศ์ เทียนทอง

“สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ เดินหน้ายุทธศาสตร์ “Amazing Thailand Grand Tourism & Sport Year 2025” ดึง Soft Power ไทย ทั้งอาหาร มวย ภาพยนตร์ และเวลเนส ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมดึงนวัตกรรม-ความปลอดภัย-วัฒนธรรม สู่เป้าหมายใหญ่ 40 ล้านนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ทะลุ 3.5 ล้านล้านบาท

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในงานเสวนา SPLASH-Soft Power Forum 2025 ภายใต้หัวข้อ Thailand Rising: Tourism, Education and the New Soft Power Frontier ว่า เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ปี 2568 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์สำคัญ

โดยในครึ่งปีแรกได้ขับเคลื่อนภายใต้นโยบาย “Amazing Thailand Grand Tourism & Sport Year 2025” ที่มีเป้าหมายไม่เพียงแค่เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเน้นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผ่านพลังแห่ง “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรม วิถีชีวิต และตัวตนของคนไทย

นอกจากนี้ กระทรวงได้สานต่อนโยบายเดิมที่รัฐมนตรีสุดาวรรณได้ริเริ่มไว้ โดยเฉพาะแนวทาง Soft Power ที่ครอบคลุม 11 ด้าน ซึ่งเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างแน่นแฟ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย มวยไทย เวลเนส อัญมณี หรือภาพยนตร์ ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งที่ชาวต่างชาติหลงใหล

“เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ หลายรัฐมนตรีต่างชาติต่างถามว่า เมืองไทยมีดีอะไร ทั้งที่ทะเลหรือภูเขาของประเทศอื่นอาจสวยกว่าด้วยซ้ำ คำตอบคือ ‘คนไทย’ เรามีเซอร์วิสไมนด์โดยธรรมชาติ ความเป็นมิตร ความอบอุ่น สิ่งนี้คือซอฟต์พาวเวอร์ตัวจริงที่ดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมา”

“5 Grand” ยุทธศาสตร์สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่

ขณะเดียวกัน กระทรวงได้ผลักดันกลยุทธ์ “5 Grand” ได้แก่ Grand Festival, Grand Moment, Grand Destination, Grand Event และ Grand Experience เพื่อสร้างสีสันและความน่าประทับใจใหม่ ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เช่น การจัดเทศกาลใหม่ ๆ อย่าง Grand Diwali ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอบรับอย่างล้นหลามจากตลาดอินเดียที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีที่ผ่านมา ด้วยนักท่องเที่ยวกว่า 2.1 ล้านคน

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการผลักดันกิจกรรมด้านกีฬา เช่น การแข่งขัน FIVB Volleyball World Championship, MotoGP และการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ปลายปี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการต่อยอด Soft Power ในมิติของกีฬา

มวยไทยดังไกลระดับโลก-โชว์ที่โคลีเซียม อิตาลี สะท้อนพลังวัฒนธรรมไทย

นายสรวงศ์เล่าต่อว่า จากประสบการณ์ในเมืองเวโรนา ประเทศอิตาลี ที่นำคณะนักมวยไทยเข้าร่วมแสดงโชว์ในโคลีเซียมอันยิ่งใหญ่ โดยมีการบรรเลงเพลงชาติไทยอย่างกึกก้อง ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจอย่างที่สุด

“บรรยากาศทำให้ผมรู้สึกประหม่า ทั้งที่เคยพูดต่อหน้าคนนับหมื่น แต่นี่คือเวทีระดับโลกที่สะท้อนว่ามวยไทยไม่ใช่แค่กีฬา แต่คือวัฒนธรรมไทยที่ลึกซึ้ง”

นายสรวงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกด้านหนึ่งที่กำลังเติบโตคือ “เวลเนส” (Wellness) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการเปิดบูธที่ World Expo ณ เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น พร้อมโชว์ศักยภาพของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางเพื่อสุขภาพระดับโลก

นอกจากนี้ ภาพยนตร์ก็เป็นอีก Soft Power ที่สร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล ปีที่ผ่านมามีภาพยนตร์ต่างชาติเข้ามาถ่ายทำในไทยกว่า 500 เรื่อง ทำรายได้กว่า 10,000 ล้านบาท รัฐบาลจึงได้ขยายมาตรการ “ฟิล์มอินเซนทีฟ” จาก 15% เป็นสูงสุด 30% เพื่อจูงใจให้มีการถ่ายทำในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรอง

ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว-AI และตำรวจท่องเที่ยวคือคำตอบ

จากข้อกังวลเรื่องความปลอดภัย นายสรวงศ์ย้ำว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวไทยมีเพียง 1,800 นายทั่วประเทศ แต่ได้รับการสนับสนุนจากตำรวจท้องที่ และเตรียมนำ AI และระบบ Tracking หน้าเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม “คนไทยกันเอง” บางครั้งกลับไปโพสต์ Discredit ประเทศ ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยเสียหายโดยไม่จำเป็น พร้อมยกตัวอย่างการจัดอันดับจาก Time Magazine ที่ให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับผู้หญิงเดินทางคนเดียว

แนวคิดเก็บ ‘Traveling Fee’ 300 บาท พร้อม Travel Insurance

นายสรวงศ์กล่าวต่อและว่า เพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กระทรวงอยู่ระหว่างผลักดันแนวคิดเก็บ “traveling fee” จากนักท่องเที่ยวต่างชาติคนละ 300 บาท โดยจะรวมประกันภัยการเดินทาง เพื่อให้สามารถดูแลนักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น พร้อมเป็นกองทุนสำหรับการดูแลแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในอนาคต

“ประเทศภูฏานเก็บ Sustainability Fee ถึงวันละ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ญี่ปุ่นก็มี Sayonara Tax ดังนั้นถึงเวลาที่เราจะเริ่มวางแผนให้เกิดผลในระยะยาว”

ท้ายที่สุด ต้องเน้นย้ำว่า การท่องเที่ยวในโลกยุคใหม่ต้องผสาน Soft Power กับนวัตกรรม และความยั่งยืน ทั้งในเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียม และคุณภาพชีวิตของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมถึงผู้พิการ โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 3.5 ล้านล้านบาท และดันจำนวนนักท่องเที่ยวกลับไปแตะ 40 ล้านคนภายในปีหน้า

“Soft Power อยู่ในตัวคนไทยทุกคน เราแค่ต้องดึงออกมาให้เป็นระบบ นำเสนอให้โลกเห็นว่านี่แหละคือเสน่ห์ของประเทศไทย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘สรวงศ์’ ปั้นไทยสู่ยุคทองท่องเที่ยว 2025 ตั้งเป้า 40 ล้านคน รายได้ 3.5 ล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...