“ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีนำเข้าประเทศ BRICS 10% ปธน.บราซิลโต้กลับโลกไม่ต้องการจักรพรรดิ
"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษีนำเข้าประเทศ BRICS 10% อ้างกลุ่มนี้พยายามบ่อนทำลายบทบาทของดอลลาร์ ย้ำหากประเทศใดต่อต้านจะต้องเจอผลตอบแทนทางภาษี ปธน.บราซิลโต้กลับโลกไม่ต้องการจักรพรรดิ
วันที่ 9 กรกฎาคม 2658 เวลา 16.08 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS ในอัตรา 10% ในอีกไม่นาน ซึ่งทำให้ลูอิซ อีนาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด BRICS ปีนี้ แสดงความไม่พอใจอีกครั้ง
ทรัมป์ ซึ่งเพิ่งขู่ออกมาตรการภาษีเมื่อวันอาทิตย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารว่า ใครก็ตามที่อยู่ในกลุ่ม BRICS จะต้องจ่ายภาษี 10% ในเร็ว ๆ นี้… ถ้าเป็นสมาชิก BRICS ก็ต้องจ่าย และพวกเขาคงจะอยู่ในกลุ่มนี้ไม่นานนัก
กลุ่ม BRICS ขยายตัวเมื่อปีที่แล้วจากเดิมที่มี บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยเพิ่มสมาชิกใหม่อย่างอิหร่านและอินโดนีเซีย ผู้นำกลุ่มที่ประชุมกันที่นครรีโอเดจาเนโร ต่างแสดงท่าทีวิพากษ์นโยบายการค้าหรือทหารของสหรัฐอย่างไม่เป็นทางการ
เมื่อถูกถามถึงคำขู่เรื่องภาษีของทรัมป์ ลูลาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวระหว่างการประชุม BRICS เมื่อวันจันทร์ว่า “โลกไม่ต้องการจักรพรรดิ” และหลังจากเสร็จสิ้นการต้อนรับนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียในวันอังคาร ลูลาก็แสดงความไม่เห็นด้วยอีกครั้งว่า
“เราจะไม่ยอมรับคำตำหนิเกี่ยวกับการประชุมสุดยอด BRICS และเราไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีสหรัฐที่กล่าวเป็นนัยว่าจะเก็บภาษีกับประเทศในกลุ่ม BRICS”
อย่างไรก็ตามทรัมป์ยังไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดว่าจะเริ่มเก็บภาษี BRICS เมื่อใด โดยเมื่อวันจันทร์ แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลระบุว่าการจัดเก็บภาษีจะเกิดขึ้นเฉพาะในกรณีที่ประเทศนั้นมีนโยบายต่อต้านสหรัฐ โดยจะพิจารณาจากการกระทำจริง แยกจากถ้อยแถลงเชิงสัญลักษณ์
ทรัมป์ยังอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่า กลุ่ม BRICS ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำลายบทบาทของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะเงินสำรองของโลก และเขาจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น
“BRICS ถูกตั้งขึ้นเพื่อบ่อนทำลายดอลลาร์ของเรา และเอาเงินของเราออกจากการเป็นมาตรฐานโลก ….ถ้าเขาอยากเล่นเกมนี้ก็เล่นได้ แต่ผมก็เล่นเกมนี้ได้เหมือนกัน”
ทรัมป์เสริมว่า หากดอลลาร์สหรัฐสูญเสียสถานะเงินสำรองโลก จะเทียบเท่ากับการแพ้สงครามโลกครั้งใหญ่ และประเทศของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
อ้างอิง : reuters.com