โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิ๊กมูฟ PSGC จากรับเหมาก่อสร้างสู่ธุรกิจพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 08.22 น.

PSGC ปรับยุทธศาสตร์ต่อยอดฐานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเดิม มูฟสู่ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน ตั้งเป้าทำรายได้ต่อปี 2- 3 หมื่นลบ. ภายในปี 2578 มองไกลเจาะ CLMVควบคู่ปรับโครงสร้างทุนเพื่อเสริมสร้างฐานะทางการเงิน

บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC (ชื่อย่อหลักทรัพย์ PSG) ผู้นำในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อ“เดวิด แวน ดาว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งขยายความแข็งแกร่งจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ไปสู่สองธุรกิจที่มีศักยภาพสูงอย่าง ทรัพยากรธรรมชาติ และ พลังงาน

โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการก้าวขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคด้านการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมตั้งเป้ารายได้ต่อปีทะลุ 20,000 - 30,000 ล้านบาท ภายในปี 2578 และเตรียมขยายโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ควบคู่กับการปรับโครงสร้างทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน

ปัจจุบัน PSGC กำลังดำเนินงานก่อสร้าง 2 โครงการสำคัญใน สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต โครงการแรก คือ โครงการขยายกำลังการผลิตเหมือง XPPL Phase 1 มูลค่า 239.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8,082.23 ล้านบาท) ซึ่งมีความคืบหน้าแล้ว 81% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 ส่วน โครงการที่สอง คือ โครงการก่อสร้างพื้นที่พัฒนาเพื่อการตั้งถิ่นฐานใหม่ Resettlement Development มูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งมีความคืบหน้า 21% และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2570

“ความสำเร็จในการดำเนินงานทั้งสองโครงการนี้ตอกย้ำถึงศักยภาพของ PSGC ในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้ผลักดันให้เรากำหนดวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการก่อสร้างในการขยายธุรกิจสู่ภาคส่วนสำคัญที่มีบทบาทต่อการพัฒนาภูมิภาค”

แม้ว่า สปป.ลาว จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา PSGC ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตระยะยาวของประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนโดยภาคพลังงาน เหมืองแร่ และเกษตรกรรม บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนใน สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง และมองเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการปฏิรูปในหลายด้าน

สำหรับปี 2568 PSGC วางแผนที่จะขยายการเติบโตด้วยการรับงานก่อสร้างใหม่ 1-2 โครงการ ที่มีมูลค่าใกล้เคียงกับโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยขณะนี้มี 2 โครงการสำคัญใน สปป.ลาว ที่อยู่ระหว่างการสรุปรายละเอียด ได้แก่

  • โครงการก่อสร้างอาคารประกอบอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนเซกอง (XTPPL) ขนาด 1,800 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงงานโยธา การติดตั้งอุปกรณ์โรงไฟฟ้า เหมืองแบบบูรณาการ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ คาดว่าจะดำเนินการตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ถึงไตรมาส 1/2573
  • โครงการก่อสร้างระบบลำเลียงถ่านหินและเถ้าสำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 1,800 เมกะวัตต์ ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ปี 2568 ถึงไตรมาส 1/2570 หากได้รับงานดังกล่าว Backlog งานก่อสร้างของ PSGC จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแผนการเติบโตของบริษัทฯ อย่างก้าวกระโดด

นอกจากนี้ PSGC ยังได้เริ่มทดลองให้บริการด้านการดำเนินงานและบริหารจัดการเหมืองใน สปป.ลาว ในพื้นที่ 2 แห่ง ซึ่งผลการดำเนินงานเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าจะสามารถสรุปรูปแบบการดำเนินงานได้ภายในสิ้นปีนี้ โดยตลาดแร่ใน สปป.ลาว มีมูลค่าการผลิตรวมสูงกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจในตลาดนี้

สำหรับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจพลังงาน PSGC ได้วาง 3 แนวทางยุทธศาสตร์หลัก :

  • การศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (PSH): โดยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Electricite du Laos (EDL) เพื่อปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเดิมของ EDL และศึกษาแนวทางการผนวกแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า
  • การศึกษาการผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน: บริษัทฯ กำลังพิจารณาการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ที่รวมการผลิตไฟฟ้าจากระบบ PSH เข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นบนพื้นที่ 7,000 เฮกตาร์ในแขวงอัตตะปือ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มขนาด 10,000 เมกะวัตต์
  • หาพันธมิตรทางธุรกิจและตลาดจำหน่ายไฟฟ้า: PSGCได้ลงนาม MOU กับหน่วยงานพลังงานระดับภูมิภาค เพื่อศึกษาการส่งออกพลังงานไฟฟ้าจาก สปป.ลาวไปยังประเทศกัมพูชา สิงคโปร์ และจีน

ทางด้าน นางสาวสมฤดี ห์ลีละเมียร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินPSGC กล่าวว่า สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยในไตรมาส 1/2568 มีรายได้รวมกว่า 642 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 98.8 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมี Backlog รอการรับรู้รายได้ถึงปี 2570 กว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมงานก่อสร้างใหม่อีก 2 โครงการที่อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด เพื่อสนับสนุนการเติบโตและเพิ่มความโปร่งใสทางการเงิน PSGCได้ดำเนินการรวมหุ้นและลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว โดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ เพื่อล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น ซึ่งกระบวนการนี้จะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ทำให้จำนวนหุ้นของบริษัทฯ ลดลงเหลือ 16,248,109,539 หุ้น และราคาหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยให้งบการเงินของบริษัทสะท้อนมูลค่าและสถานะที่แท้จริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการดึงดูดนักลงทุนสถาบันและกองทุนมากขึ้นในอนาคต

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...